Alljit Blog
พูดคุย

ลบรูปแล้วแต่ยังคิดถึง ทำไมการลบไม่เคยช่วยให้ลืมจริง

การลบรูปหรือข้อความอาจตัดตัวกระตุ้นได้ แต่ไม่ได้ลบความรู้สึก การทำความเข้าใจว่าตัวเองอยู่ตรงไหนของความโศกเศร้าช่วยให้ไม่ซ้ำเติมตัวเอง

จิตวิทยา ทำไมการลบ…ไม่เคยช่วยให้ลืมจริง ? -  พูดคุยกับคุณวันเฉลิม EP.26

หลายคนเชื่อว่าถ้าลบรูป ลบข้อความ หรือบล็อกเขาไปแล้ว เราจะลืมเขาได้ แต่ความจริงคือการลบไม่ได้ทำให้ความจำหรือความรู้สึกลบไปด้วย มันเป็นเพียงการตัดตัวกระตุ้นไม่ให้มาแตะแผลเท่านั้น

คุณวันเฉลิม (คุณแม็กซ์) นักจิตวิทยาการศึกษา อธิบายในคลิปนี้ว่า เจตนาของการลบคือต้องการให้เรื่องนั้นหายไป แต่บ่อยครั้งเรากลับตีความว่าตัวเองยังจำได้ แสดงว่ายังไม่เก่ง ยังไม่เก่งพอ ซึ่งเป็นการซ้ำเติมตัวเอง

การลบไม่ได้ช่วยให้ลืม แต่เจตนาลึกๆ ของเราคือต้องการจะลืมเรื่องราวตรงนั้น

การลบไม่ใช่ทั้งวิธีที่ดีหรือแย่ แต่มันขึ้นอยู่กับว่าเราวางตำแหน่งของตัวเองไว้ตรงไหน บางคนลบเพราะโกรธ บางคนลบเพราะเศร้า บางคนลบเพื่ออยาก move on

ลบแล้วทำไมยังคิดถึงเขา

การลบเป็นกลไกป้องกันตัวเองแบบหนึ่ง เมื่อเจออะไรที่กระทบใจมากจนรับมือไม่ไหว เราจึงตัดสิ่งนั้นออกไปก่อน เพื่อให้เลือดที่ไหลน้อยลง แผลอาจเย็บไม่สวย แต่ก็ทำให้เราอยู่ได้

แต่หลังจากลบแล้ว ภาพเก่าๆ อาจยังผุดขึ้นมา เพราะสมองยังคงเชื่อมโยงกับอดีต สิ่งที่เราลบไปอาจเป็นแค่ตัวกระตุ้น แต่ความทรงจำและความรู้สึกยังอยู่

คุณเจนเล่าจากประสบการณ์ตัวเองว่า ตอนนั้นลบรูปเพราะรู้สึกว่าไม่เห็นแล้วจะอยู่กับปัจจุบันได้ดีขึ้น ไม่ได้คิดว่าจะต้องลืม แค่ต้องการตัดตัวกระตุ้น

การลบต่างจากการปฏิเสธความจริงยังไง

ใน Five Stages of Grief การปฏิเสธ (Denial) เป็นขั้นแรกที่อาจเกิดขึ้น แต่การลบที่ตั้งใจทำไม่ใช่ Denial เพราะ Denial คือการไม่ยอมรับความจริงโดยไม่รู้ตัว

คุณแม็กซ์แยกให้เห็นว่า การลบคือการ Reject สิ่งนั้นออกไปจากชีวิต แต่เราไม่ได้ปฏิเสธความรู้สึกของตัวเอง เช่น ถ้าโดนนอกใจแล้วลบรูป นั่นคือการตัดตัวกระตุ้น แต่ถ้าเราบอกว่าตัวเองไม่รู้สึกอะไรแล้ว ทั้งที่ยังเจ็บ นั่นคือการปฏิเสธความรู้สึก

Five Stages of Grief ไม่ได้เรียงลำดับ 1-2-3-4-5 อาจเริ่มจาก Anger, Bargaining, Depression หรือ Acceptance ก่อนก็ได้ และสามารถวนกลับไปกลับมาได้

Five Stages of Grief กับความรักที่จบไป

คุณแม็กซ์อธิบายว่า ขั้นตอนทั้งห้า ได้แก่ Denial, Anger, Bargaining, Depression และ Acceptance ไม่จำเป็นต้องเรียงลำดับ และไม่มีจุดเริ่มต้นที่ตายตัว

บางคนอาจเริ่มที่ Depression แล้วติดอยู่ตรงนั้น เพราะจัดการกับความเศร้าไม่ได้ พอพยายามลบตัวกระตุ้นก็อาจเจอความโกรธที่ซ่อนอยู่ หรืออาจวนกลับไปที่ Denial อีกครั้ง

การเข้าใจว่าตัวเองอยู่ตรงไหนของกระบวนการช่วยให้เรามองเห็นว่าการลบเป็นเพียงเครื่องมือหนึ่ง ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย และไม่จำเป็นต้องกดดันตัวเองให้รีบผ่านไป

แยกให้ออกระหว่างอดีต ปัจจุบัน และอนาคต

คุณแม็กซ์แนะนำให้แยกภาพที่ผุดขึ้นเป็นสามบล็อก บล็อกอดีตคือเรื่องที่เกิดขึ้นจริง บล็อกปัจจุบันคือภาพที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้ และบล็อกอนาคตคือภาพที่เราจินตนาการขึ้นเองแต่ยังเกี่ยวกับเขา

ถ้าเป็นภาพในอนาคต เช่น ฝันว่าเขากลับมา ทั้งที่ความจริงไม่มีทางเป็นไปได้ ให้ถามว่าภาพนั้นกำลังมอบอะไรให้เรา เช่น ความอบอุ่น ความรัก ที่เราโหยหา

การรู้ตัวว่ากำลังอยู่กับอดีตหรืออนาคตช่วยให้เราไม่หลงไปกับภาพเหล่านั้น และกลับมาโฟกัสกับปัจจุบันได้

ทำไมการบอกตัวเองว่าแย่ทำให้ยิ่งจม

เมื่อเราลบทุกอย่างแล้วแต่ยังจำได้ เราอาจตีความว่าตัวเองล้มเหลว โคตร loser ซึ่งเป็นการซ้ำเติมตัวเองโดยไม่จำเป็น

คุณแม็กซ์บอกว่าแทนที่จะดึงตัวเองลง ให้หันมาดูความรู้สึกที่แท้จริงว่ามีปมอะไรที่ยังค้างคา เพราะการตีความซ้ำๆ จะกลายเป็นปัญหาซ้อนปัญหา

การยอมรับว่ายังรู้สึกเจ็บ ยังคิดถึง เป็นเรื่องปกติของมนุษย์ ไม่ได้แปลว่าเราอ่อนแอ

แล้วจะอยู่กับความทรงจำยังไงไม่ให้จม

หลักสำคัญคืออย่าบอกตัวเองว่าต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ อย่าวางกรอบว่าฉันต้องลืมให้ได้ภายในสามเดือน เพราะการวิ่งชนกรอบมีแต่จะเพิ่มแผล

บางครั้งวิธีที่เคยได้ผลอาจใช้ไม่ได้ในตอนนี้ เพราะแต่ละคนมีมิติของความอบอุ่นใจ ความมั่นคง การยอมรับ และความผิดหวังในตัวเองที่ต่างกัน

การทำความเข้าใจว่าการลบเป็นเพียงการตัดตัวกระตุ้น ไม่ใช่การลบความจำ ช่วยให้เราลดความคาดหวังผิดๆ และกลับมาใจดีกับตัวเองมากขึ้น

สุดท้ายแล้ว ความทรงจำอาจไม่ได้อยู่ในรูปถ่าย แต่มันอยู่ในใจเรา การอยู่กับมันได้โดยไม่ต้องลบ อาจเป็นทางเลือกที่ทำให้เราเติบโตขึ้นก็ได้

บทความนี้ไม่ใช่การวินิจฉัยทางการแพทย์ หากคุณกำลังทุกข์ใจหรือคิดทำร้ายตัวเอง โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง

ทีม Alljit

บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย

นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา