ทำยังไงให้เห็นคุณค่าในตัวเอง เริ่มตรงไหนก่อน
ความรักตัวเองเริ่มจากการเห็นคุณค่าที่อยู่ข้างใน ไม่ใช่คำชมหรือความสำเร็จจากคนอื่น บทความนี้ชวนสำรวจสิ่งที่ทำให้คุณค่าตัวเองลดลง และวิธีฝึกมองเห็นตัวเองใหม่

การเห็นคุณค่าในตัวเองคือความรู้สึกว่าตัวเองคู่ควรกับการมีชีวิตอยู่ คู่ควรกับความรักและการยอมรับ โดยไม่ต้องผูกกับความสำเร็จหรือคำชมของใคร และมันต่างจากความมั่นใจที่มักมาจากปัจจัยภายนอก
ถ้ารู้สึกว่าตัวเองยังไม่ค่อยเห็นคุณค่าตัวเอง เริ่มจากรู้ก่อนว่าอะไรกำลังฉุดมันลง เพราะบางอย่างที่เจอทุกวันก็กัดกร่อนความรู้สึกนี้แบบไม่รู้ตัว
คุณค่าในตัวเองต่างจากความมั่นใจยังไง
ความมั่นใจหรือ self-esteem มักมาจากคำชมและความสำเร็จที่คนอื่นมองเห็น จึงขึ้นลงตามสถานการณ์ แต่คุณค่าในตัวเองเป็นความรู้สึกเชิงลึกว่าเราเป็นใคร มีคุณค่าอะไรตั้งแต่เกิด
ความต่างนี้ทำให้คุณค่าในตัวเองสร้างยากกว่า ถ้าพื้นฐานข้างในไม่แน่น เราก็อาจรับคำชมจากคนอื่นได้ยากด้วยซ้ำ
บางคนจึงมีสองอย่างนี้ไม่เท่ากัน แต่ทั้งคู่ก็สำคัญ และมันอยู่ร่วมกันได้
คำชมจากคนอื่นเวลาเรารับมามันอาจจะง่ายกว่าการที่เราชมตัวเองก็ได้
อะไรบ้างที่ทำให้เราเห็นคุณค่าในตัวเองน้อยลง
สังคมภายนอกคาดหวังให้เราพิเศษทุกด้าน ทั้งงาน ครอบครัว และชีวิตส่วนตัว จนบางทีเราลืมไปว่าความสุขเล็กๆ ก็เพียงพอแล้ว
พิธีกรเล่าเรื่องเพื่อนที่ได้ยินคำพูดว่า คนไม่มีงานอดิเรกก็เหมือนไม่มีจุดน่าสนใจ ไม่มีแพชชั่น ทั้งที่จริงแค่มีความสุขกับสิ่งที่ทำก็พอแล้ว
โซเชียลมีบทบาทหนักตรงนี้ เพราะคนมักโพสต์แค่เรื่องดีๆ เราจึงเอาความดีของเขามาเทียบกับความไม่ดีของตัวเอง แล้วรู้สึกว่าทำไมเราถึงไม่ดี
ครอบครัวและความสัมพันธ์แบบไหนที่ทำร้ายคุณค่าในตัวเอง
การอยู่ในครอบครัวที่แสดงความคิดเห็นแล้วถูกปัดตกตลอด ทำให้เราซึมซับว่าสิ่งที่เราคิดไม่สำคัญ และไม่ถูกมองเห็น
ความสัมพันธ์ที่ไม่ดีก็ทำให้เราผูกคุณค่าตัวเองไว้กับคนอื่น โดยเฉพาะความสัมพันธ์แบบที่ทำให้เราต้องแข่งกับคนอื่นเพื่อเป็นที่หนึ่งในใจเขา
อีกแบบคือถูกควบคุมโดยไม่รู้ตัว ให้ทำในสิ่งที่เขาต้องการโดยไม่คิดถึงใจเรา พอเราไม่ได้ผิด เขาก็ทำให้เรารู้สึกผิด แล้วเราก็เริ่มสงสัยในตัวเอง
การเปรียบเทียบก็พาไปสู่ความอิจฉา ซึ่งยิ่งกดคุณค่าในตัวเองลงว่าเราไม่ดีแบบนั้นไม่ดีแบบนี้
อยากเห็นคุณค่าในตัวเอง เริ่มจากอะไร
เริ่มจากการยอมรับความผิดพลาด และแยกคุณค่าออกจากความสำเร็จ ลองนึกว่าเวลามีเพื่อนมาขอคำปรึกษา เรามักอยู่ฝั่งเดียวกับเพื่อนและให้กำลังใจเขา ก็จงพูดกับตัวเองแบบนั้นบ้าง
อีกวิธีคือฝึกพึ่งพาตัวเอง ให้โอกาสตัวเองได้ตัดสินใจและลองทำอะไรใหม่ๆ แม้จะเล็กน้อยแค่ลองเดินป่าหรือออกไปวิ่ง แต่มันพาเราออกจากเซฟโซนได้
ถ้ามีเพื่อนมาปรึกษาเราแน่นอนว่าเราน่าจะให้กำลังใจเพื่อนอยู่แล้ว เราน่าจะอยู่ฝั่งเดียวกับเพื่อนอยู่แล้ว
ยอมรับตัวเองโดยไม่ต้องเพอร์เฟคทำได้จริงไหม
ทุกคนเกิดมาพร้อมข้อดี ข้อด้อย ความกลัว และความสับสน การยอมรับตัวเองคือการไม่เกลียดตัวเองระหว่างที่ยังพัฒนา ไม่ใช่รอให้สมบูรณ์แบบก่อนแล้วค่อยรัก
รวมถึงยอมรับด้านที่ไม่สวยงามของตัวเองตรงๆ ด้วย เพราะบางครั้งเราพยายามซ่อนหรือปฏิเสธมันจนเหนื่อยเปล่า
การฝึกให้กำลังใจตัวเองเป็นอีกวิธีที่ดี แม้ตอนแรกจะรู้สึกแปลก เพราะเราอาจไม่เคยพูดดีๆ กับตัวเองเลย
หาจุดแข็งของตัวเองยังไงถ้านึกไม่ออก
จุดแข็งไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องสอบได้ที่หนึ่งหรือทำงานเก่ง แต่บางคนชอบล้างจานและล้างได้สะอาดมาก นั่นก็เป็นจุดแข็งได้
ถ้านึกไม่ออกจริงๆ ลองถามคนใกล้ตัว เพราะเขาอาจเห็นอะไรในตัวเราที่เรามองไม่เห็น บางทีเราคิดว่าตัวเองนิสัยไม่ดี แต่คนอื่นกลับมองว่าเรานิสัยดี
ลองฝึกขอบคุณตัวเองวันละเรื่อง หรือขอบคุณที่ตื่นมามีลมหายใจ ฟังดูดราม่าแต่มันช่วยได้จริง
เช็คยังไงว่าเรากำลังเห็นคุณค่าในตัวเอง
นักจิตวิทยาคลินิกชื่อ Dr. Romanov ให้คำถาม 4 ข้อไว้ลองถามตัวเอง ข้อแรก เราชอบ เคารพ และให้คุณค่าตัวเองยังไง
ข้อสอง เราจะเลือกคำไหนอธิบายความเป็นตัวเราให้คนแปลกหน้าฟัง ข้อสาม เวลาจมอยู่กับความคิด เรามักคิดกับตัวเองในแง่บวก ลบ หรือก้ำกึ่ง
ข้อสี่ เราเชื่อว่าเรามีค่าพอสำหรับความรัก ความเคารพ และความเห็นใจที่คนอื่นมีให้หรือเปล่า
คนที่รู้สึกถึงคุณค่าในตัวเองสูงมักมีความมั่นใจและภาคภูมิใจในตัวเอง และรับมือกับความคิดแย่ๆ อย่างการสงสัยในตัวเองได้ดีกว่า เพราะเขาเคารพทั้งความซับซ้อนและความบกพร่องในตัวเอง
บทความนี้ไม่ใช่การวินิจฉัย หากรู้สึกหนักใจจนคิดทำร้ายตัวเอง โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง
ทีม Alljit
บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย