Alljit Blog
A Chapter

ยอมรับบาดแผลของชีวิต กับหนังสือ ผมเรียกเขาว่าเนกไทน์

บาดแผลในชีวิตไม่จำเป็นต้องหายไปก่อนเราจะไปต่อ หนังสือเล่มนี้ชวนเรามองแผลของตัวเองผ่านบทสนทนาของเด็กหนุ่มฮิคิโคโมริกับชายกลางคน

ยอมรับบาดแผลของชีวิต กับ หนังสือ ผมเรียกเขาว่าเนกไทน์

หนังสือ ผมเรียกเขาว่าเนกไทน์ เล่าเรื่องของเด็กหนุ่มวัย 17 ที่เป็นฮิคิโคโมริ ขังตัวเองอยู่ในห้อง ไม่ได้ออกไปใช้ชีวิตข้างนอก

วันหนึ่งเขาเห็นรอยแยกบนกำแพงบ้าน แล้วตัดสินใจออกไปข้างนอก เขาได้เจอกับชายกลางคนที่รู้สึกเหมือนกันว่าตัวเองไม่ belong กับที่ตรงนั้น

ทั้งสองเริ่มคุยกันทุกวัน ค่อยๆ แกะบาดแผลของแต่ละคนออกมาดู ต่างฝ่ายต่างฟังกันและกัน

บาดแผลในชีวิตคืออะไร

ในหนังสือ ตัวละครทั้งสองมีบาดแผลที่ทับถมกันหลายชั้น หลายเรื่อง หลายช่วงเวลา

บาดแผลไม่ได้มีแค่เรื่องใหญ่ แต่รวมถึงเรื่องที่เราอาจมองข้ามไปด้วย เช่น การไม่ช่วยเพื่อนตอนที่เขาขอความช่วยเหลือ

เราไม่ควรโยนทิ้ง แต่แบกมันทั้งอย่างนั้นแล้วไปต่อกับชีวิต

ประโยคนี้อยู่ในคำนำของหนังสือ สื่อว่าบาดแผลไม่จำเป็นต้องหายก่อนเราจะไปต่อ เราสามารถแบกมันไว้แล้วเดินหน้าต่อไปได้

ทำไมคนเราถึงหยุดตัวเองไว้ที่อายุหนึ่ง

ตัวละครเด็กหนุ่มบอกว่าเขาน่าจะหยุดอยู่ที่อายุ 10 กว่าขวบ เพราะช่วงนั้นมีเหตุการณ์ที่ทำให้ชีวิตสะดุด

คุณลุงเนกไทน์ก็เช่นกัน เขาก็หยุดอยู่ที่จุดหนึ่งของชีวิต ไม่ได้ไปต่อ

การที่เรา freeze ตัวเองไว้ที่ช่วงอายุหนึ่ง ไม่ได้แปลว่าเราพัฒนาไม่ได้ แต่หมายความว่าเรายังไม่พร้อมจะขยับ

ครูเปียโนสอนอะไร

ช่วงหนึ่งของเรื่อง เด็กหนุ่มไปเรียนเปียโนกับครูที่ป่วย มีอยู่วันหนึ่งเขาจับแมลงมาเด็ดขาเด็ดปีกเล่น

ครูเห็นเข้าแล้วโกรธมาก ครูบอกว่าเธอไม่ได้ยินเสียงหัวเราะของฉัน หัวเราะของฉันมันมีความหมาย

การเป็นนักดนตรีที่ดีต้องฟังด้วยหัวใจ ไม่ใช่ฟังที่หู

ครูหัวเราะและร้องไห้ไปพร้อมกัน เพราะต้องจากภรรยาไป เขาสอนเด็กหนุ่มว่า อย่าอายที่จะเป็นคนมีความรู้สึก จงรู้สึกมันอย่างเด็กซึ้งด้วยใจที่อ่อนโยน

เคียวโกะกับบทบาทที่แบกไว้

เคียวโกะเป็นภรรยาของคุณลุงเนกไทน์ เธอเคยมีลูกกับคุณลุงตอนอายุประมาณ 30 แต่ลูกเสียชีวิต

หลังลูกจากไป ความเป็นครอบครัวค่อยๆ หายไป เหลือแต่หน้าที่ เธอยังทำหน้าที่ภรรยา ยังทำอาหารให้คุณลุงทุกวัน

เธอพูดประโยคหนึ่งว่า คนเราเกิดมาแค่ครั้งเดียว แล้วทำไมเราถึงตายครั้งแล้วครั้งเล่า

หนังสือเล่มนี้จบแบบ happy ending ไหม

ตัวละครทั้งสองตัดสินใจเริ่มต้นใหม่ แต่ไม่ใช่การเริ่มต้นที่สวยหรูแบบการ์ตูน

เด็กหนุ่มออกจากห้อง แต่ยังกระท่อนกระแท่น ยังไม่รู้ว่าจะไปทำงานที่ไหน ยังไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อ

คุณลุงตั้งใจจะไปสารภาพกับภรรยาว่าตกงาน แต่ไม่ทัน เพราะเขาได้จากไปก่อน

พิธีกรทั้งสองคนเห็นตรงกันว่า หนังสือเล่มนี้ให้ความรู้สึกเหมือนดูหนังชีวิตของคนคนหนึ่ง ไม่ได้สวยหรู แต่ก็ดีขึ้นในแบบที่สมจริง

อ่านเล่มนี้ตอนจิตใจอ่อนไหวได้ไหม

โทนของเรื่องค่อนข้างดาร์ก ถ้าจิตใจกำลังอ่อนไหวมาก อาจทำให้ดำดิ่งลงไปได้

แต่อีกแง่หนึ่ง มันอาจช่วยเปิดแผลอารมณ์ของเรา ให้เราได้รู้สึกและปล่อยมันผ่านไป

ถ้ารู้สึกว่ายังไม่พร้อม ก็พักไว้ก่อนได้ ไม่มีอะไรต้องรีบ

การเล่าให้ใครสักคนฟังช่วยอะไร

ตัวละครทั้งสองค่อยๆ แกะแผลให้กันฟัง อาจไม่ถึงขั้นยอมรับทั้งหมด แต่การมีคนรับฟังก็ช่วยให้แผลที่ทับกันอยู่เบาลง

การที่เราเล่าเรื่องของตัวเองให้ใครสักคนฟังบางทีก็ช่วยให้เราตกตะกอน แล้วเดินหน้าต่อไปได้

หนังสือเล่มนี้ไม่หนามาก ประมาณ 150 หน้าอ่านได้ไม่ยาก ใครสนใจลองหามาอ่านกันได้

ทีม Alljit

บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย

นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา