ความรักที่ดีควรทำให้เราเติบโตหรือแค่สบายใจ
ความรักที่ดีควรทำให้เราสบายใจและเติบโตไปพร้อมกัน แต่สองอย่างนี้หายากที่จะมาครบในคนเดียว

คำถามที่ว่าแฟนควรเป็นคนที่ทำให้เราสบายใจหรือทำให้เราเติบโต คำตอบที่ทีมงานคุยกันในไลฟ์คือมันควรไปด้วยกันได้ทั้งสองอย่าง แต่ก็ยอมรับว่าหายากที่จะเจอคนที่ครบทั้งสองข้อในคนเดียว
ความสบายใจอาจหมายถึงการได้อยู่อย่างที่เป็น ส่วนการเติบโตคือการที่อีกคนผลักให้เราเป็นมากกว่าที่เป็นอยู่ แล้วคำถามต่อมาคือถ้าเขาผลักเราแบบนั้น เราจะยังชอบเขาอยู่ไหม
คนที่ใช่ต้องทำให้เราสบายใจหรือเติบโต
มีคนตั้งข้อสังเกตว่าจริงๆ แล้วเราเติบโตอยู่ตลอดเวลาไม่ว่าจะมีแฟนหรือไม่ เพราะชีวิตเจอเรื่องใหม่ๆ ให้ก้าวข้ามอยู่แล้ว น้ำหนักเพิ่ม ส่วนสูงเพิ่ม ผิวเปลี่ยนไปตามวัย
แต่มีคนแย้งว่าถ้าคบกับใครแล้วไม่รู้สึกว่าตัวเองก้าวหน้าเลยก็เป็นเรื่องที่ชวนคิด บางคนเล่าว่าเคยเห็นคนใกล้ตัวที่คบกับใครก็ไม่ไปรอด แต่พอเลิกแล้วคนใหม่แต่งงานด้วยทุกครั้ง
ความสัมพันธ์มันบังคับให้เราเติบโตเพื่อจะอยู่ด้วยกันต่อไปได้มากกว่าค่ะ
ทำไมเราถึงชอบเปรียบเทียบแฟนใหม่กับแฟนเก่า
การเปรียบเทียบเป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์ เพราะเราไม่มีข้อมูลของปัจจุบันและอนาคตมากพอ จึงต้องดึงอดีตมาเป็น reference ในการใช้ชีวิต
แต่มันไม่ได้หมายความว่าเราเอาคนใหม่ไปวางเทียบกับคนเก่าตรงๆ เรากำลังเทียบประสบการณ์ที่เคยมีกับสิ่งที่กำลังเจออยู่ต่างหาก
ทีมงานมองว่าการเปรียบเทียบไม่ใช่เรื่องดี ถ้ารู้ตัวว่ากำลังทำอยู่ก็ควรหยุด แต่ก็เข้าใจว่ามนุษย์ชอบหาจุดบกพร่องของคนใหม่เมื่อเทียบกับคนเก่า แม้จะรู้ว่าไม่ควรทำก็ตาม
เคยแต่งงานแล้วถือเป็นตำหนิไหม
มีคำถามจากผู้ชมว่าผู้หญิงที่ผ่านการแต่งงานมาแล้วแต่ไม่มีลูกถือว่ามีตำหนิหรือเปล่า ทีมงานตอบว่าคำว่าตำหนิไม่ควรใช้กับตัวเองตั้งแต่แรกด้วยซ้ำ
การแต่งงานถูกมองว่าเป็นแค่ประสบการณ์อย่างหนึ่ง เป็นการตัดสินใจโดยที่ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร ไม่ต่างจากการเลิกกับแฟนคนหนึ่ง เพียงแต่มีการผูกมัดเข้ามาเกี่ยวข้อง
ถ้าเจอคนที่มีทัศนคติว่าการเคยแต่งงานคือตำหนิ ทีมงานเสนอตรงๆ ว่าอาจต้องไปหาคนใหม่ เพราะความเชื่อแบบนั้นเป็นเรื่องที่เราเปลี่ยนเขาไม่ได้
เราควรถูกตัดสินจากอดีตไหม
ทีมงานตอบพร้อมกันว่าไม่ควร มีคนเล่าว่าเคยกลัวถูกคนอื่นตัดสิน กลัวถูกมองในแง่ลบ จนกลายเป็นคนที่พยายามทำให้ทุกคนพอใจ
มนุษย์ไม่ได้เป็นแต่กลายเป็นอยู่เสมอ
มีคนยกประโยคนี้ขึ้นมาแล้วบอกว่าชอบ เพราะมันสื่อว่าเราไม่ได้คงที่อยู่กับที่ แต่กำลังเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ
อีกมุมหนึ่งก็ยอมรับว่าอดีตส่งผลกับปัจจุบัน ถ้ามีพาเทิร์นที่ทำซ้ำๆ มันก็ควรถูกนำมาพิจารณาบ้าง แต่ถ้าอดีตนั้นไม่ได้ส่งผลมาถึงตอนนี้ ก็ไม่จำเป็นต้องเอามาตัดสินกัน
คนที่ตีตัวออกห่างเพราะอดีตของเรา ควรทำยังไง
ทีมงานบอกว่าเข้าใจทั้งสองฝ่าย บางคนเลือกตีตัวออกห่าง บางคนเลือกอยู่ต่อโดยไม่ใส่ใจอดีต เราควบคุมความคิดคนอื่นไม่ได้
สิ่งที่ทำได้คือมองอดีตของตัวเองเป็นบทเรียนมากกว่าปล่อยให้มันกลายเป็นป้ายที่贴在ตัวเราไว้ แล้วเอาแต่ห่วงว่าคนอื่นจะคิดยังไงจนตัวเองไม่มีความสุข
สำหรับคนที่โสดในวันวาเลนไทน์ ทีมงานเล่าว่าแพลนของแต่ละคนคือดูหนัง นอนอยู่บ้าน และทำสิ่งที่อยากทำ ไม่ได้รู้สึกว่าวันนี้ต้องมีอะไรพิเศษ
บทความนี้ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือคำแนะนำทางการแพทย์ หากกำลังรู้สึกแย่จนรับมือไม่ไหว ติดต่อสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง
ทีม Alljit
บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย