Alljit Blog
Learn & Share

ที่ทำงานเป็นพิษ จัดการยังไงก่อนจะสาย

ที่ทำงานเป็นพิษไม่ใช่แค่รู้สึกไม่ถูกใจ แต่มีสัญญาณที่ชัดเจน ทั้งคำพูด การสื่อสาร ภาระงาน และบรรยากาศที่กดทับ มาดูวิธีรับมือแบบที่ทำได้จริงก่อนตัดสินใจลาออก

ที่ทำงานเป็นพิษ จัดการยังไง

คำถามที่ว่าเท่าไหร่ถึงเรียกว่าที่ทำงานเป็นพิษ ไม่มีคำตอบเดียวเพราะแต่ละคนมีเส้นแบ่งไม่เท่ากัน บางคนแค่ไม่ถูกใจก็เรียก toxic แล้ว บางคนต้องถึงขั้นรุนแรงมากจริงๆ ถึงจะยอมรับ

ในคลิปนี้ เจนและฟิวชวนคุยกันแบบตรงไปตรงมา ว่าที่ทำงานเป็นพิษหน้าตาเป็นยังไง และถ้าเจอแล้วจะรับมือยังไงโดยไม่ต้องรีบลาออกทันที

ที่ทำงานเป็นพิษหมายถึงอะไร

มีนิยามจาก Psychology Today ที่ยกมาคุยกันว่า ที่ทำงานที่ดีคือที่ที่เพื่อนร่วมงานเคารพในบุคลิกภาพ ไอเดีย และสไตล์การทำงานของกันและกัน

ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องเป็นคนดีพร้อมกันหมด แต่คือการยอมรับว่าแต่ละคนมีวิธีทำงานต่างกัน และไว้ใจกันได้ว่าจะไม่เอาความต่างนั้นมาทำร้ายกัน

ที่ทำงานที่ดีคือที่ที่เพื่อนร่วมงานเคารพในบุคลิกภาพ ไอเดีย และสไตล์การทำงานของกันและกัน

ฟิวเสริมว่าเวลาคนมีนิสัยไม่ดีก็เป็นแค่นิสัยหนึ่งที่เข้าใจได้ แต่ถ้าถึงขั้น toxic จริงๆ มันจะโอเวอร์กว่านั้น คือพฤติกรรมที่ทำให้บรรยากาศของทีมอยู่ไปแทบไม่ไหว

อะไรทำให้พนักงานมีความสุข

งานวิจัยที่ Psychology Today อ้างถึงสรุปไว้ 3 ข้อใหญ่ ข้อแรกคือความเป็นอิสระและความยืดหยุ่นในหน้าที่ ได้งานมาแล้วมีพื้นที่ตัดสินใจหรือสร้างสรรค์วิธีทำงานได้

ข้อสองคือรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของทีม และข้อสามคือค่าจ้างกับการยอมรับจากหัวหน้า ที่ใช้คำว่า validation คือการได้รับการให้คุณค่าตรงกับที่เราเห็นตัวเอง

ไม่มีใครได้ครบทั้งสามข้อเสมอไป และไม่จำเป็นต้องครบทุกข้อถึงจะอยู่ได้ แต่การรู้ว่าเราขาดอะไรอยู่ช่วยให้เห็นว่าปัญหาคืออะไร

ที่ทำงานเป็นพิษมีสัญญาณอะไรบ้าง

Psychology Today ให้มา 5 ปัจจัย อย่างแรกคือคำพูด ทั้งด่า ดูหมิ่น ลดทนคุณค่า ดูถูก ไม่ยอมรับความคิดเห็น นินทากัน หรือปล่อยข่าวลือ

อย่างที่สองคือการสื่อสารที่ไม่มีประสิทธิภาพ สั่งงานไม่ชัดเจน หรือไม่กล้าพูดกันตรงๆ เรื่องงาน

อย่างที่สามคือภาระงานไม่เท่ากัน งานไปกองที่คนเดียวจนต้องล่วงเวลา ขณะที่อีกคนงานน้อยเกินจนรู้สึกไม่มีคุณค่า

อย่างที่สี่คือบรรยากาศที่ตึงเครียด พอคนหนึ่งเครียด อีกคนก็ไม่รู้จะทำตัวยังไง แล้วมันลามไปทั้งทีม

อย่างที่ห้าคือการจัดการที่ขาดความใส่ใจ ไม่ให้ฟีดแบ็ก ไม่ชม ไม่ให้รางวัล หรือขาดคำแนะนำที่ชัดเจน ซึ่งมักเป็นเรื่องที่คนบ่นถึงหัวหน้ามากที่สุด

ฟิวเล่าว่าบางครั้งพฤติกรรมพวกนี้ก็เหมือนย้อนกลับไปตอนเรียน ไม่ใช่แค่เรื่องงาน แต่เป็นเรื่องของคนที่ต้องการคำชม ต้องการการยอมรับ หรือคนที่เคยถูกทิ้งไว้ตอนเด็ก

ทำไม有的人ถึงกลายเป็นคน toxic

มีมุมทางจิตวิทยาที่เรียกว่า Regression Behavior คือพฤติกรรมถดถอยเมื่อเจอความเครียดหรือสิ่งที่ไม่คุ้นเคย บางคนก็ใช้วิธีควบคุม คุกคาม หรือก้าวร้าวเพื่อเอาตัวรอด

คนที่เคยถูกมองข้ามในบ้านอาจกลายเป็นคนที่ต้องการ validation มากเป็นพิเศษ พอไม่มีใครเห็นก็เจ็บหนักกว่าคนอื่น

การมองแบบนี้ไม่ได้แปลว่าต้องทนทุกอย่าง แต่ช่วยให้เห็นว่าพฤติกรรมนั้นเป็นแค่พฤติกรรมหนึ่งที่เกิดขึ้นในตัวเขา ไม่ใช่ตัวตนทั้งหมดของเขา

แต่ก็ไม่นับรวมพวกคุกคามหรือทำร้ายร่างกาย เพราะนั่นคนละระดับและต้องจัดการจริงจัง

รับมือกับเพื่อนร่วมงานเป็นพิษยังไง

มี 6 วิธีที่พูดถึงในคลิป วิธีแรกคือเลี่ยงดราม่า อย่าไปสุ่มไฟ อย่าไปถามเยอะ วางขอบเขตของตัวเองให้ชัด

วิธีที่สองคือดูแลตัวเองให้มากขึ้น ทั้งออกกำลังกายหากิจกรรมนอกงาน หรือเข้าคลาสใหม่ๆ เพื่อพักทั้งร่างกายและจิตใจ

วิธีที่สามคือวางแผนอนาคต มองหางานใหม่ อัปสกิล อัปเรซูเม่ เพราะเราเปลี่ยนคนอื่นไม่ได้ แต่เปลี่ยนตัวเองได้

วิธีที่สี่คือเก็บหลักฐาน ถ้าเจอคำพูดรุนแรง คุกคาม หรือข่มขู่ ให้อัดเสียงหรือบันทึกไว้ เผื่อต้องปกป้องตัวเอง

วิธีที่ห้าคือแจ้ง HR แม้หลายคนจะไม่ไว้ใจ แต่ถ้า HR ทำหน้าที่เป็นคนกลางจริงๆ ก็ช่วยไกล่เกลี่ยได้

วิธีที่หกคือเทคนิค Grey Rock หรือหินสีเทา คือทำตัวน่าเบื่อ ไม่โต้ตอบ ไม่ให้อารมณ์ ถ้าเจอก็ยิ้มแล้วผ่านไป ตอบสั้นที่สุด

มีอีกเวอร์ชันที่เติมความสุภาพเข้าไป เรียกว่า Yellow Rock เช่น ตอบว่า เดี๋ยวเร่งให้นะคะ ทั้งที่รู้ว่ามันต้องใช้เวลา 1-2 วันอยู่แล้ว

ถ้าทุกอย่างไม่ไหวจริงๆ ควรทำยังไง

เจนกับฟิวบอกตรงๆ ว่าถ้าถึงจุดที่ทนไม่ได้จริงๆ เราจะรู้เองว่ามันถึงเวลาแล้ว การเปลี่ยนที่หรือลาออกก็เป็นทางเลือกที่ชอบธรรม

ระหว่างนั้นก็เตรียมแผน เตรียมผง เตรียมทางออกไว้บ้าง อย่ารอให้ถึงจุดที่หมดแรงแล้วค่อยคิด

บทความนี้ไม่ใช่การวินิจฉัยทางการแพทย์ หากรู้สึกว่าตัวเองเริ่มมีปัญหาสุขภาพจิตจากการทำงาน สามารถโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง

ทีม Alljit

บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย

นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา