จีบสาวไม่ติด ผิดที่เราหรือเขา ต้องทำยังไงต่อ
ความรักไม่ใช่ผลตอบแทนของความดี ต่อให้ดีแค่ไหนแต่ถ้าไม่แมชกันก็ไม่ใช่เรื่องผิดของใคร บางปัญหาต้องจัดการที่ตัวเรา บางปัญหาต้องจัดการที่คนอื่น

มีคำถามหนึ่งที่หลายคนสงสัย เวลาทำดีกับใครแล้วเขาไม่ชอบเราสักที ทั้งที่เราก็ตั้งใจจริง ดีให้ตายแค่ไหนแต่ถ้าไม่แมชกันมันก็ไม่ใช่ เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของใคร
ในรายการโหลต้าวปัญหาของออลล์จิต พิธีกรอย่างฟิว เจน มาย และแบม หยิบคำถามจากผู้ฟังขึ้นมาคุยกันสดๆ คำถามแรกมาจากคุณฝ้าย ไอ สารับ ที่ถามว่าทำไมคนสนิทถึงไม่พูดดีๆ ด้วย
ทำไมคนสนิทถึงพูดไม่ดีกับเราที่สุด
เพราะความสนิททำให้เรากล้าพูดแรงขึ้น ฟิวเล่าว่าในครอบครัวตัวเองก็มีคนแบบนี้ พูดดีกับคนข้างนอก แต่พออยู่บ้านใช้คำรุนแรงกับตัวเองด้วย
คนที่ชอบตำหนิคนอื่นมักตำหนิตัวเองเยอะเหมือนกัน พอเราสนิทกับใคร เขาจะมองว่าเราเป็นพื้นที่ปลอดภัย เป็นที่ที่เขาไม่ต้องทำตัวน่ารัก
แต่นั่นไม่ได้แปลว่าต้องทน เจนแนะนำให้สะท้อนกลับแบบไม่ต้องมีปากเสียง อาจพูดเล่นๆ ว่า อุ๊ยแรงอะ หรือเงียบไม่โต้ตอบเลยก็ได้
จีบสาวไม่ติด ทำดีแค่ไหนเขาก็ไม่ชอบ
คำถามจากคุณปิยะนุส 7744 บอกว่าจีบสาวไม่ติด ไหนว่าอยากได้คนที่รักเราจริงๆ พอเราชอบเขากลับไม่ชอบเรา เจนบอกทันทีว่าความรักไม่ใช่ผลตอบแทนของความดี
ต่อให้ดีแค่ไหน ถ้าไม่ตรงกันมันก็ไม่ใช่ เรื่องปกติที่เราชอบเขาแล้วเขาไม่ชอบเรา และก็ปกติเหมือนกันที่คนมาชอบเราแล้วเราไม่ชอบเขา
ความรักมันไม่ใช่ผลตอบแทนของความดี
เจนเสริมอีกว่าในทางกลับกัน ถ้ามีคนมาจีบเราแล้วเราไม่ชอบ เราก็ทำแบบนั้นกับเขาได้ มันเป็นวงจรของความรักที่เกิดขึ้นได้ทั้งสองทาง
มายบอกว่าการเข้าไปจีบใครสักคนต้องใช้ความกล้ามาก กลัวเขาไม่ชอบ กลัวเสียใจ แต่การแสดงออกว่ารักเป็นสิ่งที่ไม่ใช่ทุกคนจะทำได้ ถ้าวันนี้ผิดหวังก็ไม่เป็นไร
เรียนจบแล้วไม่มีความสุขกับงานที่ทำ ควรทำยังไง
คำถามจากคุณบิ๊ก พูโต ดาวพูโตดวงใหญ่ บอกว่าเรียนจบแล้วแต่ไม่มีความสุขกับงาน ยิ่งเห็นเพื่อนเงินเดือนเริ่มต้นสูงกว่ายิ่งกดดัน รู้สึกผิดที่ตอบสนองความต้องการใครไม่ได้เลย
ฟิวบอกว่ารู้สึกแบบนี้เป็นเรื่องปกติของคนจบใหม่ อย่าเกาะติดกับอารมณ์นั้นแน่นนัก รับรู้ว่ามันเกิดขึ้นได้แล้วเดี๋ยวมันจะผ่านไป
มีสองทางที่เลือกได้ ทางแรกคือปลอบตัวเองว่าเราพยายามเต็มที่แล้ว อีกทางคือลดความคาดหวังของตัวเองลง ซึ่งแล้วแต่คนว่าอันไหนได้ผล
เจนเล่าว่าเพิ่งคุยกับเพื่อนที่ไปหานักจิตบำบัดมา แล้วได้วิธีเขียน To Do List ง่ายๆ ว่า วันนี้ทำอะไรสำเร็จไปแล้วบ้าง
ความสุขเดี๋ยวมันมาแล้วมันก็ผ่านไป ความทุกข์ก็เหมือนกัน
พอขีดไปเรื่อยๆ จะเห็นว่าเราทำไปได้ตั้งหลายอย่าง ช่วยให้รู้สึกมีคุณค่ากับงานที่ทำอยู่มากขึ้น แบมเสริมว่าให้ลองแยกว่าความทุกข์มาจากงานหรือจากความคิดของตัวเอง
ครอบครัวกดดันให้ซื้อของ อยากให้เข้าใจเราบ้าง
คำถามจากคุณแอม เรซั่น ซิน บอกสั้นๆ ว่าครอบครัวกดดันให้ซื้อนั่นซื้อนี่ อยากให้เข้าใจเราบ้าง มายบอกว่านี่เป็นคำถามที่ตอบแบบส่วนตัวมาก
มายเล่าว่าถ้าเจอสถานการณ์นี้กับตัวเอง จะลองถามก่อนว่าของที่อยากได้เอาไปทำอะไร ใช้ได้นานไหม มีประโยชน์จริงไหม หรืออยากได้แค่ระยะสั้นๆ
คำว่ากดดันมันหนัก เพราะเราทำงานก็อยากใช้เงินของตัวเองเพื่อความสุขของตัวเอง ถ้าเราอยากซื้ออะไรให้เขาด้วยใจก็จะซื้อเองอยู่แล้ว
เจอคน Toxic ในบ้านที่หนีไม่ได้ ทำยังไง
คำถามสุดท้ายมาจากคนที่เจอป้าเจ้าปัญหาในบ้าน ทั้งแอบดู แอบด่า และเอาเรื่องในบ้านไปเม้าท์กับคนอื่น พิธีกรมองว่าเขาอาจเหงา อยากมีคนคุยด้วยแต่ไม่รู้จะทำยังไง
เจนแนะนำให้ลองใช้พลังงานสักนิด หาจังหวะที่โอเคแล้วคุยตรงๆ ว่าเป็นอะไรคะ หนูไม่ได้ทำอะไรให้ป้าเลย มีอะไรเล่าให้ฟังได้นะ
ถ้าคุยดีๆ แล้วไม่กลับ มายเสนอวิธีที่ฮาร์ดคอร์ขึ้น คือเก็บหลักฐานที่เขาทำกับเราไว้ หรือทำให้เรื่องไปถึงสังคม แต่ต้องระวังเพราะโซเชียลล่าแม่มดได้ง่าย
เจนปิดท้ายด้วยประโยคที่จำง่าย คำพูดเขาเป็นของเขา นิสัยเขาเป็นของเขา เราไม่ต้องไปตัดสิน แค่ช่างมัน เขาเป็นแบบนั้นของเขา เราเป็นแบบนี้ของเรา
บทความนี้ไม่ใช่การวินิจฉัย หากมีเรื่องทุกข์ใจจนทำร้ายตัวเอง โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง
ทีม Alljit
บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย