Alljit Blog
Learn & Share

พ่อแม่หลงตัวเอง เป็นแบบไหน เช็กลิสต์ 10 ข้อที่ลูกควรรู้

พ่อแม่หลงตัวเองมองลูกเป็นส่วนขยายของความฝันตัวเอง รักลูกแบบมีเงื่อนไข และรับคำวิจารณ์ไม่ได้ บทความนี้ชวนดูนิยาม เช็กลิสต์ 10 ข้อ และวิธีรับมือที่ทำได้จริง

พ่อแม่หลงตัวเอง (Narcissistic Parent) เป็นแบบไหนในเชิงจิตวิทยา

พ่อแม่หลงตัวเองคือพ่อแม่ที่มองความเป็นอิสระของลูกเป็นภัยคุกคาม และพยายามให้ลูกอยู่ภายใต้เงาของตัวเองด้วยความคาดหวังที่ไม่สมเหตุสมผล ลูกจึงมักไม่ได้รับความรักเพียงเพราะเป็นตัวของตัวเอง

ความสัมพันธ์แบบนี้ยากกว่าความสัมพันธ์อื่นตรงที่ตัดไม่ขาดและเลิกกันไม่ได้ ลูกยังต้องกลับบ้านหลังนั้นอยู่ดี

นาร์ซิสซิสต์ในเชิงจิตวิทยาคืออะไร

คำว่ายังไม่ใช่คำด่า แต่มาจากชื่อโรคทางจิตเวช Narcissistic Personality Disorder ซึ่งอธิบายคนที่หลงว่าตัวเองสำคัญ เป็นบุคคลพิเศษ ต้องการการยกย่อง และทนคำวิจารณ์ไม่ได้

ในหนังสือจิตเวชอธิบายต่อว่าคนกลุ่มนี้มักเพ้อฝันถึงความสำเร็จ ชื่อเสียง หรือความสวยงามของตัวเอง ความสัมพันธ์กับคนอื่นจึงผิวเผิน และบางครั้งก็แสวงหาประโยชน์จากคนรอบตัว

ถ้าลักษณะพวกนี้ส่งผลต่องานและความสัมพันธ์จนใช้ชีวิตลำบาก ก็เข้าข่ายโรคทางจิตเวชที่ควรได้รับการดูแลอย่างจริงจัง

อยากเตือนนิดนึงว่านาซิสติกส์เป็นโรค แล้วก็อย่าเอาไปใช้พร่ำเพื่อเกินไป

นอกจากนี้ยังมีคำอย่าง Authority ที่อยากมีอำนาจเหนือคนอื่น Superiority ที่เชื่อว่าตัวเองเก่งกว่า Entitlement ที่คิดว่าตัวเองควรได้รับสิ่งดีๆ และ Exhibitionism ที่ชอบเป็นศูนย์กลางความสนใจ

พ่อแม่หลงตัวเองใช้ชีวิตผ่านลูกยังไง

จุดที่ต่างจากนาร์ซิสซิสต์ในความสัมพันธ์แบบอื่นคือคำว่าใช้ชีวิตผ่านลูก พ่อแม่กลุ่มนี้มักตั้งความหวังไว้เพื่อสนองความฝันของตัวเอง ไม่ใช่เพื่อลูก

หลายบ้านมีประโยคแบบ แกก็เป็นหมอสิ ทั้งที่เส้นทางนั้นอาจเป็นสิ่งที่พ่อแม่เคยอยากทำแต่ทำไม่ได้ แล้วผลักมันใส่ชีวิตลูกแทน

ลูกจึงกลายเป็นส่วนขยายของพ่อแม่ เป็นเครื่องมือให้เขาได้สิ่งที่ต้องการ ไม่ใช่คนที่ถูกเลี้ยงให้เติบโตตามทางของตัวเอง

เช็กลิสต์ 10 ข้อ พ่อแม่หลงตัวเองเป็นแบบไหน

รายการนี้ดึงมาจากบทความของ Psychology Today ใช้ประเมินคร่าวๆ ไม่ใช่เครื่องมือวินิจฉัยตัวเอง และไม่ควรใช้แปะป้ายใคร

  • ใช้ชีวิตผ่านลูก ตั้งความหวังเพื่อสนองความฝันตัวเอง
  • ลดทอนคุณค่าลูก จับผิดเรื่องเล็กๆ หรือปฏิเสธความสำเร็จของลูก
  • โอ้อวดความเหนือกว่าของตัวเอง ชีวิตตัวเองสำคัญกว่าคนอื่น
  • หมกมุ่นกับภาพลักษณ์ภายนอก ทรัพย์สิน รูปร่าง และความสำเร็จ
  • บิดเบือนข้อมูลด้วยการบิดความรู้สึกผิด กล่าวโทษ หรือขู่ด้วยรางวัลและบทลงโทษ
  • ดื้อรั้นและเจ้าอารมณ์ อยากได้ต้องได้ ผิดใจนิดเดียวก็หงุดหงิด
  • ขาดความเห็นอกเห็นใจ ใส่ใจความรู้สึกของลูกไม่ได้

ข้อที่หนักที่สุดคือการเอาความรักมาเป็นเครื่องต่อรอง เขาอาจไม่ได้พูดตรงๆ ว่า ถ้าไม่ทำฉันจะไม่รัก แต่ประโยคอย่าง แกต้องให้เงินฉัน ไม่งั้นฉันไม่เลี้ยงแกแล้ว ก็สื่อความหมายเดียวกันในหัวของลูก

ลูกที่โตมากับพ่อแม่แบบนี้เป็นยังไง

คนที่โตมาในบ้านแบบนี้มักไม่กล้าโกรธ เพราะรู้สึกผิดทันทีที่คิดจะต่อต้าน บางคนหลงเหลือความกลัวว่าถ้าไม่ทำตามก็จะไม่ถูกรัก

ความเหนื่อยนี้ไม่ใช่เรื่องที่จบง่าย เพราะพ่อแม่คือคนที่เราอยากให้รักเราที่สุดในชีวิต

รับมือกับพ่อแม่หลงตัวเองยังไง

วิธีแรกคือตัดอารมณ์ให้ขาด เวลามีคนพูดคำแรงๆ กับเรา ให้ตีความว่าสิ่งที่เขาพูดสะท้อนตัวเขา ไม่ได้เกี่ยวกับตัวเราเลย

ถ้าแม่บอกว่าเราไม่มีทางทำได้ มันคือความกลัวของเขาเอง ไม่ใช่คำตัดสินว่าเราทำไม่ได้ พอเห็นตรงนี้ได้ ความเจ็บจะเบาลงเยอะ

วิธีที่สองคือเรียกชื่ออารมณ์ของตัวเอง แล้วตัดจบ เช่นบอกว่า ฉันรู้แล้วว่าทำให้คุณรู้สึกแบบนี้ และมันแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว เพราะฉันตัดสินใจแล้ว

Grey Rocking คืออะไร ใช้ยังไง

Grey Rocking หรือโยนหินสีเทา คือเทคนิคตอบให้สั้นที่สุด ทำตัวเหมือนหินสีเทาที่ไม่มีอะไรน่าสนใจ เพื่อไม่ให้เขาได้ไฟไปต่อ

ถ้าเขาพูดว่า สบายเนอะ นอนทั้งวันเลย เราอาจตอบแค่ว่า อืม จริง สบาย หรือไม่ตอบก็ได้

เทคนิคนี้ทำให้เขาหงุดหงิดเล็กน้อยเพราะไม่ได้สิ่งที่อยาก แต่เราก็ไม่เสียพลังไปกับการเล่นเกมของเขา

การไม่สู้คือชนะแล้ว

สุดท้ายอยากย้ำว่าเราคุยกันในวงแคบได้ แต่ไม่ควรใช้คำนี้แปะป้ายจริงจังกับแม่ พ่อ หรือคนรอบตัว เพราะยังเป็นชื่อโรคที่อ่อนไหว และเราไม่ใช่หมอ

บทความนี้ไม่ใช่การวินิจฉัย หากคุณรู้สึกหนักใจหรือคิดทำร้ายตัวเอง สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ให้บริการฟรีตลอด 24 ชั่วโมง

ทีม Alljit

บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย

นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา