Alljit Blog
ฟังก่อนนอน

กังวลเรื่องพรุ่งนี้จนนอนไม่หลับ คืนนี้หยุดซ้อมฉากในหัวก่อนก็ได้

ความเหนื่อยของหลายคืนไม่ได้มาจากเรื่องที่เกิดไปแล้ว แต่มาจากการซ้อมฉากพรุ่งนี้ซ้ำไปเรื่อยๆ บนเวทีที่เราเล่นเองทุกบท

คนนอนอยู่บนเตียงในห้องมืด ตายังเปิดมองเพดาน

งานเลิกไปนานแล้ว ไฟปิด มือถือคว่ำ ตัวอยู่บนเตียงเรียบร้อย แต่ในหัวยังมีเวทีหนึ่งที่เปิดไฟค้างไว้ บางคืนเป็นฉากประชุม บางคืนเป็นบทสนทนาที่เลี่ยงมานาน บางคืนเป็นการซ้อมรับข่าวที่ยังมาไม่ถึง

ตอนนี้ของ วางลงก่อน ชวนมองอย่างหนึ่งตั้งแต่ต้นว่า คืนนี้ที่มันเหนื่อย อาจจะเหนื่อยจากงานที่ยังมาไม่ถึงมากกว่างานที่ผ่านไปแล้ว และคำตอบที่ตอนนี้ให้ไว้ก็ไม่อ้อมเลย คือการซ้อมมันไม่จบเองหรอก

สิ่งที่ขยับได้จริงคือที่นั่งของเรา ไม่ใช่จำนวนรอบที่ซ้อม

ทำไมคืนที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ถึงเหนื่อยได้ขนาดนี้

บนเวทีนั้นเราเล่นเองทุกบท ทั้งบทของเรา บทของอีกฝ่าย แล้วก็นั่งดูตัวเองเล่นไปด้วย ฉากเดิมวนซ้ำได้ทั้งคืนโดยที่ร่างกายไม่ได้ขยับไปไหนเลยสักนิด

แล้วรอบซ้อมคืนนี้ยังเงียบเป็นพิเศษ เพราะคนที่เราซ้อมเผชิญหน้าด้วยเขาหลับไปแล้ว เหลือเราคนเดียวที่ยังเปิดไฟเวทีอยู่

คนที่เหนื่อยที่สุด คือคนที่ต้องเล่นทุกบทบนเวทีนั้น อยู่คนเดียว

ความเหนื่อยแบบนี้เลยไม่มีใครเห็น เพราะมันไม่ได้มาจากเรื่องที่เกิดขึ้นจริง แต่มาจากการรับบททุกบทของเรื่องที่ยังไม่เกิด

ซ้อมให้จบไปเลยคืนนี้ แล้วค่อยนอน ได้ไหม

ในตอนนี้มีการชวนลองจริงประมาณสิบวินาที คือให้ซ้อมฉากพรุ่งนี้ให้เสร็จไปเลย ซ้อมให้พอจนรู้สึกพร้อม จนหายกังวล แล้วค่อยกลับมาสังเกตว่าเมื่อกี้เป็นยังไง

ผลที่รายการเล่าไว้คือคล้ายกันเกือบหมด บางคนซ้อมจบฉากหนึ่งแล้วมีฉากใหม่โผล่มาต่อ บางคนเจอเวอร์ชันที่แย่กว่าเดิม บางคนเงียบไปเฉยๆ ซึ่งก็ปกติมากเหมือนกัน

การซ้อมเรียกฉากใหม่มาให้ซ้อมต่อเสมอ คำว่าซ้อมจนพอเลยเป็นเส้นชัยที่ถอยหนีเราไปเรื่อยๆ

แล้ววิธีที่เราใช้มาทั้งคืน คือการซ้อมเพิ่มอีกรอบเพื่อวิ่งตามเส้นนั้น

เปลี่ยนคำหน้าประโยคคำเดียว ทำไมเสียงมันเบาลง

บนเวทีมักมีประโยคเปิดเรื่องอยู่ประโยคเดียว คือ แล้วถ้าพรุ่งนี้มันพังล่ะ ตอนนี้ชวนให้ลองพูดในใจใหม่ว่า ฉันสังเกตเห็นความคิดว่า แล้วถ้าพรุ่งนี้มันพังล่ะ แล้วสังเกตดูว่าประโยคเดิมยังดังเท่าเดิมไหม

บางคนจะรู้สึกว่ามีระยะห่างขึ้นมานิดหนึ่ง บางคนยังรู้สึกเท่าเดิม รายการก็บอกไว้ว่าปกติมาก เพราะคำว่าฉันสังเกตเห็นไม่ได้ไล่ความคิดนั้นออกไปไหน มันปล่อยให้ประโยคนั้นอยู่บนเวทีต่อได้

บทยังอยู่ครบ สิ่งที่ขยับคือที่นั่งของเรา จากคนที่ต้องขึ้นไปเล่นทุกรอบ มาเป็นคนที่นั่งดูอยู่แถวหลัง ถ้าคืนนี้ฉากใหม่เปิดขึ้นมาอีก ก็ทักมันเบาๆ จากที่นั่งคนดูได้ว่า อ้อ รอบซ้อมอีกแล้ว

ปิดไฟเวที แปลว่าทิ้งเรื่องพรุ่งนี้หรือเปล่า

ไม่ใช่ เรื่องพรุ่งนี้ยังอยู่ครบทุกเรื่อง ปิดไฟแค่แปลว่าพรุ่งนี้จริงมันเล่นสด และตัวเราตอนเช้าเล่นสดเก่งกว่าตัวเราตอนตีสองอยู่มาก

คืนนี้ฉันหยุดซ้อมก่อนก็ได้

ตอนนี้ให้พูดประโยคนี้ในใจช้าๆ แล้วสังเกตว่ามีอะไรในตัวขยับบ้าง ฉากที่ต้องเจอจริงถูกยกไปให้ตัวเราตอนเช้าเป็นคนรับ คนที่พาเรารอดมาได้ทุกวันอยู่แล้ว

แบบไหนที่ไม่ใช่แค่เรื่องของคืนนี้

กังวลก่อนวันสำคัญแล้วพอเรื่องผ่านก็คลาย อันนั้นเกิดกับทุกคน แต่ตอนนี้ฝากให้สังเกตอีกแบบไว้ด้วย

  • กังวลหลายเรื่องพร้อมกัน แล้วย้ายเรื่องไปเรื่อยๆ
  • ห้ามมันยากขึ้นทุกที
  • เป็นมาหลายเดือนจนตัวเริ่มล้า ใจสั่น แล้วพลอยหลับยากไปด้วย

ข้อเดียวที่เป็นมานานพอ ก็เป็นเหตุผลที่พอแล้วที่จะไปคุยกับใครสักคน

ฟังฉบับเต็มจากรายการ

ในคลิปยังมีช่วงไล่ผ่อนทั้งตัวที่บทความนี้ไม่ได้เก็บมา ตั้งแต่หน้าผาก ระหว่างคิ้ว เปลือกตา ไปจนถึงกรามที่ให้ฟันบนกับฟันล่างห่างกันนิดหนึ่ง แล้วค่อยไล่ลงไปจนถึงเท้าทั้งสองข้าง

กับจังหวะหายใจที่ให้ปล่อยออกยาวกว่าตอนเข้า ส่วนนี้ต้องฟังไปทำไปถึงจะรู้ว่าตัวเองค้างอยู่ตรงไหนบ้าง

คืนนี้ถ้ายังมีฉากแวะกลับมาอีก ก็ปล่อยให้มันแวะ แล้วมองมันจากแถวหลัง บทความนี้เขียนจากสิ่งที่ได้ยินในรายการ ไม่ใช่การวินิจฉัย และถ้าคืนไหนอยากมีคนคุยด้วยจริงๆ สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง

รอบซ้อมของคืนนี้เลิกได้แล้ว

ทีม Alljit

บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย

นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา