สรุป WEF 2026 สุขภาพจิตเมื่อทุกอย่างเปลี่ยนไป ดาวอสพูดอะไรบ้าง
เวทีดาวอสต้นปี 2026 ถกหัวข้อสุขภาพจิตเมื่อทุกอย่างเปลี่ยนไป ทั้งความโดดเดี่ยวจากโควิด AI ที่ออกแบบมาโดยไม่คิดถึงใจเด็ก และสายด่วนมหาวิทยาลัยที่ไม่ใช้ AI

การประชุม World Economic Forum หรือที่คนไทยเรียกกันว่าดาวอส จัดขึ้นต้นปี 2026 ที่ผ่านมา มีหัวข้อหนึ่งน่าสนใจชื่อ Mental Health When Everything Shifts หรือสุขภาพจิตเมื่อทุกอย่างเปลี่ยนแปลง
ในวงเสวนามีสี่คน นั่งคุยกันเรื่องความโดดเดี่ยวหลังโควิด AI กับเด็ก และบทบาทของมหาวิทยาลัยกับภาคธุรกิจ งานนี้เจนจากรายการ Psyche Report เอามาเล่าแบบสรุปให้ฟัง
WEF 2026 คืออะไร ทำไมต้องสนใจ
WEF เป็นเวทีระดับโลกที่รวมผู้นำภาคธุรกิจ การเมือง และประชาสังคม มาหารือทิศทางนโยบายเศรษฐกิจสังคมระหว่างประเทศ ปีนี้ประธานาธิบดีสหรัฐไปร่วมด้วย ฝั่งไทยมีตัวแทนอย่างพี่ท็อปบิสเข้าร่วม
ธีมหลักของปีนี้คือความขัดแย้งรุนแรงและระเบียบโลกที่เปลี่ยนไป แต่มีห้องหนึ่งที่พูดเรื่องสุขภาพจิตโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นห้องที่เจนเลือกยกมาเล่า
ใครนั่งในวงเสวนาสุขภาพจิตครั้งนี้
ผู้ร่วมเสวนามีสี่ท่าน ท่านแรกคือเฮเวรนด์ อีคาร์ อดีตนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์และอดีตผู้บริหาร UNDP ท่านที่สองคือลินดา มิว นักวิชาการด้านสังคมสงเคราะห์ที่ศึกษาความรุนแรงในครอบครัว
ท่านที่สามคือสแตนลีย์ เอ็ม เบิร์กแมน ผู้บริหารในอุตสาหกรรมสุขภาพ และท่านที่สี่คือมาริจา มาโนโลวิส ผู้อำนวยการของเชฟออนไลน์ กองทุนที่ปกป้องเด็กจากภัยคุกคามดิจิทัล
ความโดดเดี่ยวหลังโควิดกระทบคนทำงานแค่ไหน
คุณอีคาร์เปิดประเด็นว่าปัญหาจิตใจที่ซับซ้อนมักมาจากความโดดเดี่ยว โดยเฉพาะช่วงโควิดที่คนแยกตัวจากกัน และกระทบคนรุ่นใหม่หนักเป็นพิเศษ
ฝั่งภาคธุรกิจ สแตนลีย์ยกตัวเลขว่า 2 ใน 3 ของ GDP สหรัฐใช้ไปกับโรคไม่ติดต่อ ทั้งโรคหัวใจ มะเร็ง เบาหวาน ทันตกรรม และสุขภาพจิต เขาบอกอีกว่า 90% ของคนทำงานในสหรัฐได้รับผลกระทบจากปัญหาสุขภาพจิต ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม
เขายังชี้ว่าการทำงานจากบ้านทำให้ทีมขาดความเชื่อมโยง และในฐานะผู้นำ ควรสังเกตพฤติกรรมทีมเชิงลึก ไม่ปล่อยให้ใครเข้าสู่วิกฤตก่อนแล้วค่อยพาไปพบแพทย์
สุขภาพจิตมันก็คือความเจ็บป่วยเช่นเดียวกับโรคทางกาย
AI กำลังเปลี่ยนเด็กให้ผูกพันกับจอมากกว่าคนจริงหรือ
มาริจาตั้งข้อสังเกตว่าบริษัทเทคโนโลยีย้ายจากเศรษฐกิจแห่งความสนใจมาเป็นเศรษฐกิจแห่งความผูกพัน คือเมื่อก่อนแค่ทำให้เราสนใจ แต่ตอนนี้ทำแชตบอตให้เราผูกพันด้วย
เด็กที่เคยหันไปคุยกับเพื่อนตอนมีปัญหา ตอนนี้หันไปคุยกับ AI แทน มันสร้างความสัมพันธ์ที่ผิดปกติและพาไปสู่การแยกตัวจากสังคมจริง
เธอยังบอกว่าเด็กคือกลุ่มแรกที่ถูกใช้เป็นทรัพยากรในโมเดลธุรกิจนี้ มีการใช้จอเฉลี่ย 6 ถึง 9 ชั่วโมงต่อวัน และมีรายงานว่าเด็ก 300 ล้านคนต่อปีเจอการละเมิดทางเพศในโลกออนไลน์ ทั้งถูกข่มขู่และภาพตัดต่อจาก AI
ตัวเลขอีกชุดคือเยาวชนอายุ 10 ถึง 19 ปี ทั่วโลก 1 ใน 7 คนมีปัญหาสุขภาพจิต
มหาวิทยาลัยรับมือวิกฤตใจนักศึกษาอย่างไร
ลินดาเล่าว่าในกลุ่มเยาวชนอายุ 10 ถึง 24 ปี การฆ่าตัวตายเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับสอง มหาวิทยาลัยนิวยอร์กจึงตั้งสายด่วนสุขภาพจิต 24 ชั่วโมง 7 วัน ให้บริการทางข้อความโดยใช้มนุษย์ ไม่ใช่ AI และรองรับ 6 ภาษา
โครงการนี้ช่วยนักศึกษาไปมากกว่า 5,000 คน และเธอชี้ว่ากว่า 50% ของคนที่มีปัญหาจะไม่กล้าขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง สายด่วนจึงเป็นทางออกที่เข้าถึงคนกลุ่มนี้ได้
แล้วทางออกของปัญหานี้อยู่ตรงไหน
เจนสรุปท้ายตอนว่าการแก้ปัญหาสุขภาพจิตต้องใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ ไม่ใช่แค่ออกนโยบาย แล้วต้องวัดผลให้ชัด
ธุรกิจควรสำรวจสุขภาวะในองค์กร และออกแบบเทคโนโลยีแบบ Well-Being by Design คือไม่ใช่แค่กันอันตรายพื้นฐาน แต่ต้องคิดถึงสุขภาพจิตของผู้ใช้ตั้งแต่วันแรก
บทความนี้เรียบเรียงจากเนื้อหาในคลิป ไม่ใช่การวินิจฉัยทางการแพทย์ หากมีเรื่องสุขภาพจิตที่ต้องการคำปรึกษา โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง
ทีม Alljit
บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย