Alljit Blog
คุยกับนักจิตวิทยา

ความรักเกิดขึ้นในจิตใจเราได้อย่างไร เริ่มจากแม่แล้วส่งต่อกันได้

ความรักไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่เริ่มจากการที่แม่กอดและมองตาเด็ก แล้วเด็กค่อยเรียนรู้ว่าสิ่งนี้เรียกว่าความรัก จากนั้นจึงส่งต่อให้คนอื่นได้

ความรักเกิดขึ้นในจิตใจเราได้อย่างไร - พูดคุยกับนักจิตวิยา EP.34

ความรักในจิตใจคนเราไม่ได้ผุดขึ้นมาเองตอนเจอคนถูกใจ มันเริ่มก่อตัวตั้งแต่แรกเกิด จากการที่แม่กอด จากการที่แม่มองตา แล้วเด็กค่อย ๆ เรียนรู้ว่าสิ่งที่ได้รับอยู่นี้เรียกว่าความรัก

คุณแม็ค นักจิตวิทยาในรายการ อธิบายว่าถ้าเด็กไม่เคยได้รับการยืนยันว่าสิ่งนี้คือความรัก โตขึ้นมามีแฟนก็อาจแสดงออกไม่เป็น หรือรับรู้ไม่ทันว่าแฟนกำลังรักตัวเองอยู่

ทำไมแม่ต้องกอดและมองตาเด็กแรกเกิด

เด็กแรกคลอดยังไม่เห็นภาพชัดแบบผู้ใหญ่ แต่จะเห็นเป็นโฟกัสจุดหนึ่ง คุณแม็คบอกว่าช่วงนี้คือช่วงที่กล้ามเนื้อเด็กรับรู้น้ำหนักของการถูกกอด รับรู้ความอุ่น

การใส่ความรู้สึกตอนกอดจึงสำคัญมาก ไม่ใช่แค่กอดแบบทำตามหน้าที่ และต้องมีสิ่งที่เรียกว่า Eye Contact ด้วย การสบตาจริงใจจะทำให้ดวงตาสื่อสารแทนคำพูด เด็กจะรับรู้ได้

คุณจะต้องใส่ความรู้สึกในการกระทำมาก ๆ แล้วที่สำคัญเลยคือ มันต้องมีสิ่งที่เรียกว่า Eye Contact

คุณแม็คเน้นว่านี่คือหลักการตามธรรมชาติและทฤษฎี ยังไม่พูดถึงความเป็นจริงว่าจะทำได้มากน้อยแค่ไหน แต่ถ้าขาดสิ่งนี้ไปตั้งแต่ต้น มันจะกระทบการเรียนรู้เรื่องความรักในภายหลัง

ทำไมพ่อต้องเข้ามาหลังแม่

คุณแม็คอธิบายว่าลำดับมันต้องมีแม่ก่อน เพราะแม่เป็นคนอุ้มท้องมา พ่อค่อยตามมาด้วยการแสดงความรักในแบบของตัวเอง แล้วจึงตามด้วยคนรอบข้าง

คนรอบข้างพยายามทำสิ่งต่าง ๆ เพื่อบอกว่านี่คือความรัก แต่คำว่าความรักต้องถูกส่งมาก่อนตั้งแต่แรก เด็กถึงจะเข้าใจว่าสิ่งที่คนอื่นทำอยู่นั้นคืออะไร

โตมาแล้วแสดงความรักไม่เป็น แก้ได้ไหม

คุณแม็คเล่าว่าเคสแบบนี้แก้ไม่ยาก ใช้เวลาราว 2 เดือนก็ค่อย ๆ ดีขึ้น เพราะคนกลุ่มนี้ไม่ได้มีปัญหา Trauma ค้างอยู่ แต่มีปัญหาเรื่องขาดการยืนยันว่าสิ่งนี้เรียกว่าความรัก

เขาเปรียบว่าเหมือนไปโรงเรียน ครูบอกมาแล้ว แต่ไม่เคยกลับไปถามพ่อแม่ที่บ้านว่าใช่ไหม พอโตขึ้นเลยไม่มั่นใจว่าสิ่งที่แฟนทำให้เรียกว่ารักได้หรือเปล่า

คำว่า Transfer เกี่ยวกับความรักยังไง

คุณแม็คใช้คำว่า Transfer อธิบายว่าความรักเป็นการส่งต่อ ถ้าเราไม่เคยได้รับการ Transfer จากแม่มาก่อน เราก็จะ Transfer ให้ใครไม่เป็น

พอใช้คำนี้ คนจะเริ่มเห็นภาพว่าแม่ให้ความรักเรา แล้วเราต้องรับรู้ว่าสิ่งนี้คือความรัก จากนั้นจึงเอาวิธีแบบนี้เป็นเบส แล้วส่งต่อไปให้คนอื่น

ถ้าเราไม่ได้รับการทานเฟอร์จากแม่มาก่อน เราก็จะทานเฟอร์ไม่เป็น

คุณแม็คบอกว่าครอบครัวเป็นจุดเริ่มต้น สังคมเป็นจุดเซฟ เราเอาต้นทุนจากบ้านไปใช้กับเพื่อน ครู รุ่นพี่ รุ่นน้อง แล้วเรียนรู้วิธีการที่หลากหลายขึ้น

ทำไมคนที่รักกันถึงพูดจาทำร้ายกัน

คุณแม็คเล่าเคสหนึ่ง ชายคนหนึ่งกลัวภรรยาจะถูกมิจฉาชีพหลอก แต่แทนที่จะพูดว่ากลัวเธอโดนหลอก กลับพูดว่าเธอโง่ ไม่เห็นเหรอข่าวออกเยอะแยะ

เขาเองก็รู้ว่าพ่อแม่คิดแบบนี้ แต่ไม่รู้จะแสดงออกยังไง เพราะพอแสดงออกด้วยความก้าวร้าว จะมีความรู้สึก Anxious เกิดขึ้นในตัวเองตอนที่กำลังจะสื่อสาร

ใน Session คุณแม็คสอนให้เขามองความรู้สึกดี ๆ ที่อยู่เบื้องหลัง แล้วค่อยเรียบเรียงว่าจะสื่อสารยังไง พร้อมเติมต้นทุนให้เขาแล้วให้เขาไปปรับใช้เอง

ถ้าไม่เคยได้รับความรักจากพ่อแม่เลย จะเป็นยังไง

คุณแม็คอธิบายว่าตามหลักทฤษฎี ถ้าขาดตรงนี้ คนเราจะเข้าสู่ภาวะที่เรียกว่า Mistrust คือไม่ไว้วางใจในการมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ และการดูแลเคสแบบนี้ค่อนข้างยาก

แต่เขาเสริมว่าชีวิตไม่มีใคร Perfect ถ้าตรงนี้ขาดหายไป การได้เจอความสัมพันธ์อื่นอาจช่วยเรียนรู้ทดแทนได้

คุณแม็คเล่าจากตัวเองว่าเติบโตมาในครอบครัวที่ความสัมพันธ์ไม่ดี แต่มีคนหนึ่งที่เคยเป็นเสาหลักค้ำจิตใจเขาได้หลายปี

มันยากที่จะเติมให้เต็ม เพราะว่ามันเป็นอะไรที่แบบสุดแสนจะเป็นรากฐานของมนุษย์เรา

เขาย้ำว่าคนอื่นทดแทนพ่อแม่ไม่ได้ ช่องว่างตรงนั้นเติมเต็มยาก แต่การได้รักใครสักคนก็เป็นความสุขในการใช้ชีวิต และแต่ละคนมี Meaning ไม่เหมือนกัน

ถ้ากำลังมองหาความรักอยู่ ควรทำยังไง

คุณแม็คบอกว่าถ้ากำลังมองหาความสัมพันธ์ ขอให้เลือกให้ตรงจุด แต่อย่ามองด้วยความวิตกกังวล เพราะมันจะทำให้สื่อสารไม่ได้ หรือได้ก็อาจวนเข้าไปอยู่ใน Toxic Relationship

ถ้ามีความสัมพันธ์อยู่แล้วและรู้สึกว่ามันไม่เรียบเป็นกราฟ ก็ต้องมีทั้งวันครบรอบ ไปเที่ยว เดตกันบ้าง

หลักสำคัญคือการพูดคุยกันว่าอยากได้อะไร ไม่ได้อะไร และอย่าเอาความสัมพันธ์ที่ดีในวันนี้ไปเติมเต็มบาดแผลเก่า

บทความนี้เรียบเรียงจากเนื้อหาของรายการ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือรักษา หากมีเรื่องที่กระทบใจจนทำร้ายตัวเอง โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง

ทีม Alljit

บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย

นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา