Alljit Blog
พูดคุย

คุยกับคนมีอีโก้สูงทำไมเหนื่อย พร้อมวิธีรับมือ

คนอีโก้สูงไม่ได้แปลว่ามั่นใจเสมอไป บางคนข้างในกำลังโหยหาการยอมรับ จึงต้องเอาชนะทุกบทสนทนา และนั่นคือเหตุผลที่คุยด้วยแล้วเราเหนื่อย

คุยกับคนมีอีโก้โคตรเหนื่อย

คุยกับคนอีโก้สูงแล้วเหนื่อย เพราะบทสนทนากลายเป็นการแข่งที่เราไม่มีวันชนะ เขาไม่ได้อยากเข้าใจ แต่ต้องการให้เรายอมรับว่าเขาถูก เมื่อจบแต่ละครั้งเราจึงรู้สึกเหมือนถูกดูดพลังไปหมดทั้งที่ไม่ได้เถียงอะไรเลย

ในไลฟ์ของออลล์จิต พิธีกรอย่างพี่มายและน้องแบมชวนคุยเรื่องนี้กับคนฟังในบ้านแดงและบ้านฟ้า และมีคอมเมนต์หนึ่งที่ทำให้เห็นภาพชัดว่า อยู่กับคนแบบนี้แล้วคนรอบข้างมักเลือกยอมรับผิดเพื่อจบเรื่องไปเลย

อีโก้สูงกับความมั่นใจต่างกันยังไง

หลายคนเข้าใจว่าคนอีโก้สูงคือคนมั่นใจ แต่พี่มายมองว่ามันอาจเป็นความเข้าใจผิดที่เจ้าตัวสร้างขึ้นเองด้วยซ้ำ เขาอาจมั่นใจในบางเรื่องจริง แต่การที่ต้องพิสูจน์ซ้ำๆ ว่าตัวเองถูก อาจแปลว่าข้างในกำลังโหยหาการยอมรับจากคนอื่นอยู่

อีกมุมที่ถูกพูดถึงในไลฟ์คือ คนที่เก่งจริงมักไม่ต้องเถียงให้ชนะ เพราะรู้ว่าตัวเองรู้อะไร ไม่รู้อะไร แต่คนที่มั่นใจไม่พอจะยึดความคิดตัวเองไว้แน่นเป็นพิเศษ

ตอนผมยังรู้อะไรนิดเดียวผมอีโก้สูงมากครับ พอรู้อะไรเยอะขึ้นถึงได้เข้าใจว่าเราผิดมาเยอะเลย

ทำไมคุยกับคนอีโก้สูงแล้วรู้สึกเหนื่อย

เพราะการคุยกับเขาไม่ใช่การแลกเปลี่ยนความเห็น แต่คือการต้องออกมาเป็นฝ่ายแพ้หรือฝ่ายถูก เขาจะไม่เปิดรับความคิดใหม่เข้ามาเลย ถ้าความคิดนั้นขัดกับของตัวเอง

มีคอมเมนต์ในไลฟ์เล่าว่าเวลาทะเลาะกันที่บ้าน ไม่มีใครฟังคำอธิบายเลย มีแต่เสียงตะคอกใส่ พี่มายอธิบายว่าบางคนไม่มีเหตุผลจะอธิบาย จึงใช้อีโก้ตรงนั้นใส่อารมณ์และชนะด้วยความเสียงดังแทน

สิ่งที่ต่างกันชัดคือการเถียงเพื่ออธิบาย กับเถียงเพื่อเอาชนะ อันแรกใช้เหตุผลและข้อมูลนำ อันหลังมีอารมณ์นำต่อให้ยกข้อเท็จจริงมาเหมือนกัน

คนที่ IQ สูงแต่ EQ ต่ำเกี่ยวกับอีโก้ยังไง

มีคอมเมนต์หนึ่งตั้งข้อสังเกตว่า คนที่ความเก่งของตัวเองทำให้ไม่รับฟังใครเลย อาจเป็นคนที่ IQ สูงแต่ EQ ต่ำ ซึ่ง EQ ในที่นี้หมายถึงวุฒิภาวะในการควบคุมอารมณ์

พี่มายเสริมว่าคนอีโก้สูงส่วนหนึ่งเก่งจริง แต่ก็มีบางคนที่ไม่ได้เก่งอะไร แต่เถียงเก่งจนเราอยากถอยเอง

อยู่กับพ่อแม่ที่ชอบตะคอกควรทำยังไง

มีคนเล่าว่าพ่อแม่หงุดหงิดแล้วระบายใส่วันละหลายครั้ง จนรู้สึกว่าตัวเองเป็นที่รองรับอารมณ์ พี่มายเรียกพฤติกรรมแบบนี้ว่า Toxic Parent และบอกว่าถ้ายังย้ายออกไม่ได้ก็ต้องอยู่ไปก่อน

แต่วันที่ย้ายออกได้จริง ควรออกมาอยู่ข้างนอกจะดีกว่า เพราะอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนั้นนานๆ ทำร้ายสุขภาพจิตเราไปเรื่อยๆ

พี่มายยังบอกอีกว่า อย่าปล่อยให้ตัวเองซึมซับพฤติกรรมนั้นมาไว้ อย่างน้อยให้เรายังเป็นคนที่เราไม่อยากเป็น

ถ้าคนที่อีโก้สูงคือคนใกล้ตัว

มีคอมเมนต์ถามว่าทะเลาะกับแฟนแล้วจะรู้ได้ยังไงว่าใครกำลังใช้อีโก้ พี่มายตอบว่ากับคนใกล้ตัวเรามักปล่อยนิสัยเสียใส่กันโดยไม่รู้ตัว ให้ลองสังเกตว่าเรากำลังเถียงเพื่อเอาชนะ หรือกำลังหาทางแก้ปัญหาไปด้วยกัน

อีกเคสคือแฟนที่ชอบช่วยคนอื่นไปทั่วโดยไม่สนใจความรู้สึกของอีกฝ่าย แล้วบอกว่าไม่ได้นอกใจ ไม่ได้ทำอะไรผิด ถ้าเรายังคุยกันได้ พี่มายแนะนำให้บอกไปตรงๆ ว่าสิ่งที่เขาทำทำให้เราอึดอัด แม้เขาจะมองว่าไม่ผิดก็ตาม

แล้วคนอีโก้สูงเปลี่ยนตัวเองได้ไหม

ขึ้นอยู่กับว่าเขายอมรับเรื่องนี้กับตัวเองได้หรือเปล่า เพราะบางคนก็รู้ตัวว่าตัวเองอีโก้สูง แต่เลือกที่จะไม่ยอมรับมัน

แต่มีตัวอย่างจากคอมเมนต์หนึ่งที่บอกว่า เมื่อก่อนยึดมั่นว่าทุกอย่างต้องเป็นไปตามที่หวัง พอผ่านอะไรมาเยอะก็ยังคาดหวังอยู่เหมือนเดิม แค่มีภูมิคุ้มกันรับมือกับความผิดหวังได้มากกว่าเดิม

ส่วนคนที่รู้สึกว่าตัวเองอีโก้ต่ำ ไม่มั่นใจในตัวเอง พี่มายบอกว่าไม่ผิด และความมั่นใจก็เติมขึ้นได้ เริ่มจากการเมตตากับตัวเองก่อน เหมือนที่เราใจดีกับเพื่อนสนิท

ถ้าเราไปรักคนอื่นก่อน แปลว่าเราไปคาดหวังให้คนอื่นมาเติมให้เรา

บทความนี้เรียบเรียงจากเนื้อหาในไลฟ์ ไม่ใช่การวินิจฉัย หากความสัมพันธ์กับคนรอบตัวทำให้เครียดสะสมจนกระทบชีวิตประจำวัน ปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง

ทีม Alljit

บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย

นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา