นอนไม่หลับ ทำไมยิ่งพยายามยิ่งตื่น วิธีวางเชือกลงก่อนนอน
นอนไม่หลับไม่ใช่แค่เรื่องของร่างกาย แต่เป็นการดึงเชือกระหว่างความอยากหลับกับความตื่นที่ทำให้เราเหนื่อยคนเดียวทุกคืน คืนนี้ลองวางเชือกลงก่อน แล้วค่อยดูแลกันตอนกลางวัน

คืนที่นอนไม่หลับ หลายคนคิดว่าเป็นเรื่องของร่างกายที่ยังไม่ยอมปิดสวิตช์ แต่จริงๆ แล้วสิ่งที่หนักที่สุดอาจไม่ใช่การนอนไม่หลับเลย
มันคือการที่ในตัวเรามีสองฝ่ายดึงกันอยู่ ฝ่ายหนึ่งอยากหลับ อีกฝ่ายหลับไม่ได้ สองฝ่ายนี้ดึงกันมาหลายชั่วโมงแล้ว และคนที่เหนื่อยที่สุดไม่ใช่ร่างกาย แต่เป็นคนที่ยืนดึงเชือกอยู่ตรงกลาง
การต่อสู้แบบนี้เงียบมาก คนข้างห้องไม่รู้ พรุ่งนี้ก็ไม่มีใครรู้ เราสู้อยู่คนเดียวทุกคืน โดยที่ไม่มีใครเห็น
ทำไมยิ่งพยายามหลับถึงยิ่งตื่น
ลองตั้งใจให้เต็มที่ว่าจะหลับให้ได้ แล้วถ้ายิ่งพยายามแล้วยิ่งตื่น นั่นแหละคือสิ่งที่อยากให้เห็น มันไม่ใช่การวัดว่าเราทำได้หรือทำไม่ได้
สิ่งที่เราทำมาทั้งคืนด้วยความหวังดีกับตัวเอง คือสิ่งที่ทำให้เราตื่นอยู่ ไม่ได้แปลว่าเราทำผิด แค่แปลว่าเครื่องมือที่ใช้กับเรื่องนี้มันใช้ไม่ได้
ฉันสังเกตเห็นความคิดว่าฉันต้องหลับให้ได้ ต่างจาก ฉันต้องหลับให้ได้ ยังไง
ในหัวเรามีประโยคหนึ่งวนอยู่ทั้งคืน ประมาณว่าฉันต้องหลับให้ได้ ลองพูดในใจตามนี้ก่อน ฉันต้องหลับให้ได้
ทีนี้ลองเปลี่ยนเป็น ฉันสังเกตเห็นความคิดว่าฉันต้องหลับให้ได้ แล้วดูว่าประโยคนั้นยังหนักเท่าเดิมไหม หรือเบาลงนิดนึง
บางคนรู้สึกว่ามีระยะห่างขึ้นมานิดนึง บางคนยังไม่รู้สึกต่าง ซึ่งก็ไม่ได้แปลว่าทำผิด
ประโยคแรก เราอยู่ข้างในความคิดนั้น ประโยคที่สอง เรายืนอยู่ข้างนอกแล้วมองมัน
การเติมคำว่าฉันสังเกตเห็น ไม่ใช่การไล่ความคิดออกไป ความคิดยังอยู่เหมือนเดิม แต่ที่ยืนของเราเปลี่ยนไป
คืนนี้ถ้าประโยคนั้นกลับมาอีก ทำยังไง
ไม่ต้องเถียงกับมัน แค่เติมข้างหน้าว่า ฉันสังเกตเห็นความคิดว่า แล้วปล่อยให้มันอยู่ตรงนั้น
ทำไมจ้องลมหายใจแล้วอึดอัด ต้องทำยังไง
เริ่มจากลมหายใจก่อน ยังไม่ต้องเปลี่ยนอะไรมัน แค่ดูว่าตอนนี้มันเข้าออกยังไง
ถ้าใครรู้สึกว่าพอมาจ้องลมหายใจแล้วอึดอัดขึ้น อันนั้นก็เจอกันได้ ลองย้ายไปฟังเสียงในห้องแทน หรือไปรู้สึกที่ผ้าห่มตรงที่มันแตะตัวเราก็ได้
หายใจเข้าปล่อยออกยาวกว่าตอนเข้า แล้วค่อยๆ ไล่ลงไปทั้งตัว หน้าผากปล่อยให้เรียบลง ระหว่างคิ้วคลายออก เปลือกตานุ่มๆ กรามให้ฟันบนกับฟันล่างห่างกันนิดนึง
ไหล่วางลงให้ห่างจากหู แขนสองข้างปล่อยหนักลงไปกับที่นอน มือคลายออก หน้าท้องขึ้นลงของมันเอง เราไม่ต้องช่วย หลังปล่อยให้ที่นอนรับไว้ทั้งหมด
วางเชือกลงหมายความว่ายอมแพ้เหรอ
ไม่ใช่การยอมรับว่าเราจะนอนไม่หลับไปตลอด และไม่ใช่การปล่อยวางแบบเลิกสนใจ
มันแค่บอกว่าคืนนี้เราหยุดสู้กับความตื่นก่อน เพื่อให้ร่างกายได้พัก ส่วนเรื่องการนอนระยะยาวเอาไว้ดูแลกันตอนกลางวันที่เรามีแรง
คืนนี้ฉันหยุดสู้ก่อนก็ได้
ถ้าหลับก็ดี ถ้ายังไม่หลับเราก็แค่นอนพักอยู่ตรงนี้ ซึ่งร่างกายก็ยังได้พักอยู่ดี
ลองพูดในใจดูช้าๆ ว่าคืนนี้ฉันหยุดสู้ก่อนก็ได้ แล้วสังเกตว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง อาจจะโล่งขึ้น อาจจะอึดอัด หรืออาจจะยังไม่มีอะไรเลยก็ได้ทั้งนั้น
ถ้ารู้สึกว่ายังวางไม่ลงก็ไม่เป็นไรเลย คืนนี้เท่านี้ก็พอแล้ว
แปลกดีที่พอเราเลิกบังคับให้มันมา บางทีมันถึงค่อยๆ มาเอง แต่ถึงมันไม่มาคืนนี้ก็ยังโอเคอยู่ดี
นอนไม่หลับแบบไหนที่ควรไปคุยกับใครสักคน
ถ้าคืนแบบนี้เริ่มเกิดบ่อยขึ้นจนกลางวันเริ่มแย่ลง หรือแค่รู้สึกว่ามันหนักเกินกว่าจะรับไหวคนเดียว อันนั้นก็เป็นเหตุผลที่พอแล้วที่จะไปคุยกับใครสักคน
ไม่ต้องรอให้ถึงเกณฑ์อะไรทั้งนั้น การไปหาหมอเรื่องการนอนก็คือการดูแลตัวเองแบบนึงเหมือนกัน
คืนนี้ที่เหลือไม่มีอะไรต้องทำอีกแล้ว ถ้าความคิดจะแวะกลับมาก็ปล่อยให้มันแวะ เราแค่มองมันผ่านไปแล้วกลับมาที่ลมหายใจ
ทั้งตัวหนักลงแล้ว ที่นอนรับไว้หมด คืนนี้แค่ได้พักอยู่ตรงนี้ก็พอแล้ว
ทีม Alljit
บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย