Alljit Blog
A Chapter

ไม่เป็นไรถ้าบางทีเราจะเป็นคนอ่อนไหวง่าย ควรเข้าใจตัวเองยังไง

ความอ่อนไหวง่ายไม่ใช่นิสัยอ่อนแอหรือขี้แง แต่เป็นพื้นเพนิสัยที่ตอบสนองต่อสิ่งเร้าไวและรุนแรงกว่าคนทั่วไป หนังสือเล่มนี้ชวนเข้าใจตัวเองและคนรอบข้างมากขึ้น

ไม่เป็นไร..ถ้าบางทีเราจะเป็นคนอ่อนไหวง่าย

ความอ่อนไหวง่ายไม่ใช่ความผิดปกติทางจิตใจและไม่ใช่นิสัยที่อ่อนแอหรือขี้แงอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่เป็นพื้นเพนิสัยที่ทำให้บางคนตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายนอกได้ไวและรุนแรงกว่าคนทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นเสียง แสง อารมณ์ หรือแม้แต่คำพูดของคนอื่น

หนังสือ จะเป็นอะไรไหมถ้าเป็นคนอ่อนไหวง่าย เขียนโดยซอนฮงจิน อ้างอิงงานวิจัยของดร.เอลินอารอนที่ระบุว่ามีประชากรโลก 15-20% ที่มีลักษณะแบบนี้ นั่นแปลว่านั่งอยู่ในห้องที่มี 10 คน อาจมีถึง 2-3 คนที่รู้สึกแบบนี้

เราเป็นคนอ่อนไหวง่ายหรือเปล่า ลองเช็คจากอะไร

ลองนึกดูว่าเราเคยนอนไม่หลับเพราะเสียงรบกวนเพียงเล็กน้อยไหม หรือแค่มีคนพูดผิดหูนิดเดียวก็รู้สึกโกรธหรือเจ็บปวดขึ้นมาแล้ว ถ้าใช่ หนังสือเล่มนี้อาจเขียนมาเพื่อคนอ่อนไหวง่ายโดยเฉพาะ

ในหนังสือมีแบบสำรวจให้ลองทำ ซึ่งค่อนข้างละเอียดและคนไทยอย่างเราอาจรีเลทได้ง่าย เพราะเป็นแบบสอบถามที่ออกแบบมาจากบริบทของคนเอเชียตะวันออกด้วยกัน

ไม่เป็นไรนะถ้าเราจะมีความอ่อนไหว

ถ้าลองทำแล้วรู้สึกว่าถูกและใช่ และสิ่งเหล่านั้นรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันของเรา มายแนะนำให้มองว่ามันคือเรื่องปกติที่เกิดขึ้น แต่จะไม่ปกติก็ต่อเมื่อมันมากระทบกับการใช้ชีวิตประจำวันมากเกินไป

ความอ่อนไหวง่ายทำให้เป็นโรคซึมเศร้าได้จริงไหม

ถ้าความอ่อนไหวสูงเกินไปจนควบคุมไม่ได้ มันอาจนำไปสู่โรคซึมเศร้าหรือโรควิตกกังวลได้ มีสถิติจากเกาหลีใต้ในปี 2016 ที่น่าตกใจว่า 1 ใน 7 ของประชากรมีอาการรุนแรงถึงขั้นกระทบการใช้ชีวิตประจำวัน

มุมนี้ทำให้หนังสือเล่มนี้ต่างจากเล่มอื่น เพราะเขาไม่ได้บอกว่าความอ่อนไหวเป็นเรื่องดีไปหมด แต่ชี้ให้เห็นความเสี่ยงด้วย

ทำไมเรื่องเล็กน้อยถึงทำให้เราระเบิดอารมณ์

ในหนังสือมีเคสของคุณคิมมินจอง วัย 25 ปี ที่มาพบจิตแพทย์ด้วยอาการหงุดหงิดและโกรธอย่างรุนแรง ทั้งที่เหตุการณ์จุดชนวนดูเหมือนเรื่องเล็กน้อย

เรื่องมีอยู่ว่าสามีตักเตือนเรื่องการแต่งตัว เพราะตอนนั้นที่เกาหลีเป็นฤดูหนาวแต่เธอใส่เสื้อหนาวที่ไม่หนามาก เธอรู้สึกว่าสิ่งที่สามีพูดเหมือนการตำหนิหรือโดนว่า

พอตัดภาพไปที่สามีทักทายเพื่อนผู้หญิงเพื่อนบ้านด้วยท่าทีสุภาพกว่าตอนคุยกับเธอ เธอจึงเริ่มเปรียบเทียบและขุดคุยเรื่องในอดีต ทั้งเรื่องชู้สาวและเรื่องที่เคยถูกตำหนิ สะสมจนมาระเบิดอารมณ์ในปัจจุบัน

ฮอร์โมนเกี่ยวกับความอ่อนไหวตรงไหน

หนังสือบอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณคิมมินจองไม่ใช่เรื่องนิสัยส่วนตัวล้วนๆ แต่มีเรื่องของฮอร์โมนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

ช่วงก่อนเป็นประจำเดือนหรือ PMS ฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง ส่งผลโดยตรงกับอารมณ์ ทำให้เกิดความวิตกกังวล ซึมเศร้า นอนไม่หลับได้ ขณะเดียวกันคอร์ติซอลหรือฮอร์โมนความเครียดก็สูงขึ้นด้วย

คอร์ติซอลที่สูงขึ้นส่งผลให้สมองส่วนที่ดูแลเรื่องความจำและการตัดสินใจทำงานแย่ลงไปด้วย

ทำไมเราถึงชอบยกเรื่องเก่าๆ มาพูดตอนทะเลาะ

เวลาที่เราอยู่ในสภาวะอารมณ์ลบ ไม่ว่าจะโกรธหรือเครียด สมองจะดึงความทรงจำที่แย่ในอดีตขึ้นมาโดยอัตโนมัติ เพื่อให้มันสอดคล้องกับความรู้สึกตอนนั้น

เลยทำให้เรื่องเล็กน้อยในวันนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่โต เพราะมันไปเชื่อมโยงกับความแค้นหรือความน้อยใจที่เก็บไว้

คู่รักควรรับมือกับความอ่อนไหวของกันและกันยังไง

หนังสือแนะนำว่าคู่รักควรสื่อสารอย่างสม่ำเสมอ เช่นลองโทรหรือส่งข้อความเล่าเรื่องในแต่ละวันให้กันฟัง เพื่อลดช่องว่างและความน้อยใจที่สะสม

อีกอย่างคือให้แต่ละคนมีพื้นที่ส่วนตัว ไม่จำเป็นต้องตัวติดกันตลอดเวลา

ส่วนสำหรับตัวเราเอง หนังสือบอกให้ฝึกเบี่ยงความสนใจทันที ทั้งการอ่านหนังสือ ออกกำลังกาย หรืออะไรที่ดึงสมองออกจากความฟุ้งซ่านได้

ท้ายบทมีแบบฝึกหัดให้เขียนว่าในหนึ่งวันเรากังวลกับอะไรบ้าง เพราะเวลาที่เราอ่อนไหวง่ายมักพ่วงมาด้วยความกังวลเสมอ

คนอ่อนไหวง่ายยังมีความพิเศษเรื่องการเลือกคบคน การเขียนว่าเราคบกับคนนี้แล้วรู้สึกยังไง เขาทำให้เรากังวลไหมหรือมีความสุขไหม จะช่วยให้เรารีเช็คตัวเองได้ง่ายขึ้นว่าควรสนิทกับใครหรือถอยห่างจากใคร

คนรอบข้างควรปฏิบัติกับคนอ่อนไหวง่ายยังไง

บทส่งท้ายของหนังสือบอกว่าโลกของคนที่อ่อนไหวง่าย หากเขาเป็นคู่ครองหรือเพื่อนของเรา อย่าถือโทษ โกรธเคือง หรือวักเคลื่อนเสียงใส่เขาเลย เพราะทำแล้วไม่ได้เปลี่ยนแปลง ซ้ำยังจะทำให้เขายิ่งอ่อนไหวง่ายขึ้น

ต้องอาศัยความอดทนและการช่วยเหลือด้วยจิตใจที่อบอุ่น สิ่งสำคัญคือความพยายามของคนอ่อนไหวง่ายเองก็ต้องยอมรับความจริงว่าเราเป็นคนอ่อนไหว ถ้าเริ่มจากการควบคุมพลังงานของเราให้ดี สิ่งต่างๆ รอบตัวก็จะเปลี่ยนแปลงได้มากขึ้น

บทความนี้ไม่ใช่การวินิจฉัย หากรู้สึกว่าความอ่อนไหวกระทบชีวิตประจำวันจนควบคุมไม่ได้ สามารถโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง

ทีม Alljit

บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย

นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา