Alljit Blog
ออลล์จิต

สบายใจหรือแค่ปลอดภัย ต่างกันยังไง แล้วเราควรอยู่อันไหน

Comfort Zone คือที่ที่เราคุ้นเคย ส่วน Safe Zone คือที่ที่เราปลอดภัยจริง ๆ สองอย่างนี้ต่างกัน แต่เราจำเป็นต้องมีทั้งคู่

สบายใจ หรือ ปลอดภัย ?

หลายคนใช้คำว่า Comfort Zone กับ Safe Zone สลับกัน แต่สองอย่างนี้ไม่เหมือนกันเลย Comfort Zone คือที่ที่เราคุ้นเคย สบาย แต่ไม่ได้แปลว่าปลอดภัย ส่วน Safe Zone คือที่ที่เราปลอดภัยจริง เป็นตัวเองได้ ไม่ถูกตัดสิน

ในไลฟ์ของออลล์จิต มายกับแบมชวนคุยเรื่องนี้ แล้วทั้งคู่ก็บอกว่าจริง ๆ แล้วเลือกอันใดอันหนึ่งไม่ได้ มันควรมีสองอย่างพร้อมกัน

Comfort Zone คืออะไร

แบมอธิบายว่าชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าคอมฟอร์ต มันคือความนุ่ม ๆ อบอุ่น รู้สึกสบาย

เป็นพื้นที่ที่เราไม่ต้องไปหาอะไรใหม่ ๆ ไม่ต้องท้าทายตัวเองมาก อาจเป็นชีวิตประจำวันธรรมดา ตื่นมาทำงานเหมือนเดิม เจอคนเดิม ๆ

พอทุกอย่างคุ้นเคย เราก็เลยรู้สึกว่าโอเค แต่คำว่ากับดักของคอมฟอร์ตโซนที่เราได้ยินบ่อย ๆ ก็มาจากตรงนี้

คอมฟอร์ตโซนคือที่ที่เรารู้สึกคุ้นเคย ส่วนเซฟโซนคือที่ที่เรารู้สึกปลอดภัย

คนที่ติดอยู่ในคอมฟอร์ตโซนส่วนใหญ่คือคนที่กลัวการเปลี่ยนแปลง แบมกับมายยอมรับว่าตัวเองก็เป็น

Safe Zone ต่างจาก Comfort Zone ตรงไหน

Safe Zone คือพื้นที่ที่เรารู้สึกปลอดภัยในเชิงที่จะไม่ถูกคุกคาม ไม่ถูกล่วงละเมิด ไม่ว่าจะทางกายหรือทางใจ

คำนี้มักใช้ในบริบทสุขภาพจิต เป็นพื้นที่ที่เราจะเป็นตัวเองได้โดยไม่มีใครตัดสินดูถูก

มายยกตัวอย่างว่าพื้นที่ให้คำปรึกษาอย่างออลล์จิตก็ถือเป็น Safe Zone เหมือนกัน

สำหรับแบม Safe Zone คือแม่ เพราะเป็นคนที่พูดอะไรด้วยก็ได้ ไม่รู้สึกว่าจะถูกทำให้เสียใจ

ส่วนสถานที่ แบมบอกว่าห้องนอนของตัวเองนี่แหละ ร้องคาราโอเกะในห้องนอนก็ได้

แมวที่เลี้ยงก็เป็น Safe Zone ของทั้งคู่ เพราะมันพูดไม่ได้ ทำได้แค่มองหน้า

อยู่ด้วยกันแล้วสบายใจ แต่ยังไงก็ต้องไป

มีช่วงหนึ่งที่ทั้งคู่พูดถึงความสัมพันธ์ บางทีเราติดอยู่กับคนหนึ่งเพราะอยู่ด้วยแล้วรู้สึกปลอดภัย สบายใจ

แต่ลึก ๆ อาจมีบางอย่างที่เข้ากันไม่ได้จริง ๆ แค่รู้สึกว่าเขาไม่นอกใจก็พอ

ตรงนี้ไม่ใช่คำตัดสินว่าควรไปหรืออยู่ แค่ชี้ให้เห็นว่าความสบายใจกับความปลอดภัยไม่ใช่สิ่งเดียวกันเสมอ

รู้ได้ยังไงว่าตอนนี้เราอยู่โซนไหน

มีเทคนิคง่าย ๆ ให้ลองถามตัวเองว่า สิ่งที่เราทำอยู่ตอนนี้มันง่ายหรือซ้ำซากเกินไปไหม

ถ้าคำตอบคือใช่ ง่ายจนเริ่มเบื่อ นั่นอาจแปลว่าเรากำลังอยู่ใน Comfort Zone

เพราะถ้าเราอยากได้อะไรที่ท้าทายใหม่ ๆ เราจะต้องออกจากพื้นที่ที่เราคุ้นเคยนั้น

เพลงกับร้านข้าวมันไก่ก็เป็นโซนได้

มีคนคอมเมนต์ว่าคอมฟอร์ตโซนของตัวเองคือร้านข้าวมันไก่แถวบ้าน เดินเข้าไปไม่ต้องสั่งเสียงดัง ป้าเห็นหน้าก็จำได้

เพลงก็เหมือนกัน ทั้งคู่บอกว่าเพลงเป็นได้ทั้งสองโซน ถ้าไปร้านนั่งชิลแล้วเขาเปิดเพลงที่เรารู้จัก เราจะรู้สึกว่าร้านนี้มี Comfort Zone ให้

คิดบวกยังไงไม่ให้ฝืน

มีคำถามเข้ามาว่าทำยังไงให้เป็นคนคิดบวก คำตอบคือต้องฝึกทีละนิดทุกวัน และต้องยอมรับว่าคนเราคิดลบก่อน

เพราะความคิดลบเป็นกลไกป้องกันตัวเอง สมองชอบสร้างซีนว่าถ้าเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น เราจะรับมือยังไง

มายเสนอคำง่าย ๆ คำหนึ่งว่า อย่างน้อย เช่น กระเป๋าตังค์หายแต่อย่างน้อยก็ไม่ได้หายทั้งกระเป๋า

แบมยกตัวอย่างที่อาจารย์ชอบพูด เวลาลูกทำไข่ในตู้เย็นตกแตก ก็แค่เช็ด ไม่ได้ใหญ่โตอย่างที่เรากังวลไปก่อน

ฝึกพูดแบบนี้บ่อย ๆ จนเป็นนิสัย แล้ววันหนึ่งเราจะค่อย ๆ คิดบวกขึ้นเองโดยไม่ต้องฝืน

สรุปที่ทั้งคู่ทิ้งท้ายไว้

ก่อนจบไลฟ์ แบมสรุปสั้น ๆ ว่าสองโซนนี้ไม่ใช่ศัตรูกัน เราต้องพักในเซฟโซนเพื่อชาร์จพลัง แล้วออกจากคอมฟอร์ตโซนเพื่อเติบโต

ไลฟ์จัดทุกวันพฤหัสบดี หนึ่งทุ่มตรง และวันนี้ไหลไปจนถึงสองทุ่มครึ่งเพราะทุกคนคุยกันยาว

บทความนี้เรียบเรียงจากไลฟ์พูดคุย ไม่ใช่การวินิจฉัยทางการแพทย์ หากรู้สึกว่าตัวเองกำลังมีปัญหาสุขภาพจิต โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง

ทีม Alljit

บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย

นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา