ครอบครัวไม่ใช่ Safe Zone ทำอย่างไรดีเมื่ออยู่บ้านแล้วไม่ปลอดภัยใจ
เมื่อบ้านกลายเป็นที่ที่ต้องระแวงว่าจะโดนด่าหรือเปรียบเทียบ วิธีแรกคือเข้าใจว่าเราไม่สามารถเปลี่ยนพ่อแม่ได้ แต่เริ่มจากการมองเห็นบุคลิกของแต่ละคนก่อน

หลายคนเขียนเข้ามาว่าไม่อยากอยู่บ้านแล้ว ไม่มีความสุขเลย บางคนโดนทำร้ายด้วยคำพูดจนเลือกที่จะไม่เข้าบ้าน ไปนอนบ้านเพื่อนแทน แล้วสิ่งที่ตามมาคือพ่อแม่ไปลากกลับ ซึ่งยิ่งทำให้กระทบใจมากขึ้น
ถ้าตอนไหนที่รู้สึกว่าเข้าบ้านแล้วต้องระแวงว่าจะโดนด่าไหม โดนเปรียบเทียบไหม โดนทำร้ายทางจิตใจหรือร่างกายหรือเปล่า ความรู้สึกนั้นมันบอกเราว่าตอนนี้บ้านยังไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัยสำหรับเรา
รู้สึกว่าบ้านไม่ใช่เซฟโซน ควรเริ่มจากอะไร
เริ่มจากการค่อยๆ ทำความเข้าใจว่า สิ่งที่ทำให้เราอึดอัดอาจเป็นบุคลิกของคนในบ้าน เช่น แม่ที่ปากจัด หรือแม่ที่เสียงดังแต่ใจดี พ่อที่เงียบขรึมซึ่งลูกกลัวความเงียบนั้น
ถ้าเรารู้ว่าเขาเป็นคนยังไง เราจะเข้าใจเขามากขึ้น บางเรื่องที่เคยตึงเครียดอาจกลายเป็นเรื่องตลกได้ด้วยซ้ำ
ถ้าเราค่อย ๆ ทำความเข้าใจว่านั่นคือเขา นั่นคือพ่อ นั่นคือแม่
ช่องว่างระหว่างวัยทำให้คิดไม่เหมือนกันแค่ไหน
อีกเรื่องที่พบมากคือเรื่อง generation คนละยุคย่อมมีมุมมองการคิด การตัดสินใจ และทัศนคติต่างกัน ย้อนไปถึงรุ่นคุณตาคุณยายที่เชื่อว่าการเข้าวัดทำบุญเท่ากับเป็นคนดี
แต่สำหรับเราการทำดีอาจหมายถึงไม่เอาเปรียบคนอื่น เอื้อเฟื้อคนอื่น ก็เป็นคนดีได้เหมือนกัน ความต่างตรงนี้ต้องทำความเข้าใจกันทั้งสองฝ่าย
ยอมรับอะไรก่อนที่จะปรับความสัมพันธ์ในบ้าน
มีอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับก่อน นั่นคือเราเปลี่ยนคนอื่นไม่ได้ สุดท้ายเรายังเป็นลูกของคนนี้ ยังเป็นหลานของคนนี้
การยอมรับตรงนี้ไม่ได้แปลว่าต้องทนทุกอย่าง แต่เป็นการวางจุดเริ่มต้นที่ واقعกับความสัมพันธ์ จะได้ไม่เหนื่อยกับการพยายามเปลี่ยนคนที่เปลี่ยนไม่ได้
ทำไมการไปนอนบ้านเพื่อนถึงไม่ใช่ทางออกเสมอ
การหนีออกจากบ้านไปพักบ้านเพื่อนอาจดูเหมือนได้พักใจ แต่เมื่อพ่อแม่ตามไปลากกลับ มันมักจบด้วยบาดแผลใหม่ที่ฝังลึกกว่าเดิม
การทำความเข้าใจกันจึงเป็นทางที่อยากชวนให้ลองก่อน แม้จะไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ในวันเดียว
เมื่อไหร่ที่ควรหาคนช่วยคุยเรื่องนี้
ถ้าความรู้สึกไม่ปลอดภัยในบ้านเกิดขึ้นบ่อยจนกระทบการนอน การเรียน หรือการทำงาน การมีคนกลางที่ไว้ใจได้ช่วยคุยอาจเบาแรงกว่าแบกไว้คนเดียว
บทความนี้ไม่ใช่การวินิจฉัย หากรู้สึกว่าตัวเองหรือคนในบ้านกำลังเสี่ยงทำร้ายตัวเอง โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง
ทีม Alljit
บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย