ไม่รักตัวเองอยู่หรือเปล่า ดูยังไงในมุมจิตวิทยา
การรักตัวเองไม่ได้เริ่มจากการทำพฤติกรรมซ้ำ ๆ แล้วปิดป้ายว่ารักตัวเอง แต่เริ่มจากการได้รับความรักมาก่อน แล้วค่อยมองเห็นตัวเองชัดพอจะเลือกสิ่งที่ดีให้ตัวเอง

หลายคนสงสัยว่าทำไมพยายามรักตัวเองเท่าไหร่ก็ยังไม่รู้สึกสักที นักจิตวิทยาในคลิปนี้ตอบตรง ๆ ว่าการรักตัวเองไม่ใช่การทำพฤติกรรมบางอย่างซ้ำ ๆ แล้วบอกตัวเองว่านี่คือการรักตัวเอง
จุดเริ่มต้นจริง ๆ คือเราต้องเคยได้รับความรักมาก่อน ถ้าไม่เคยได้รับเลย เราจะไม่รู้จักว่าความรักคืออะไร และจะมองไม่เห็นตัวเองด้วย สองอย่างนี้ต้องมาคู่กัน
ทำไมทำดีกับตัวเองทุกวันแล้วยังไม่รักตัวเอง
มีคำพูดที่บอกว่าถ้าทำพฤติกรรมอย่างนี้ทุกวันเท่ากับรักตัวเอง แต่คุณแม็กซ์ไม่เห็นด้วย เพราะมันยังขาดความเข้าใจว่าแท้จริงเราต้องการรักตัวเองไปทำไม
การรักตัวเองไม่เกี่ยวกับความเศร้าหรือความเสียใจโดยตรง มันอาจมีส่วนเกี่ยวกันบ้าง แต่ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน การเอาคำว่ารักตัวเองไปปิดทับความทุกข์จึงไม่ช่วยอะไร
สิ่งที่ขาดไปคือการมองเห็นตัวเอง รู้ว่าเราเป็นใคร ทำอะไรได้ ทำอะไรไม่ได้ จุดอ่อนจุดแข็งอยู่ตรงไหน และเราไวต่ออะไรเป็นพิเศษ
การรักตัวเองหรือการที่เราจะทำอะไรให้ตัวเอง สิ่งเหล่านี้ไม่อัตโนมัติ ต้องผ่านการเรียนรู้ ต้องผ่านการลองผิดลองถูก
ความรักครั้งแรกของคนเรามาจากไหน
ตอนเด็กคลอดออกมา ยังไม่รู้จักคำว่าความรัก สิ่งแรกที่ทารกสัมผัสได้คืออ้อมกอดจากแม่ ซึ่งต่างจากอ้อมกอดของพยาบาลหรือคุณหมอ
เด็กบางคนรู้ทันทีว่า คนที่อุ้มไม่ใช่แม่ แค่เปลี่ยนมือแป๊บเดียวก็รู้ ทั้งที่ยังมองไม่เห็นชัด สมองรับรู้ผ่านบรรยากาศรอบตัวที่สัมผัส
พอโตขึ้น เด็กเริ่มเห็นพฤติกรรมอื่น ทั้งการให้นม การห่อตัว การอาบน้ำ การวางลง เขาจดจำแล้วเรียนรู้ว่าสิ่งนี้คือความรักของแม่ สิ่งนี้คือความรักของพ่อ
เขาเห็นพฤติกรรมก่อน แล้วค่อยได้ยินคำว่าความรักมายืนยันทีหลัง นี่คือลำดับที่เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่การบอกก่อนแล้วเด็กจะเข้าใจ
เห็นตัวเองแล้วจะรู้ได้ยังไงว่าอะไร toxic
ถ้าเราไม่เห็นตัวเอง เราจะแยกไม่ออกว่าสิ่งไหนเป็นพิษกับเรา เพราะการจะรู้ว่าอะไรทำร้ายใจได้ ต้องรู้ก่อนว่าใจเราบอบบางตรงไหน
คุณแม็กซ์ยกตัวอย่างง่าย ๆ ว่าถ้ายืนอยู่เฉย ๆ แล้วมีคนเอามือมาจับไหล่ เราจะรู้สึกได้ทันทีว่าไม่โอเค แม้เขาเจตนาดีก็ตาม
แต่ถ้าเขาค่อย ๆ เข้ามาสัมผัสเบา ๆ ความรู้สึกที่ได้จะต่างกัน ตรงนี้คือการเรียนรู้ว่าวิธีแสดงออกของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
หลายคู่ทะเลาะกันเพราะไม่เข้าใจเบื้องลึกของการสื่อสาร บางคนบอกว่าเป็นห่วงแต่ไม่พูดออกมา มันก็กลายเป็นความ toxic ไป
รักตัวเองคือเซนส์หรือการสร้าง
การรักตัวเองไม่ใช่เซนส์ที่เกิดขึ้นเอง มันคือการที่เราเลือกจะมอบอะไรบางอย่างให้ตัวเอง ต้องผ่านเจตนาและความตั้งใจจริง
มีคนเคยบอกว่าถ้าอ่านหนังสือวันละหนึ่งเล่ม ปีหนึ่งจะได้ 365 เล่ม แล้วบอกว่าการอ่านหนังสือคือการรักตัวเอง ซึ่งคุณแม็กซ์มองว่าไม่ใช่
คนที่ได้รับความรักมาน้อย การสร้างสิ่งดี ๆ ให้ตัวเองก็จะน้อยตามไปด้วย แต่ถ้าไปจมอยู่กับความคิดว่าไม่เคยได้รับความรักเลย จะยิ่งสร้างความทุกข์ให้ตัวเอง
รักตัวเองแก้ปัญหาทุกอย่างได้จริงหรือ
การรักตัวเองไม่ใช่การแก้ปัญหาทั้งหมด มันเป็นเรื่องที่ควรรู้และควรทำ แต่เอามาใช้แทนการรักษาหรือแทนทุกอย่างไม่ได้
คุณแม็กซ์บอกว่าการรักตัวเองอาจช่วยเยียวยาได้สัก 20 องศา ฟังดูน้อย แต่มีก็ยังดีกว่าไม่มี และ 20 องศานั้นสร้างขึ้นมาด้วยมือเราเอง
สิ่งที่ต้องทำก่อนคือพาตัวเองออกจากหลุมที่ขังอยู่ หลุมนั้นอาจไม่มีกรงกั้น อาจเป็นตัวเราเองที่ล็อกตัวเองไว้ หรือเป็นแผลเก่าที่ตามมา
คุณต้องพาตัวเองออกจากหลุมก่อนนะ แล้วสร้างทัศนคติใหม่ว่าเรามีแผล แต่เราไม่ต้องกลบแผลตัวเอง
เริ่มรักตัวเองจากตรงไหนก่อนดี
เริ่มจากพื้นฐานง่าย ๆ อย่างการจัดบ้านให้ดี จัดห้องนอนให้ใช่ อาบน้ำแล้วร้องเพลงคิดว่าตัวเองประกวด The Voice หรือ AF ก็ได้
ทำอะไรที่มันเบสิกในพื้นที่ส่วนตัวของเรา พอความ healthy เกิดขึ้นตรงนั้น มันจะกลายเป็นทุนให้เราเอาไปใช้เจอผู้คนข้างนอก
พอเจอความสัมพันธ์ เราจะเริ่มเห็นว่าอันไหน unhealthy แล้วค่อย ๆ ถอยตัวเองออกมา และอยู่กับความสัมพันธ์ที่ดีให้มากขึ้น
เรื่องการนอนก็เหมือนกัน ถ้าอยากนอนสี่ทุ่มจริง ๆ ก็ลองตั้งใจดู บางทีสี่ทุ่มไม่ได้ ห้าทุ่มก็ได้ ขอแค่ก่อนเที่ยงคืนก็ยังดี
พอทำได้ เราจะรู้สึกชื่นชมตัวเอง และมันจะส่งผลต่อเนื่องไปเรื่องอื่น ๆ ในชีวิตแบบทีละนิด
บทความนี้ไม่ใช่การวินิจฉัย หากรู้สึกทุกข์ใจจนรับมือไม่ไหว โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง
ทีม Alljit
บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย