Alljit Blog
Learn & Share

ความหวัง กับ ความคาดหวัง ต่างกันอย่างไร ทำไมยิ่งหวังยิ่งทุกข์

ความหวังกับความคาดหวังเป็นเส้นบางๆ ที่แยกยาก แต่สร้างผลต่างกันมหาศาล รู้ทันแล้วจะทุกข์น้อยลง

ความหวัง และ ความคาดหวัง เราจะหวังอย่างไรให้มีความสุข ?

ความหวังกับความคาดหวังเป็นเส้นบางๆ ที่เรามักแยกไม่ออก จนบางทีก็คิดว่ามันเป็นเรื่องเดียวกัน

แต่จริงๆ แล้วสองสิ่งนี้ให้ผลต่างกันคนละแบบ ความหวังเป็นแรงผลักดันให้เราลงมือทำตามที่ฝัน ส่วนความคาดหวังเป็นความเชื่อที่แข็งแกร่งว่าอนาคตต้องเป็นอย่างนั้น และมักพาเราสู่ความทุกข์เมื่อสิ่งนั้นไม่เกิด

เจนและอังชวนคุยเรื่องนี้ในรายการ Learn and Share เพราะเห็นว่าชีวิตประจำวันเต็มไปด้วยความหวังและความคาดหวังที่เราไม่ทันสังเกต

ความหวังกับความคาดหวังต่างกันตรงไหน

เจนทำตารางเปรียบเทียบให้เห็นชัดๆ ความคาดหวังคือความเชื่อที่แข็งแกร่งเกี่ยวกับอนาคต ส่วนความหวังคือความรู้สึกมองโลกในแง่ดีหรือความปรารถนา

พูดง่ายๆ ความคาดหวังสตรองเกอร์กว่าความหวัง มันคือสิ่งที่เราต้องการให้เกิดขึ้น แต่ความหวังคือสิ่งที่เกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้นก็ได้

ความคาดหวังมักเกิดเมื่อเรา depend on คนอื่น เช่น คาดว่าคนนั้นต้องเป็นแบบที่เราคิด หรือคาดว่าเราต้องประสบความสำเร็จ

ส่วนความหวังเป็นจินตนาการของเราเอง เป็นความคิดของเราเอง ไม่ได้ผูกกับคนอื่น

เมื่อไม่สำเร็จ ความคาดหวังทำร้ายเรามากกว่าความหวัง เพราะมันแรงกว่าและกระทบความรู้สึกมากกว่า

ความหวังกับความคาดหวังเป็นเส้นบางๆ ที่เราอาจรู้สึกว่ามันแยกออกจากกันได้ยาก

ทำไมความคาดหวังถึงทำให้เราทุกข์

เพราะความคาดหวังไปผูกกับสิ่งที่ไม่แน่นอน เราไม่มีทางรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น

พอเรื่องไม่เป็นอย่างที่คิด เราจะรู้สึกผิดหวังทันที แล้วตามมาด้วยคำถามวนซ้ำว่า ทำไมไม่เป็นแบบนั้น ทำไมไม่เป็นอย่างที่เราคิด

ความผิดหวังระดับต่างกัน แต่ทุกครั้งล้วนสร้างความทุกข์ใจ

ยิ่งถ้าเราคาดหวังแบบเปิดเผยให้คนอื่นรับรู้ด้วย ความเสียหายจะมากกว่า เพราะเรารู้สึกเสียหน้าหรือทวีคูณความผิดหวังขึ้นไปอีก

ทฤษฎีความหวังและทฤษฎีความคาดหวังคืออะไร

ในทางจิตวิทยา ความหวังเป็นกลไกของความคิดเชิงบวก ที่ทำให้มนุษย์รักษาความมุ่งมั่นในการลงมือทำจนบรรลุเป้าหมาย

ความหวังมักเกิดขึ้นในช่วงวิกฤต ทำให้เราเห็นความเป็นไปได้ใหม่ๆ และสมองจะกระตุ้นให้หาวิธีสร้างสรรค์ พร้อมหล่อเลี้ยงความเชื่อว่าเราสร้างการเปลี่ยนแปลงให้ชีวิตได้

ส่วนความคาดหวังในทางจิตวิทยา คือความเชื่อหรือความคิดอย่างมีเหตุผลในแนวทางที่เป็นไปได้ เป็นการคาดการณ์ล่วงหน้าว่าควรจะมี ควรจะเป็น หรือควรจะได้

มีทฤษฎี Expectation Theory ของวิกเตอร์ วูลม์ (Victor Vroom) นักวิชาการด้านธุรกิจ อธิบายว่าแรงจูงใจในการเลือกพฤติกรรมของมนุษย์ขึ้นอยู่กับความคาดหวังในผลลัพธ์ของแต่ละคน

ยกตัวอย่างง่ายๆ ถ้าพนักงานทำงานแล้วไม่เคยได้ขึ้นเงินเดือนหรือเลื่อนขั้น ความคาดหวังก็จะหายไป แรงจูงใจในการทำงานก็ลดลง

ตอนเรียน พ่อแม่เคยบอกว่าถ้าสอบได้ที่ 1 จะมีรางวัลให้ นั่นคือการตั้งความคาดหวังไว้เป็นแรงกระตุ้น

ความหวังและความคาดหวังเหมือนกันตรงไหน

ทั้งสองอย่างเป็นความปรารถนาและความเชื่อเกี่ยวกับอนาคต เราหวังว่าจะถูกหวย คาดหวังว่าธุรกิจจะสำเร็จ

แทบเป็นไปไม่ได้ที่คนเราจะอยู่โดยปราศจากความหวังหรือความคาดหวัง

และเมื่อทั้งสองอย่างล้มเหลว ก็ส่งผลให้เกิดความโศกเศร้าเสียใจ ทุกข์ทรมาน ต่างกันแค่ระดับความผิดหวัง

ถ้าไม่มีความหวังเลยจะเกิดอะไรขึ้น

อาจารย์โสฬส โพธิ์ทองนาค เคยพูดว่าความหวังเป็นสิ่งที่จำเป็น มนุษย์ไม่อาจอยู่ได้ถ้าไม่มีความหวัง การมีความหวังคือการมีเป้าหมายในชีวิต ทำให้ชีวิตมีคุณค่าชัดเจนขึ้น

เมื่อเราหมดหนทาง หมดหนทางจะสู้ หมดหนทางจะทำ ถ้ามีความหวังขึ้นมา เราจะพยายามหาทางเดินต่อ

แต่ถ้าไม่มีความหวังหรือความคาดหวังใดๆ เลย อาจนำไปสู่ภาวะที่ไม่ดีต่อสุขภาพจิต เช่น ภาวะซึมเศร้า รู้สึกหมดอะไรตายอยาก หมดไฟในการทำงาน

อีกภาวะหนึ่งคือ learned helplessness หรือการหมดแรงในการเรียนรู้ รู้สึกว่าทำอะไรต่อไปไม่ได้ ไม่มองเห็นความหวังที่จะก้าวผ่านอุปสรรค

ทำอย่างไรให้หวังแล้วมีความสุข

เจนมองว่าการมีความหวังดีนะ บางทีเหมือนใช้จินตนาการ คิดเล่นๆ ว่าถ้าถูกหวยจะเอาเงินไปทำอะไร แค่คิดก็มีความสุขแล้ว

แม้จะไม่ได้เกิดขึ้นจริง แต่ระหว่างที่คิดเราก็มีความสุข และมีแรงผลักดันให้ทำงานต่อ

ความคาดหวังเองก็มีประโยชน์ ถ้าตั้งไว้พอดี เช่น คาดหวังว่าจะได้ขึ้นเงินเดือน ก็จะทำงานให้มีคุณภาพมากขึ้น

หรือพนักงานเซลส์ที่ทำยอดได้ตามเป้าแล้วได้โบนัสหรือค่าคอมเพิ่ม ก็มีแรงจูงใจขยันขึ้น

แต่ต้องบริหารความคาดหวังให้ถูกต้อง ด้วยการคิดและประเมินความเสี่ยง ไม่ตั้งไว้สูงเกินไปโดยไม่เผื่อใจ

เพราะถ้าไม่เป็นอย่างใจหวัง เราอาจล้มได้เลย

และเมื่อความคาดหวังนั้นมีคนอื่นรับรู้ด้วย เช่น พ่อแม่ฝากความหวังไว้ว่าลูกต้องเรียนเก่ง ได้ที่ 1 หรือเกรด 4 ก็จะเกิดความกดดัน ทั้งกับตัวคนที่ถูกตั้งความหวังและคนที่ตั้ง

มากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคนรับแรงกดดันได้แค่ไหน

เจนและอังสรุปว่าชีวิตขับเคลื่อนด้วยความหวังและความคาดหวัง การมีจุดมุ่งหมายต้องใช้ทั้งสองอย่างเพื่อเดินไปให้ถึง

แต่ขอให้รู้ว่าทุกอย่างอาจเป็นไปได้หรือไม่ได้ก็ได้ ค่อยๆ เรียนรู้ และหวังหรือคาดหวังอยู่บนความเป็นจริง

ชีวิตมันขับเคลื่อนด้วยความหวังและความคาดหวัง แต่อยากให้ตั้งอยู่บนความเป็นจริง

บทความนี้ไม่ใช่การวินิจฉัยทางการแพทย์ หากคุณหรือคนใกล้ตัวกำลังทุกข์ใจอย่างหนัก สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ให้บริการฟรีตลอด 24 ชั่วโมง

ทีม Alljit

บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย

นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา