Alljit Blog
A Chapter

Homo Gaia มนุษย์ที่ตระหนักว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งของโลก

หนังสือเล่มนี้ชวนให้มองว่ามนุษย์ไม่ได้เป็นศูนย์กลางของจักรวาล สัตว์มีจิตสำนึกและหัวใจไม่ต่างจากเรา การกลับไปเชื่อมโยงกับธรรมชาติอาจทำให้ความทุกข์ที่แบกอยู่เบาลง

Homo Gaia มนุษย์ที่ตระหนักว่าตนเองเป็น ส่วนหนึ่งของโลก

มนุษย์เรามักคิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่ง แต่หนังสือ Homo Gaia หรือที่เจนเรียกว่ามนุษย์กาย่า เสนอว่าเราอาจไม่ใช่ศูนย์กลางของอะไรเลย เราอาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งของโลกที่ต้องอยู่ร่วมกับสิ่งมีชีวิตอื่น

เจนเลือกเล่มนี้เป็นเทปแรกของปี 2026 เพราะรู้สึกว่ามันคลิกกับตัวเองที่สุด และมองว่าเทรนด์ของปีนี้คือการกลับมาหาธรรมชาติ กลับมาสู่ความธรรมดา และเชื่อมโยงกับโลกมากขึ้น

Homo Gaia หมายความว่าอะไร

ฮอร์โม แปลว่ามนุษย์ สัตว์กลุ่มที่มีนิ้วโป้งหันเข้าหานิ้วอื่นได้ ทำให้หยิบจับของและเดินสองขาได้ ส่วนกาย่าคือเทพีแห่งโลก แม่ของทุกสิ่ง ทั้งภูเขา ทะเล และสิ่งมีชีวิต

เมื่อรวมกัน Homo Gaia จึงหมายถึงมนุษย์ที่ตระหนักว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งของโลก เป็นกลุ่มมนุษย์ที่วิวัฒนาการผ่านพ้นวิกฤตการทำลายธรรมชาติมาได้ จาก Homo Sapiens กลายเป็น Homo Gaia

หนังสือเล่มนี้เขียนโดยใคร

ดร.อ้อยเป็นนักนิเวศวิทยาชาวไทยที่เจนชื่นชอบ ท่านมีโครงการธรรมชาติและสร้างทุ่งนา ร่วมกับสามีอยู่ที่อำเภอเชียงดาว ท่านยังเป็นพี่สาวของหมอมองจากรายการ ธรรมชาติอ่านปากับหมอมอง ทาง Thai PBS

สัตว์มีจิตสำนึกเหมือนมนุษย์ไหม

บทที่ 5 ของหนังสือเปิดด้วยข้อความบนขวดของลูกปูว่า สัตว์เดรัจฉานก็มีสัญญา ปัญญานามธรรม รู้เหมือนกับมนุษย์ แค่เขาพูดไม่ได้ เจนบอกว่าอ่านประโยคนี้แล้วรู้สึกสะท้อนใจมาก

ดร.อ้อยถูกแม่เลี้ยงดูและสอนให้มองชีวิตจากมุมที่เห็นว่าสัตว์ต่างๆ น่าทึ่ง ไม่ใช่มองว่ามนุษย์เป็นศูนย์กลางของจักรวาล ท่านเขียนว่าสัตว์มีจิตสำนึกและมีศักยภาพพัฒนาจิตสำนึกได้หลายชนิด

สัตว์เดรัจฉานเขาก็มีสัญญา ปัญญานามธรรม รู้เหมือนกับมนุษย์ แค่เขาพูดไม่ได้

วานมีวัฒนธรรมและความเห็นอกเห็นใจจริงหรือ

วานชนิดเดียวกันที่อยู่ต่างพื้นที่กันมีเสียงและสำเนียงต่างกัน วานเพชฌฆาตแต่ละที่มีนิสัย ภาษา และอาหารต่างกัน วานมีสมองส่วนที่มนุษย์ไม่มี ซึ่งเกี่ยวข้องกับอารมณ์

มีกรณีที่วานเพชฌฆาตไล่ล่าแมวน้ำแล้วโยนเล่นก่อนจับกิน แต่มีวานหลังค่อมว่ายเข้าไปใช้จมูกประคองแมวน้ำขึ้นหลังแล้วพาไปยังพื้นที่ปลอดภัย ทั้งที่ไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย

หมาป่าเบอร์ 21 สอนอะไรเรา

ที่อุทยาน Yellowstone เคยมีกวางเยอะจนทำลายระบบนิเวศ จึงมีการปล่อยหมาป่ากลับสู่ธรรมชาติ หมาป่าเบอร์ 21 แยกฝูงตอนอายุสองขวบครึ่ง แล้วขยายฝูงจนมีสมาชิก 37 ตัว ซึ่งนักวิจัยบอกว่าควบคุมยากมาก

หมาป่าเป็นสัตว์ที่สู้กันถึงตาย แต่เบอร์ 21 ไม่เคยแพ้ใคร และเมื่อชนะก็ไม่ฆ่าศัตรู แต่ปล่อยให้วิ่งหนีไป เขายังชอบเล่นกับลูกหมาป่าในฝูงและนำอาหารไปให้ตัวที่อ่อนแอเสมอ

วันหนึ่งเบอร์ 21 ลุกขึ้นยืนมองเพื่อนออกล่า แล้วเดินขึ้นเขาสู่ทุ่งดอกไม้เข้าไปนอนใต้ต้นไม้และขดตัวนอนเป็นครั้งสุดท้าย นักวิจัยที่เฝ้าดูอยู่ถึงกับร้องไห้ เพราะน้อยมากที่หมาป่าจะตายเองตามธรรมชาติในวัย 9 ขวบ

สุนัขที่บ้านก็มีความเป็นปัจเจกได้

ดร.อ้อยเลี้ยงหมาวัดสองตัวชื่อไข่ต้มกับไข่เจียว ไข่เจียวเป็นพี่ที่ชอบแย่งของกินและทำท่าคุมไข่ต้มตลอด จนเจ้าของคิดว่าไข่ต้มกลัวพี่

พอรับลาบาดอร์สีขาวชื่อหมี่ขาวมาเลี้ยง ไข่เจียววิ่งเข้าไปกว่างทาง แต่หมี่ขาวส่งเสียงขู่ครั้งเดียว ไข่เจียวก็ถอยทันที กลายเป็นว่าที่ยอมมาตลอดเพราะยังไม่ถึงเวลาที่ต้องปกป้องใคร

วันที่ย้ายบ้าน ไข่ต้มกับหมี่ขาววิ่งเล่นสำรวจบ้านใหม่ แต่ไข่เจียวกลับกลัวสถานที่ใหม่และไม่กล้าออกไปวิ่งเล่น ดร.อ้อยจึงบอกว่าสัตว์ก็มีความเป็นปัจเจกเหมือนมนุษย์

ทำไมการเชื่อมโยงกับธรรมชาติทำให้ทุกข์เบาลง

เราแชร์ทุกอย่างบนโลกกับทุกสายพันธุ์ ไม่ได้เป็นเพียงเราที่ใช้ทรัพยากรอยู่คนเดียว เมื่อเรียนรู้ว่ามีสิ่งมีชีวิตเล็กๆ อีกมากบนโลก ความคิดที่ว่าเรื่องนั้นเป็นของเราหรือความทุกข์ที่แบกอยู่อาจเบาลงในอีกมุมหนึ่ง

เจนชวนตั้งคำถามว่า ถ้าเราไม่เปลี่ยนอะไรเลยและไม่เชื่อมต่อกับธรรมชาติเลย วิกฤตโลกรอบตัวอาจเกิดอะไรขึ้นมากกว่าที่เราคิด หนังสือเล่มนี้ทำให้เจนเปลี่ยนมุมมองชีวิตไปพอสมควร

ทีม Alljit

บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย

นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา