Alljit Blog
พูดคุย

ความไม่แฟร์ในชีวิต รับมือยังไงเมื่อรู้สึกว่าตัวเองโชคร้าย

เมื่อชีวิตรู้สึกไม่แฟร์ ทั้งเรื่องงาน ความรัก และคนรอบตัว เราจะรับมือกับความรู้สึกนั้นยังไงโดยไม่จมอยู่กับมัน

ความไม่แฟร์!!!

ความไม่แฟร์มาได้ทุกรูปแบบ ทั้งเรื่องงาน ความรัก ครอบครัว และคนใกล้ตัว สิ่งที่ทำได้ก่อนคือแยกให้ออกว่าอะไรอยู่ในมือเรา อะไรอยู่นอกมือ

เรื่องที่ควบคุมไม่ได้มีเยอะ การพยายามคาดหวังให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่คิดไว้เลยมักจบที่ตัวเราเองเจ็บ

ทำไมยิ่งหางานยิ่งรู้สึกกดดันตัวเอง

ช่วงต้นปีเป็นช่วงที่หลายคนหางาน พอเห็นคนรอบข้างได้งานก็ยิ่งกดดันตัวเองว่าทำไมเรายังไม่ได้สักที

พิธีกรในคลิปเล่าว่าตัวเองก็กดดันช่วงหางาน แต่แนะนำว่าให้ลองไปเรื่อยๆ ไปสัมภาษณ์ไป ดีกว่าฝืนรีบรับงานที่รู้สึกว่าไม่น่าเข้าไป แล้วทำให้เราแย่กับการทำงานไปเลย

ง้อแฟนที่เป็นซึมเศร้าต้องทำยังไง

คำถามนี้ถูกถามเข้ามาในไลฟ์ พิธีกรตอบว่าให้ตัดคำว่าแฟนเป็นโรคซึมเศร้าออกก่อน แล้วง้อในฐานะคนที่อยากคืนดีกับคนหนึ่ง

ถ้าเราอยากง้อ ง้อในฐานะคนที่อยากง้อแฟนคนนึง ไม่งั้นมันจะไม่ธรรมชาติ

เข้าใจได้ว่าอยากระวังคำพูด ก็แค่เลี่ยงคำที่รู้ว่าแฟนไม่ชอบ แต่ไม่ต้องคิดแทนเขาทั้งหมดจนไม่กล้าพูดอะไรเลย

ถูกวิจารณ์จนน้ำตาไหล ควรรับไว้หรือปล่อยไป

มีคนเล่าว่าทุ่มเททำงานเต็มที่ ไม่ได้หวังคำชม แต่กลับได้คำตำหนิจนน้ำตาไหล แล้วแม่บอกให้รับไว้แล้วจบ

พิธีกรบอกว่าคนที่ไม่ได้เผชิญหน้าเองอาจไม่เข้าใจความรู้สึกเรา ในมุมผู้ใหญ่อาจมองว่าทนได้ก็ทน แต่ถ้าถึงขีดจำกัดเราแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องทนจนตัวเองรู้สึกแย่

รับคำ批評ไว้ได้ แต่ต้องทิ้งมันไปให้ได้ด้วย ไม่งั้นคนที่เจ็บก็คือเราเอง

นอนไม่หลับเพราะคิดมาก ทำยังไงดี

มีคนเล่าว่ากินยาแล้วแต่ยังไม่หลับ คิดมากจนปวดหัว พิธีกรแนะนำวิธีกำหนดลมหายใจ ซึ่งเป็นวิธีพื้นฐานแต่ได้ผล

การกำหนดลมหายใจคือการกลับมามีสติอยู่กับปัจจุบัน รู้ว่ากำลังหายใจเข้า หายใจออก แล้วค่อยๆ เห็นว่าเมื่อกี้เราคิดเรื่องอะไรอยู่

อีกวิธีคือเขียนสิ่งที่ค้างคาในหัวออกมาเป็นรูปธรรม พอเขียนแล้วเอาออกมา บางทีมันเบาลงและหลับได้ง่ายขึ้น

อยู่กับที่ทำงานเก่านานจนกดดัน ควรลาออกไหม

มีคนเล่าว่าอยู่ที่ทำงานเก่า 15 ปี กดดันมาก จนทำเรื่องขอย้าย แล้วต้องไปฝึกงานหนึ่งเดือน รู้สึกตื่นเต้นปนกลัว

พิธีกรบอกว่าการลาออกแล้วเริ่มต้นใหม่จะดีหรือแย่ไม่รู้ แต่ชีวิตเราเปลี่ยนแปลงแน่นอน ดีกว่าอยู่ที่เดิมแล้วรู้สึกไม่ดีไปเรื่อยๆ

ถ้าที่ทำงาน toxic มาก อาจลองหางานสำรองไว้ก่อนเพื่อไม่ให้ติดประวัติ แต่ถ้าไม่ติดประวัติและมีโอกาส ก็ออกได้เลย

เป็นซึมเศร้าแล้วคนรอบตัวไม่เชื่อว่าป่วย

มีคนเล่าว่าคนใกล้ตัวไม่คิดว่าเป็นซึมเศร้า ทั้งที่รักษาอยู่และรู้ตัวเองดี พิธีกรบอกว่าไม่ต้องอธิบายก็ได้ ถ้าเขาเลือกจะเชื่อแบบนั้น

สิ่งสำคัญที่สุดคือตัวเรา เรารู้ตัวเองดีก็พอ ถ้าอธิบายไปแล้วเขาไม่เข้าใจ แปลว่าเขาอาจไม่ได้เปิดรับฟังเราจริงๆ

อีกคนเล่าว่าอาการเหมือนรถไฟเหาะ ดีขึ้นถึงจุดหนึ่งแล้วดิ่งลงอีก ทำให้รู้สึกท้อ พิธีกรบอกว่ากราฟมันขึ้นลง แต่จะค่อยๆ สูงขึ้นเรื่อยๆ อย่าเพิ่งยอมแพ้

ทีม Alljit

บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย

นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา