Alljit Blog
ฟังก่อนนอน

ร้องไห้บ่อย ไม่ได้แปลว่าอ่อนแอ แล้วน้ำตาช่วยอะไรเราได้บ้าง

น้ำตาไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อความอ่อนแอ แต่มันคือตัวแทนของความรู้สึกที่ทุกคนมี และการร้องไห้ยังช่วยปรับอารมณ์ของเราได้จริง

น้ำตา คือจุดเชื่อมโยงของอารมณ์และความรู้สึก

การร้องไห้ไม่ได้แปลว่าเราเป็นคนอ่อนแอ น้ำตาถูกสร้างมาเพื่อเป็นตัวแทนของความรู้สึกที่ทุกคนมี และมันยังช่วยปรับอารมณ์ของเราได้จริงด้วย

ตอนที่เราร้องไห้ ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนเอ็นโดรฟินออกมาเพื่อให้สารความสุขมาปรับลดสารความเครียด นั่นเลยทำให้การร้องไห้เหมือนเป็นยาระบายความเครียด และช่วยลดความเจ็บปวดทั้งทางร่างกายและจิตใจได้

ทำไมเราถึงถูกสอนว่าอย่าร้องไห้

หลายคนคงเคยได้ยินคำว่าร้องไห้เท่ากับอ่อนไหว หรือร้องไห้เท่ากับอ่อนแอ น้ำตาจึงถูกตีตราไปทั้งอย่างนั้น พอสังคมมองแบบนี้ คนจำนวนไม่น้อยเลยเลือกที่จะกลั้นน้ำตาไว้เพราะกลัวถูกมองว่าอ่อนแอ

พิธีกรเล่าว่าตัวเองเคยถูกบอกให้หยุดร้องไห้ตอนที่ไปปรึกษาเรื่องที่กระทบจิตใจ ความรู้สึกแรกที่เกิดขึ้นคือเอ๊ะ ทำไม เพราะเราเลือกที่จะให้เขาเห็นมุมนี้ของเราเพราะเรารู้สึกปลอดภัย

หยุดร้องเดี๋ยวนี้นะ

แต่เขาก็เข้าใจมุมของอีกฝ่ายเหมือนกัน เพราะคนที่พูดอาจถูกสั่งสอนมาตั้งแต่รุ่นก่อนว่าผู้ชายต้องเข้มแข็ง น้ำตาคือสัญลักษณ์ของความอ่อนแอ

ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ เด็กคนนั้นของพวกเขาคงอยากสอนให้ใครสักคนรู้สึกเข้มแข็งขึ้น แต่วัยเด็กยังไม่สามารถเข้าใจความเข้มแข็งได้มากขนาดนั้น บางคนจึงเลือกใช้วิธีลงโทษหรือเมินเฉยเมื่อมีเด็กงอแง

การปลอบโยนต่างจากการตำหนิยังไง

ถ้าเรากำลังเป็นคนที่ทำแบบนั้นอยู่ ลองเปลี่ยนจากตำหนิมาเป็นการปลอบโยนดู ปลอบด้วยคำพูดที่ดี ไม่ตำหนิเมื่อใครร้องไห้ เพื่อให้เขารู้ว่าไม่ว่าเขาจะร้องไห้แค่ไหน คนที่เขาเป็นห่วงก็จะอยู่ข้างๆ

วิธีนี้ดีกว่าการทำโทษหรือตำหนิ เพราะการทำแบบนั้นจะทำให้อีกคนรู้สึกกลัว และไม่กล้าแสดงมุมนี้ออกมาอีก อาจทำให้เขากลายเป็นคนเก็บกดทางอารมณ์ หรือไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะระบุความรู้สึกของตัวเองออกมาในรูปแบบไหน

ร้องไห้แบบไม่มีสาเหตุเกิดจากอะไร

บางคนร้องไห้บ่อยโดยไม่รู้ว่าเพราะอะไร จริงๆ แล้วมันอาจมีสาเหตุที่แอบซ่อนอยู่ก็ได้ สาเหตุแรกคือฮอร์โมนในร่างกายไม่สมดุล พิธีกรเล่าว่าเคยสังเกตตัวเองว่าทำไมต้องร้องไห้ทุกเดือน จนพบว่าช่วงก่อนมีประจำเดือนทำให้รู้สึกอ่อนไหวง่ายขึ้น

สาเหตุที่สองคือความเครียดที่สะสม ความเครียดไม่จำเป็นต้องเป็นก้อนใหญ่ที่จับต้องได้เสมอไป แค่เรื่องระหว่างทางกลับบ้านที่ต้องเจอทุกวันก็กลายเป็นความเครียดแบบไม่รู้ตัวได้

สาเหตุที่สามคือความเหนื่อยล้า จากการต่อสู้กับปัญหาแต่ละวัน ทั้งเรื่องงาน เรื่องเงิน และเรื่องความสัมพันธ์ ทั้งหมดนี้ทำให้เราใจบางลงได้โดยไม่ทันรู้ตัว

รู้ตัวแล้วว่ากำลังเศร้า ควรทำอะไรต่อ

เริ่มจากการยอมรับความรู้สึกของตัวเองก่อน บอกกับตัวเองว่าการที่เราเศร้าหรืออยากร้องไห้มันคือความรู้สึกที่ฉันต้องเจอ เป็นธรรมชาติที่ทุกคนต้องเจอ แล้วมันก็จะผ่านไป

ต่อไปคือฝึกหายใจเข้าช้าๆ ลึกๆ อยู่กับตัวเองสักครู่ ช่วยให้รู้สึกสงบขึ้นและลดความตึงเครียดในร่างกาย

การเขียนระบายความรู้สึกก็ช่วยได้ การจดสิ่งที่คิดอยู่ในหัวออกมาช่วยปลดปล่อยความอึดอัด และบางทีอาจทำให้เราเจอจุดที่ติดค้างอยู่ในใจได้ชัดขึ้น

  • ยอมรับความรู้สึกของตัวเอง ไม่ฝืนว่าไม่เป็นอะไร
  • ฝึกหายใจเข้าลึกๆ ช้าๆ เพื่อผ่อนคลาย
  • เขียนระบายสิ่งที่ค้างอยู่ในใจออกมากระดาษ
  • ขยับร่างกาย ออกไปเดินหรือพาตัวออกจากที่เดิม
  • ทำสิ่งที่เรารัก ฟังเพลง อ่านหนังสือ เบี่ยงเบนอารมณ์
  • พูดคุยกับคนที่สนิท ให้เขาได้รับฟัง

ทำไมการขยับตัวถึงช่วยได้

เวลาที่เรารู้สึกแย่ เรามักไม่อยากขยับตัวและอยู่กับที่ไปเรื่อยๆ ซึ่งยิ่งทำให้จมอยู่กับความรู้สึกนั้นนานขึ้น ลองพาตัวออกไปข้างนอกหรือเดินวนรอบบ้านเพื่อให้ร่างกายได้ปรับโหมด แล้วค่อยๆ คิดกับความรู้สึกนั้นใหม่

ส่วนการทำสิ่งที่เรารักก็ช่วยได้ แม้บางครั้งจะคิดไม่ออกว่าตอนนี้เรารักอะไร การหาอะไรทำก็ช่วยเบี่ยงเบนอารมณ์และสร้างความสุขเล็กๆ ในวันนั้นได้

น้ำตาสื่ออะไรกับเรา

น้ำตาของเราไม่ได้มีแค่ความเศร้า แต่มันเชื่อมโยงกับความสุข ความดีใจ ความเหงา และความโกรธได้เหมือนกัน การร้องไห้จึงเป็นรูปธรรมที่แสดงความรู้สึกได้หลากหลายและชัดเจนที่สุด

น้ำตายังทำหน้าที่ชำระล้างดวงตาที่เจอมลภาวะมาในแต่ละวันด้วย มันไหลออกมาเพื่อให้ตาของเราชุ่มชื้น ไม่ได้มีไว้เพื่อบ่งบอกว่าเราแพ้

อะไรก็ตามที่รู้สึกอยากร้องไห้ ลองปล่อยให้ตัวเองได้ร้องไห้เพื่อระบายความรู้สึกที่ค้างอยู่ในใจ เพราะน้ำตาสะท้อนว่าอย่างน้อยในวันนี้ เราก็ยังมีความรู้สึก และนั่นไม่ได้แปลว่าเราอ่อนแอเลย

ทีม Alljit

บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย

นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา