Alljit Blog
ออลล์จิต

ทำไมเราชอบหนีปัญหา? เช็คตัวเองว่าเป็นคนชอบหนีปัญหาหรือเปล่า

การหนีปัญหาไม่ใช่เรื่องผิดเสมอไป มันเป็นกลไกป้องกันตัวเองอย่างหนึ่ง แต่ถ้าหนีจนเคยตัว ปัญหาจะยังอยู่ที่เดิม และอาจส่งผลต่อความสัมพันธ์

ทำไมเราชอบหนีปัญหา? เช็คตัวเองว่าเป็นคนชอบหนีปัญหาหรือเปล่า

เวลาเจอปัญหา แต่ละคนตอบสนองไม่เหมือนกัน บางคนเลือกเผชิญหน้า บางคนเลือกถอยออกมาก่อน การถอยไม่ใช่เรื่องผิดเสมอไป มันเป็นกลไกป้องกันตัวเองแบบหนึ่ง แต่ถ้าหนีจนเคยตัว ปัญหาจะไม่หายไปไหน

ในพอดแคสต์ อ.จิต พิธีกรมิ้น เพียดา และน้องแทนจากเพจ Psyche Tour Live คุยกันเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา ทั้งสองยอมรับว่าตัวเองก็เคยหนีปัญหา และแชร์ว่าการหนีปัญหามีทั้งข้อดีและข้อเสีย

ทำไมเราชอบหนีปัญหา

สาเหตุหลักมาจากประสบการณ์ในอดีต ถ้าเคยเจอปัญหาแล้วแก้ไม่ได้ รู้สึกเครียดมาก อกหักหนัก หรือสูญเสียเยอะ ครั้งต่อไปเราจะมีแนวโน้มหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับปัญหาแบบนั้น

น้องแทนเล่าว่าถ้าต้องแก้โจทย์ชีวิตแล้วสู้กับมันทันที บางทีมันเครียดและยิ่งแย่ เขาจึงเลือกถอยออกมาก่อน ซึ่งเขายอมรับว่านับเป็นการหนีปัญหาช่วงหนึ่ง เพราะไม่อยากเอาตัวเองไปเสี่ยง

อีกกรณีคือกลัวผู้ใหญ่ที่มีอายุ 40-50 ปี เพราะเคยมีประสบการณ์แย่กับคนกลุ่มนี้ พอต้องคุยกับลูกค้าหรือครูอายุเท่านี้ ก็จะพยายามหลีกเลี่ยง แม้จะเป็นเรื่องจำเป็น

หนีปัญหาแล้วปัญหาจบจริงไหม

ไม่จริง ปัญหาจะยังอยู่ที่เดิม ไม่ได้วิ่งตามเราโดยตรง แต่อาจตามมาทางอ้อมในรูปของผลกระทบหรือความทรงจำที่ผุดขึ้นมา

มันก็ตั้งอยู่ตรงนั้น มันก็อยู่ในสังคมนั้นอยู่เรื่อยๆ มีแต่เราที่พยายามปิดกั้น พยายามออกห่าง

การหนีทำให้เราสบายใจชั่วคราว แต่ปัญหายังคงอยู่และไม่ได้รับการแก้ไข เหมือนทิ้งของไว้แล้วไม่กลับไปเอา

การหนีปัญหาเกี่ยวข้องกับจิตวิทยาไหม

เกี่ยวข้องกับกลไกป้องกันทางจิต (Defense Mechanism) โดยเฉพาะ Denial หรือการปฏิเสธ เราใช้แรงกดเรื่องที่ไม่ชอบ ไม่กล้า ลงไปในจิตใต้สำนึกเพื่อลืมหรือไม่สนใจมัน

น้องแทนบอกว่าการใช้ Denial ในช่วงแรกที่เจอปัญหาไม่ผิด เพราะเราอาจยังไม่พร้อมแก้ แต่ถ้าใช้ไปเรื่อย ๆ มันจะกดไว้เฉย ๆ ไม่ได้หายไป

การวิ่งหนีกับเดินออกจากปัญหาไม่เหมือนกัน วิ่งหนีคือเอาตัวรอดจากอันตราย ส่วนเดินออกมาคือการสร้างระยะห่างเพื่อค่อย ๆ ทำความเข้าใจและแก้ไข

เช็คตัวเองว่าเป็นคนชอบหนีปัญหาหรือเปล่า

สังเกตว่าตอนเจอเรื่องสะเทือนใจ เครียด หรือเศร้า เราปิดการรับรู้ทุกอย่างไหม ไม่ฟัง ไม่พูด ไม่อ่าน แล้วเก็บตัวเงียบ ๆ

ถ้าเราไม่อยากเจอ ไม่อยากดูว่าเราเจ็บปวดยังไง ไม่อยากพูดถึงมัน นั่นแหละคือการหนีปัญหาอย่างหนึ่ง

อยู่กับคนที่ชอบหนีปัญหายังไงไม่ให้ Toxic

ในความสัมพันธ์ ถ้าคนหนึ่งชอบหนีปัญหาเวลาทะเลาะ อีกคนชอบเคลียร์ทันที ต้องเปิดใจคุยกันตั้งแต่แรกว่าตัวเองเป็นแบบไหน

น้องแทนเน้นว่าต้องคุยกันแบบ Deep Conversation บ่อย ๆ ดีกว่าให้อีกฝ่ายเดา เพราะถ้าไม่บอก เขาจะไม่รู้ว่าเราชอบหรือไม่ชอบอะไร

ถ้าปล่อยให้ความขัดแย้งแบบนี้เกิดเรื่อย ๆ โดยไม่คุยกัน อาจกระทบความสัมพันธ์และกลายเป็น Toxic ได้

ข้อดีและข้อเสียของการหนีปัญหาคืออะไร

ข้อดีคือช่วยให้เราถอยออกมา ไม่จมอยู่กับความเครียดจนเกินไป แล้วค่อยกลับไปรีเซตใหม่เมื่อพร้อม

ข้อเสียคือปัญหายังอยู่ที่เดิม ไม่ได้รับการแก้ไข เหมือนทิ้งไว้แล้วไม่กลับไปเอา

พิธีกรเสริมว่าการจมอยู่กับปัญหาในช่วงแรกทำให้คิดมาก โอเวอร์ทinking และเต็มไปด้วยความรู้สึกลบ การถอยออกมาก่อนน่าจะดีกว่า

มีวิธีเลิกหนีปัญหาไหม

น้องแทนแนะนำให้ relax ก่อน ดูแลจิตใจให้ดี แล้วค่อยกลับไปแก้ปัญหา เขาเล่าว่าตัวเองใช้วิธีหาของกินอร่อย ๆ หรือทำสิ่งที่อยากทำก่อน แล้วค่อยกลับมาทำงาน

พิธีกรแชร์ว่าลองถามตัวเอง 3 คำถาม ได้แก่ สิ่งที่ทำอยู่ช่วยแก้ปัญหายังไง จุดไหนที่ทำให้กังวล และอยากให้มันเป็นยังไง

การปรึกษาคนอื่นช่วยได้ เพราะบางทีเราคิดคนเดียวแล้วตัน การเปิดใจระบายให้คนข้าง ๆ ฟังก็เป็นการระบายความรู้สึกที่ดี

สุดท้าย การหนีปัญหาเป็นเรื่องปกติ แต่เมื่อพร้อมแล้วค่อยกลับไปจัดการกับมันตอนที่เราแข็งแรงที่สุด

บทความนี้ไม่ใช่การวินิจฉัยทางการแพทย์ หากรู้สึกว่าตัวเองหรือคนใกล้ตัวมีปัญหาสุขภาพจิต สามารถโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง

ทีม Alljit

บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย

นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา