คิดมากก่อนนอน ทำยังไงให้นอนหลับ กับนักจิตวิทยา
ก่อนนอนหลายคนชอบขบคิดเรื่องที่ผ่านมา ยิ่งมองชีวิตมากก็ยิ่งกังวล บทความนี้ชวนตั้งคำถามว่าคิดไปเพื่ออะไร แล้วหาจุดสมดุลของตัวเองก่อนหลับ

ก่อนจะนอน หลายคนใช้เวลาไล่ทบทวนเรื่องที่ผ่านมาในแต่ละวัน แต่ละสัปดาห์ หรือแต่ละเดือน บางคนยิ่งมองเห็นชีวิตมากเท่าไหร่ กลับยิ่งวิตกกังวลกับเรื่องที่เกิดขึ้นมากเท่านั้น บางครั้งก็กังวลมากกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจริงเสียอีก
นักจิตวิทยาในพอดแคสต์ตอนนี้ชี้ว่า วิธีคิดก่อนนอนไม่จำเป็นต้องทำทุกคืน และไม่จำเป็นต้องมีวิธีเดียวที่ถูกสำหรับทุกคน จุดตั้งต้นคือการถามตัวเองตรงๆ ว่าที่เราคิดอยู่ตอนนี้ คิดไปเพื่ออะไร
คิดมากก่อนนอนทำยังไงดี
คำถามแรกที่ควรถามตัวเองคือ เราตั้งใจจะคิด หรือมันคิดไปเอง ถ้าเป็นแบบตั้งใจ ลองถามต่อว่าคิดไปทำไม ทำไปเพื่ออะไร บางคนคิดตามกระแสหนังสือพัฒนาชีวิต ทำตามโพสต์ในเฟซบุ๊ก หรือทำตามที่คนอื่นบอกว่ามันดี แต่ไม่เคยถามตัวเองว่าสิ่งที่ดีกับเราคืออะไร
ถ้าคำตอบคือไม่ใช่ ก็ไม่มีความจำเป็นต้องนั่งทบทวนต่อ นอนได้เลย แต่ถ้าคำตอบคือใช่ ก็มาหาว่าจังหวะที่เหมาะกับเราอยู่ตรงไหน บางคนไหวคืนละครั้ง บางคนสัปดาห์ละครั้ง บางคนเดือนละหนึ่งถึงสองครั้งก็พอ
นอนหลับไปทำไมสำคัญ
การนอนเป็นระบบอัตโนมัติที่ทำให้ร่างกายได้พักผ่อน ไม่ได้พักแค่กายกับใจ แต่พักทุกอย่างรวมถึงช่วงเวลาที่เราไม่ต้องคิดเรื่องปรัชญา ความรัก ความกลัว แล้วก็ตื่นมารับแสงแดดอ่อนๆ ในเช้าวันใหม่
หลักพื้นฐานที่สุดคือการล็อกเวลาของตัวเอง ว่าจะนอนเมื่อไหร่ ทำงานถึงเมื่อไหร่ พอร่างกายรู้หน้าที่ ความฟุ้งซ่านจะค่อยๆ สงบลงเอง
คิดฟุ้งซ่านไม่เหมือนไร้ความรับผิดชอบ
คนที่คิดฟุ้งซ่านไม่ได้แปลว่าเป็นคนที่ไร้คุณค่า บางคนคิดตลอดทั้งวัน แต่พอถึงเวลานอนสี่ทุ่มก็ขึ้นเตียงแล้วนอนได้ เพราะรู้ว่านั่นคือหน้าที่ของร่างกายตอนนั้น
การที่เราคิดฟุ้งซ่านไม่ได้แปลว่าเราจะเป็นคนแบบไร้คุณค่าทำอะไรไม่ได้
ความกังวลกับความผิดพลาดต่างกันยังไง
การคิดถึงเรื่องที่ผ่านมาแล้ว มักเป็นความวิตกกังวลต่อสิ่งที่ทำไปแล้ว แต่ยังมีอีกกลุ่มที่ไม่ได้ตั้งใจทบทวนอะไร แล้วยังกังวลเรื่อยๆ ว่าวันนี้งานที่ทำสำเร็จดีหรือยัง ก่อนจะหลับเลยพะวงไปหมด
คนที่ยอมรับความผิดพลาดได้ จะค่อยๆ มองการกระทำของตัวเอง แล้วปรับปรุงหรือวางแผนรับมือวันต่อไป ต่างจากคนที่ยอมรับไม่ได้ เพราะต่อให้เตรียมดีแค่ไหน ถ้าพลาดก็ต้องเจอกับความผิดพลาดอยู่ดี
ยิ่งทำดีมาก ทำไมยิ่งกังวล
มีอีกกลุ่มที่ทำอะไรออกมาดีมาก ชื่นชมตัวเองได้ แต่ก็หยุดวิตกกังวลต่อการกระทำของตัวเองไม่ได้ เพราะยังไม่ยอมรับตัวเองเวลาพลาด ยิ่งทำดีและไม่เคยพลาดเลย ก็ยิ่งเปิดใจยอมรับความผิดพลาดได้ยากขึ้น
ความมั่นคงทางจิตใจจะเกิดตอนที่เรายอมรับได้ว่า ต่อให้ไม่ใช่คนที่เก่งที่สุดหรือดีที่สุด แต่เราคือคนที่พยายามอย่างเต็มที่ และถ้าเกิดอะไรขึ้นก็จะแก้ไขต่อไป
ถ้ายังกังวลอยู่ก่อนนอนต้องทำยังไง
ไม่จำเป็นต้องเคลียร์ทุกความรู้สึกให้เกลี้ยงก่อนหลับ ความรู้สึกไม่ใช่สิ่งที่ดีหรือแย่ มันเป็นกลางๆ ถ้ามีความกังวลเล็กๆ แล้วยังนอนได้ตามปกติ ก็ไม่ต้องไปทำอะไรกับมัน
แต่ถ้าอยากทบทวนจริงๆ ก็ทำให้สมดุล หาจุดลงตัวของตัวเอง ลองมองว่าความวิตกกังวลนั้นมีจุดไหนไหมที่เรายังยอมรับไม่ได้ บางครั้งสิ่งที่คิดว่าเป็นการทำให้ดีเพื่อป้องกันปัญหา จริงๆ อาจเป็นการวิ่งไปข้างหน้าโดยที่ไม่มีเส้นชัย
ลองยอมรับว่าตัวเองก็ต้องมีสักสนามที่วิ่งไม่ถึงเส้นชัย ทำตรงนี้ได้ ความกังวลต่อตัวเองจะคลายลงค่อนข้างเยอะ
กิจกรรมก่อนนอนอื่นๆ ก็ช่วยได้ เช่น เคลียร์งานต่ออีกครึ่งชั่วโมง อาบน้ำให้เพลิดเพลิน อ่านหนังสือหรือฟังเพลงก่อนนอน แต่ทุกอย่างต้องมีเวลาจำกัด ไม่ให้เลยเถิดจนดึก
บทความนี้เรียบเรียงจากพอดแคสต์ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือรักษาโรค หากมีความคิดที่รบกวนจนใช้ชีวิตลำบาก ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ สายด่วนสุขภาพจิต 1323 โทรฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง
ทีม Alljit
บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย