Alljit Blog
Learn & Share

คนโง่แต่อวดฉลาด รับมือยังไงไม่ให้เสียพลัง

รู้จัก The Dunning-Kruger Effect ต้นเหตุที่ทำให้คนมั่นใจเกินทั้งที่รู้ไม่จริง พร้อมวิธีสังเกตและรับมือกับคนแบบนี้โดยไม่ต้องเสียพลังไปกับเขา

The Dunning Kruger Effect | โง่แต่อวดฉลาด

ถ้าเคยเจอคนที่มั่นใจสุดๆในเรื่องที่ตัวเองเพิ่งรู้จักได้ไม่นาน พูดเหมือนเชี่ยวชาญทั้งที่ข้อมูลยังไม่ครบ นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ทางจิตวิทยาเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า The Dunning-Kruger Effect

มันอธิบายง่ายๆว่า พอคนเราเริ่มเรียนรู้เรื่องหนึ่งไประดับหนึ่ง ความมั่นใจจะพุ่งขึ้นเร็วมาก ช่วงนั้นเองที่เขาจะคิดว่าตัวเองเก่งแล้ว เชี่ยวชาญแล้ว ทั้งที่ความจริงยังห่างไกล

Dunning-Kruger Effect มาจากไหน

ชื่อทฤษฎีนี้มาจากนักจิตแพทย์สองคนคือ Dunning กับ Kruger ทั้งคู่ทำวิจัยโดยอิงจากคดีจริงของ MacArthur Willer ชายที่ปล้นธนาคารสองแห่งในวันเดียวกันโดยไม่ปิดบังใบหน้าเลย

เขาใช้น้ำมะนาวทาหน้าตัวเอง เพราะเชื่อว่าน้ำมะนาวเป็นส่วนผสมหลักของหมึกล่องหน เขาจึงคิดว่าไม่มีใครมองเห็นใบหน้า นี่คือตัวอย่างของคนที่มั่นใจในความรู้ผิดๆ ของตัวเองแบบสุดขั้ว

ในการทดลอง Dunning กับ Kruger ให้ผู้เข้าร่วมประเมินคะแนนตัวเองก่อน แล้วพบว่าคนที่ได้คะแนนต่ำมักประเมินตัวเองสูงกว่าความจริงมาก ทีมวิจัยทำซ้ำอีกรอบ ผลก็ออกมาเหมือนเดิม

ทำไมเราถึงคิดว่าตัวเองเก่งแล้ว

ช่วงแรกที่เริ่มรู้เรื่องใหม่ๆ เราอาจรู้สึกว่ามันก็ไม่ยากอย่างที่คิด ความมั่นใจเลยถูก boost ขึ้นมา ยิ่งถ้ามีคนชม ยิ่งทำให้ความคิดนั้นฝังลึก

อีกเหตุผลคือเราขาดเครื่องมือประเมินตัวเอง เรื่องบางเรื่องวัดยาก ไม่มีใครบอกว่าเราทำได้ดีแค่ไหน เราก็เลยตัดสินเองว่าฉันเก่งแล้ว

แต่ตรงนี้มีข้อควรระวัง คนที่เพิ่งเริ่มต้นแล้วมั่นใจ ไม่ได้แปลว่าผิดเสมอไป ความมั่นใจไม่ใช่เรื่องผิด และคนเก่งก็ไม่จำเป็นต้องถ่อมตัวทุกคน

คนโง่แต่อวดฉลาด สังเกตยังไง

แยกยากเพราะเส้นแบ่งระหว่างคนที่รู้จริงกับคนที่มั่นใจเกินมันบางมาก วิธีที่พอใช้ได้คือฟังการสื่อสารของเขา ถ้าอวดเก่ง เราจะรู้สึกอึดอัด

พฤติกรรมที่เห็นบ่อยคือชอบพูดคัดจังหวะ หรือติเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่คนอื่นพูดผิด ทั้งที่ไม่เกี่ยวกับเนื้อหาหลักเลย เขาทำเพื่อโชว์ว่ารู้ดีกว่า

อีกอย่างคือพูดมากกว่าฟัง พยายามดึงทุกเรื่องเข้ามาเป็นเรื่องของตัวเอง ถามความเห็นคนอื่นน้อย เพราะลึกๆ คิดว่าความคิดคนอื่นไม่มีค่าเท่าตัวเอง

คำว่า ไม่รู้ แทบไม่ออกจากปากคนกลุ่มนี้ ถ้าไม่รู้จริงๆ เขาจะหาคำอธิบายปลอมๆ มากลบเกลื่อนแทน

  • คัดจังหวะ ติเรื่องเล็กๆ ที่ไม่เกี่ยวกับประเด็น
  • พูดมากกว่าฟัง ดึงทุกเรื่องเข้าเรื่องตัวเอง
  • ไม่เคยยอมรับว่าไม่รู้
  • กรอกตา ถอนหายใจยาว ยิ้มมุมปากเวลาใครพูด

แค่ไหนถึงเรียกว่าฉลาดจริง

คนที่ฉลาดมักยืดหยุ่น ปรับตัวกับสถานการณ์ได้ดี มี Resilience Skill คือเจอเรื่องไม่ดั่งใจก็มีวิธีจัดการของตัวเอง

ข้อที่ชัดที่สุดคือรู้ว่าตัวเองไม่รู้อะไร เขายอมรับว่าเรื่องนี้ยังไม่รู้ แล้วรู้ว่าต้องไปหาคำตอบเพิ่มจากไหน

นอกจากนี้ยังเปิดกว้างกับไอเดียใหม่ๆ กล้าลอง และมี Growth Mindset คือพร้อมเรียนรู้จากความผิดพลาดและพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ

รับมือกับคนแบบนี้ยังไง

ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่าเขาชอบให้คนอื่นชื่นชมว่าเก่งจัง รู้เยอะจัง ถ้าเราไม่ป้อนคำชมนั้น เกมก็เริ่มเปลี่ยน

วิธีแรกคือถามกลับในเรื่องที่เขากำลังพูด ถ้าเขารู้จริงต้องตอบได้ แต่ถ้าอวดรู้โดยไม่มีข้อมูล เขาจะเริ่มตะกุกตะกัก การถามกลับยังทำให้เขารู้ว่าเราไม่ได้เชื่อคำพูดลอยๆ

คนที่เขาอวดเราฟังเราจะรู้สึกอึดอัด

ถ้าเขาชอบพูดแทรก รับทราบข้อมูลนั้นแล้วดึงบทสนทนากลับมาที่ประเด็นเดิมทันที ทำแบบสุภาพ หรือก่อนเริ่มคุยก็กำหนดขอบเขตชัดเจนว่าคนละสองนาทีเพื่อให้ได้ข้อสรุปเร็ว

การฟังก็ช่วยได้ พยักหน้าเบาๆ ไม่ต้องชมเชยเกินจริง ไม่ต้องรีบเถียงถ้าเรื่องนั้นไม่ส่งผลเสีย บางทีเขาอาจรู้ตัวแล้วค่อยๆ ลดพฤติกรรมลงเอง

เรื่องไหนควรปล่อยผ่าน

คำถามสุดท้ายที่ควรถามตัวเองคือ เรื่องนี้สำคัญพอที่จะเถียงกลับไหม ถ้าไม่ ปล่อยผ่านได้เลย เก็บพลังงานไว้ใช้กับงานหรือเรื่องที่สำคัญจริงๆ ดีกว่า

บางครั้งปัญหาอยู่ที่ตัวเราเองด้วย คือเรามองผ่านเลนส์ของตัวเองว่าเขาโง่ เพราะเราแค่รู้สึกว่าฉลาดกว่า ลองเช็กตรงนี้ก่อนตัดสินใคร

ถ้ามีพลังก็ลองสู้ดูได้ ดูว่าเขาจะรีแอคยังไงเมื่อเจอคนที่รู้จริง แต่ต้องยอมรับว่ามันเปลืองพลังไม่น้อย

การอวดฉลาดเพื่อเอาชนะกันไปมาไม่คุ้ม เพราะมันกลายเป็นการแข่งที่ทำให้ปวดหัวทั้งสองฝ่าย

ทีม Alljit

บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย

นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา