ยิ่งไถฟีดยิ่งเศร้า เกิดจากอะไร และจะหยุดวงจรนี้ยังไง
อัลกอริทึมถูกออกแบบให้เราอยู่บนแพลตฟอร์มนานที่สุด ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อสุขภาพจิตเรา ยิ่งเศร้ายิ่งเสพคอนเทนต์เศร้า วนเป็นวงจนคิดว่าโลกทั้งใบมีแต่เรื่องแย่

ยิ่งไถฟีดยิ่งเศร้าไม่ได้รู้สึกไปเองคนเดียว ประเด็นนี้ถูกยกขึ้นมาถึงชั้นศาลที่สหรัฐฯ เมื่อแม่คนหนึ่งฟ้องบริษัท Meta เจ้าของ Facebook กับ Instagram และ Snap Inc. เจ้าของ Snapchat
เธอกล่าวหาว่าแพลตฟอร์มทั้งสองออกแบบจนลูกสาวนอนไม่พอ รู้สึกซึมเศร้าและต้อยค่าตัวเอง จนนำไปสู่การฆ่าตัวตายเมื่อเดือนกรกฎาคมปี 2021
ในคำฟ้องยังพูดถึงการขาดการป้องกันเนื้อหาอันตราย จนมีผู้ใหญ่เข้ามาหาผลประโยชน์ทางเพศกับเด็กในอินสตาแกรม คดีนี้ยังไม่มีคำตัดสินชัดเจน แต่ตัวคดีเองก็เป็นหลักฐานว่าโซเชียลมีเดียส่งผลต่อสุขภาพจิตจริง
อัลกอริทึมคืออะไร ทำไมมันดันแต่เรื่องเศร้า
อัลกอริทึมคือโปรแกรมที่บริษัทสร้างขึ้นเพื่อคัดกรองว่าคอนเทนต์แบบไหนควรถูกดันให้คนเห็น มันถูกออกแบบมาพร้อมโมเดลทางธุรกิจ
เป้าหมายเดียวของมันคือทำให้เราอยู่บนแพลตฟอร์มนานที่สุด เพราะยิ่งเราอยู่นาน แพลตฟอร์มยิ่งขายโฆษณาได้มาก และยิ่งเรียนรู้ว่าเราชอบอะไร
ปัญหาคือสิ่งที่มันเข้าใจว่าดี ไม่ใช่คอนเทนต์ที่มีคุณภาพ แต่คือคอนเทนต์ที่ยอดengagement สูง ดึงอารมณ์ได้แรง จึงไม่แปลกที่ของสุดโต่งจะถูกดันมาหาเราซ้ำ ๆ
เราก็อยู่นานอีก เป็นหลู่ไปจริง ๆ มันคือโมเดลทางธุรกิจ
Negative Feedback Loop คืออะไร ทำไมเศร้าแล้วยิ่งเศร้า
เมื่อเราเห็นฟีดเศร้า ๆ เราจะกดเซฟไว้ ระบบก็จำว่าเราชอบคอนเทนต์แบบนี้ แล้วดันคอนเทนต์เศร้าเพิ่มขึ้นอีก
เราก็เศร้าหนักขึ้น กลับไปเซฟอีก วนอยู่อย่างนั้นเป็นวงจรที่เรียกว่า Negative Feedback Loop
สุดท้ายเราจะเริ่มคิดว่าโลกนี้ทำไมมีแต่เรื่องแย่ ทำไมมีแต่เรื่องบูด ๆ ทั้งที่เราไม่เคยเห็นภาพรวมว่ายังมีเรื่องดีเกิดขึ้นอีกเยอะ
ทำไมเราถึงอยากได้ไลก์ อยากตอบแทนทุกคอมเมนต์
มนุษย์ต้องการการยอมรับจากสังคมเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว แต่เดิมมันจำกัดอยู่แค่พ่อแม่ ครู และเพื่อนที่โรงเรียน
พอมีโซเชียลมีเดียเข้ามา มันเพิ่มภารกิจอีกชั้นว่าเราต้องเป็นคนแบบไหนถึงจะได้รับการยอมรับจากโลกออนไลน์ด้วย
ช่วงวัยรุ่นเป็นช่วงที่เรื่องนี้กดดันมาก เพราะเป็นวัยที่ต้องสร้างตัวตนและหาที่ทางของตัวเอง
อีกเรื่องคือ FOMO หรือ Fear Of Missing Out เราจะคอยเช็กว่าวันนี้มีอะไรต้องรู้ไหม ถ้าไม่รู้จะคุยกับคนอื่นไม่รู้เรื่องหรือเปล่า
มีงานวิจัยที่พบว่าแค่มีคนมากดไลก์ให้เรา ก็ทำให้รู้สึกว่าต้องกดคืน เป็นการตอบแทน กลายเป็นภาระที่บางทีเราก็ไม่รู้ตัว
AI มองเรื่องนี้ยังไง
ทีมรายการลองถาม AI ว่าควรรับมือยังไงในโลกที่อัลกอริทึมชักจูงอารมณ์เราได้ คำตอบคือเริ่มจากรู้ตัวก่อนว่าเรากำลังถูกชักจูงอยู่หรือเปล่า
ถ้าเล่นโซเชียลแล้วเริ่มหงุดหงิด เศร้า หรือวิตกกังวลบ่อย ๆ นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือน
อีกวิธีคือเสพข้อมูลจากหลายแหล่ง ไม่เชื่อสิ่งที่เห็นในฟีดง่าย ๆ และลองหาข้อมูลจากสำนักข่าวที่น่าเชื่อถือประกอบ
ข้อสุดท้ายคือจำกัดเวลาการเล่นในแต่ละวัน ลองตั้งเตือนตัวเองหรือใช้แอปช่วยจับเวลา
คุยกับ AI ทำให้เหงามากขึ้นไหม
AI ตอบเองว่า การคุยกับ AI อาจทำให้รู้สึกเหงาหรือวิตกกังวลมากขึ้นได้ เพราะมันไม่สามารถเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของเราเหมือนมนุษย์
เวลาต้องการคำแนะนำหรือกำลังใจ การคุยกับ AI อาจรู้สึกเหมือนคุยกับกำแพง
แล้วเราควรรับมือยังไง
อย่างแรกคือยอมรับว่าปัญหานี้ไม่ได้มาจากอัลกอริทึมอย่างเดียว แต่มาจากฝั่งเราที่โหยหาการยอมรับจากยอดไลก์และรู้สึกต้องตอบแทนทุกครั้ง
ลองสังเกตอารมณ์ตัวเองหลังเล่นโซเชียล ถ้าเริ่มแย่ลงเรื่อย ๆ นั่นคือสัญญาณว่าถึงเวลาถอยออกมาบ้าง
จำกัดเวลา ตั้งเตือน และหาคอนเทนต์ที่ทำให้เห็นภาพโลกกว้างขึ้น ไม่ใช่แค่ด้านที่มืดมน
การคุยกับคนจริง ๆ ยังเป็นสิ่งที่ AI แทนไม่ได้ เพราะมันไม่ใช่แค่คำตอบ แต่คือการมีคนรับฟังและเข้าใจเราจริง ๆ
บทความนี้เรียบเรียงจากรายการ Tech and Science ไม่ใช่การวินิจฉัยทางการแพทย์ หากรู้สึกเศร้าหรือคิดทำร้ายตัวเอง ปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง
ทีม Alljit
บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย