Alljit Blog
ออลล์จิต

หน้าฟีดพาเศร้า รับมือยังไงดี กับดักอัลกอริทึมที่ทำให้เราดิ่ง

หน้ากลางที่ควรให้ความบันเทิง กลับกลายเป็นที่ที่ทำให้เราเศร้า เหงา และเปรียบเทียบตัวเองไม่หยุด คุยกันเรื่องวิธีรับมือกับอัลกอริทึมที่สุ่มคอนเทนต์เศร้ามาให้เราซ้ำๆ

หน้าฟีดพาเศร้า รับมือยังไงดี

หลายคนเปิดโซเชียลมีเดียเพื่อหาอะไรผ่อนคลาย แต่สิ่งที่ได้กลับกลายเป็นคอนเทนต์เศร้า ความเหงา หรือภาพที่เราไม่อยากเห็น

เรื่องนี้เป็นหัวข้อที่ทีมพิธีกรชวนคุยกันในตอน หน้าฟีดพาเศร้า รับมือยังไงดี โดยนิยามหน้าฟีดให้ครอบคลุมทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นบ้านฟ้า บ้านรุ้ง บ้านแดง หรือแอปอื่นๆ

ประเด็นหลักไม่ได้อยู่ที่ว่าเราเศร้าเพราะโซเชียลเสมอไป แต่อยู่ที่เราควบคุมสิ่งที่โผล่ขึ้นมาไม่ได้ บางคนกดไม่สนใจไปเป็นสิบยี่สิบรอบ ภาพน้องหมาหรือน้องแมวที่ถูกทิ้งก็ยังขึ้นมาให้เห็นอยู่ดี

ทำไมกดไม่สนใจแล้วหน้าฟีดยังเศร้าอยู่

พิธีกรเล่าว่าเคยเจอคลิปที่ไม่ได้ตั้งใจดู เป็นเหตุการณ์บนถนนที่คนแก่ขึ้นรถเมล์ไม่ทัน แล้วมีบางอย่างหล่นลงมาโดยไม่มีการเซ็นเซอร์ ภาพแบบนี้โผล่มาแล้วเรารู้สึกกลัวหรือแย่ไปแล้วทั้งที่ไม่ได้เลือกจะดู

อีกคนเล่าว่าตัวเองกลัวภาพรู โดยเฉพาะภาพที่คนเอาไปแต่งให้ดูน่ากลัวเกินธรรมชาติ เห็นทีไรขนลุกทุกครั้ง บางคลิปมีเซ็นเซอร์ บางคลิปก็ไม่มี แล้วมันหลุดขึ้นมาได้อย่างไร

บางทีมันไม่ใช่แค่ความเศร้าอย่างเดียวแต่ว่ามันเป็นสิ่งที่เราไม่อยากเห็น

ประเด็นคืออัลกอริทึมของแต่ละแพลตฟอร์มทำงานต่างกัน บ้านหลุงที่เรากดไลก์หรือสนใจอะไร มันจะขึ้นตามสิ่งที่เราสนใจ ส่วนแพลตฟอร์มอื่นมีระบบสุ่มค่อนข้างมาก เราจึงเจอคอนเทนต์ที่ไม่ได้อยากเห็นบ่อยกว่า

ทำไมหน้าฟีดที่มีแต่เรื่องดีๆ ก็ยังทำให้เศร้า

พิธีกรยกตัวอย่างว่าคนที่หยุดงานไปเที่ยว ดูเหมือนเป็นคอนเทนต์มีความสุข แต่พอเราดูกลับเศร้า เพราะการหยุดงานไปเที่ยวแปลว่าเขาต้องมีเงินและหยุดงานได้ แต่เราไม่สามารถทำแบบนั้นได้ จึงเกิดการเปรียบเทียบตัวเองขึ้นมา

มีคนเล่าว่าตัวเองเคยไปพบหมอ แล้วพอหมอถามว่าสบายดีไหม กลับตอบยาก กลัวตอบผิด กลัวไม่รู้เรื่อง ทั้งที่แค่ตอบว่าสบายดีก็ไม่ง่าย

เพราะเราเผลอไปเห็นคนอื่นที่ดูมีเพื่อน มีแฟน มีสังคม จนต้องหลอกตัวเองว่าสบายใจ

ความสุขแบบไหนที่ทำให้เราชินชา

พิธีกรอธิบายว่าทุกวันนี้คลิปสั้นกระตุ้นเราตลอดเวลา จนเราชินชากับความสุขง่ายๆ พอตื่นเจ็ดโมงเช้าซึ่งควรเป็นเรื่องดี มันกลับดูธรรมดาไปแล้ว

มีคนในคลิปใช้คำว่า ความสุขมันเฟ้อ เหมือนเงินเฟ้อ แค่นี้มันไม่พอแล้ว มันต้องมากกว่าเดิมเรื่อยๆ ยิ่งดูคอนเทนต์เร็วๆ หลายแอปพร้อมกัน ความสุขที่ควรได้กลับหายากขึ้น

ความสุขมันเฟ้อ แค่นี้มันไม่พอแล้ว มันต้องมากแล้วมากไปเรื่อยๆ

แชทบ้านเขียวทำให้งานกับชีวิตส่วนตัวปนกันได้ยังไง

มีคอมเมนต์เล่าว่าต้องตามกลุ่มงานในแอปเขียวให้ครบทุกกลุ่ม ยังไม่ทันเริ่มงานก็สับสนแล้วว่าควรเริ่มอันไหนก่อน ยิ่งมีทั้งแชทบ้านฟ้า บ้านรุ้ง ยิ่งเหนื่อยจนไม่มีแรงตอบใคร

พิธีกรตั้งข้อสังเกตว่าบริษัทในไทยมักใช้แอปเขียวทำงาน ทั้งที่การส่งไฟล์ส่งรูปไม่ได้ออกแบบมาเพื่อสิ่งนี้ เดี๋ยวนี้ยังต้องจ่ายเพิ่มเป็นพรีเมียมด้วย

ปัญหาคือมันทำให้เราแยกไม่ออกว่าอันไหนงาน อันไหนชีวิตส่วนตัว เพราะชีวิตส่วนตัวเราก็ใช้แอปเดียวกัน

คอนเทนต์เศร้าเลี้ยงความเศร้าของเราไว้ยังไง

มีคนบอกว่าบางทีเราไม่ได้เศร้า แต่พอเห็นโพสต์เศร้าๆ ที่คนสนใจเยอะ ก็ยิ่งมีคนทำคอนเทนต์แนวนี้มากขึ้น เหมือนรู้ว่าอะไรที่แมทกับความสนใจของผู้คน

การที่เราถ่ายอะไรเศร้าๆ ออกไป บางทีมันเหมือนการหล่อเลี้ยงความเศร้าของตัวเองไว้ พิธีกรยกตัวอย่างศิลปินต่างประเทศที่แฟนเพลงแชร์โพสต์กันว่าเหงา เหงามากกว่าเดิม จนกลายเป็นสัญญาณว่าหลายคนรู้สึกตรงกัน

จะรับมือกับหน้าฟีดที่พาเศร้าได้ยังไง

วิธีที่พูดถึงในคลิปคือการเปลี่ยนให้อัลกอริทึมรู้ว่าเราไม่ชอบเรื่องนี้ โดยเฉพาะก่อนนอน ไม่กด ไม่เปิดค้างไว้ ถ้าเปิดยูทูบแล้วเจอแต่ข่าวเครียด ก็พยามยามไม่กดและปิดไปเลย

อีกเรื่องคือการเลือกกดติดตามสิ่งที่อยากเห็นจริงๆ พิธีกรยอมรับว่าบางเรื่องเราก็ดูนานได้ถ้ามันพาใจฟู แต่ต้องรู้ตัวว่ากำลังดูอะไรอยู่ และเลี่ยงคอนเทนต์ที่ทำให้ดิ่งจนงานการไม่ทำ

ถ้าฟีดเศร้าแล้วดิ่ง งานการไม่ทำก็เลี่ยงดีกว่าจริงไหม

ความเหงาในโลกโซเชียลเกิดจากอะไร

พิธีกรตั้งคำถามว่าทำไมคนยุคนี้ถึงเหงามากขึ้น คำตอบส่วนหนึ่งมาจากความเร็ว คอนเทนต์ประดังเข้ามาไม่หยุด ทั้งที่ทุกอย่างควรทำให้เรามีความสุขง่ายขึ้น แต่กลับทำให้ความสุขนั้นไม่พออีกต่อไป

มีคนเล่าว่าอยากมีเซฟโซนใหม่แต่ไม่รู้จะเริ่มคุยกับใคร พิธีกรเปรียบเทียบว่าความสัมพันธ์เหมือนวงกลมสองวงที่ซ้อนทับกัน พอวงหนึ่งหลุดออกไป มันต้องใช้เวลาสร้างความปกติใหม่ขึ้นมา อาจเริ่มจากการเป็นเซฟโซนให้ตัวเองก่อน

ความรักก็เหมือนวงกลมสองวง สุดท้ายแล้วสองวงกลมมันก็จะไม่เกี่ยวข้องกัน ไม่ใช่ซ้อนทับกัน

บทความนี้เรียบเรียงจากบทสนทนาในคลิป ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือแนะนำการรักษา หากความเศร้าหรือความเหงาที่รู้สึกอยู่ทำให้ใช้ชีวิตประจำวันลำบาก ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ให้บริการฟรีตลอด 24 ชั่วโมง

ทีม Alljit

บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย

นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา