Alljit Blog
ออลล์จิต

สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตคืออะไร คำตอบจากคน.listenจริง

คำถามที่ทำให้คนหยุดคิดกลางงาน Moody Branding กับคำตอบที่หลากหลายจากคนฟัง ทั้งสุขภาพ เงิน ความสุข และการไม่เป็นภาระใคร

สิ่งสำคัญในชีวิตของเราคืออะไร...

คำถามที่ว่า อะไรคือสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตเรา ถูกโยนขึ้นมากลางงาน Moody Branding แล้วทำให้พิธีกรสองคนหยุดคิดกลางเวที เพราะมันย้อนกลับมาถามว่า ตอนนี้เรากำลังใช้ชีวิตอยู่เพื่ออะไรกันแน่

คำตอบที่คนดูส่งเข้ามาวันนั้นไม่มีอันไหนผิด บางคนบอกสุขภาพ บางคนบอกเงิน บางคนบอกความสุข บางคนบอกแค่ขออยู่แบบไม่เป็นภาระใคร

คำถามนี้โผล่มาได้ยังไง

พี่เจนเล่าว่าไปร่วมงานที่จัดโดย Moody Branding เป็นงานเกี่ยวกับการกลับมาดูแลสุขภาพจิตใจของตัวเอง ในช่วง Session หนึ่งมีคนคุยเรื่องงานและเรื่องทั่วไป แล้วจู่ๆเขาก็พูดขึ้นมาว่า แล้วอะไรล่ะคือสิ่งสำคัญในชีวิตเรา

ประโยคนั้นทำให้หยุดคิดทันที เพราะเป็นคำถามที่เราเคยถามตัวเองเมื่อนานมาแล้ว พอได้ยินอีกครั้งมันเลยกลายเป็นคำถามของทั้งไลฟ์ในคืนนั้น

คนส่วนใหญ่ตอบว่าอะไร

คุณสุภาพคอมเมนต์สั้นๆว่า ร่างกายบวกเงิน หมายถึงให้ร่างกายมาก่อน แล้วเงินตามมา แต่หลายคนก็เถียงว่าเงินกับสุขภาพต้องมาพร้อมกัน เพราะมีเงินแต่สุขภาพพังก็ไม่ไหว มีสุขภาพดีแต่ไม่มีเงินก็อยู่ยาก

มีคนบอกว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือชีวิต เพราะถ้าไม่มีชีวิตแล้วอะไรก็ไม่สำคัญ ซึ่งพอกลับมาคิดก็หมายถึงการดูแลสุขภาพให้ร่างกายแข็งแรงนั่นเอง

ส่วนคุณบุ๊คตอบว่าความสุข แล้วอธิบายว่าความสุขคือสิ่งที่ทำให้ชีวิตมีแรงขับเคลื่อนต่อ แต่พี่เจนก็ถามกลับว่า ความสุขอย่างเดียวพอจริงหรือ กับการใช้ชีวิต

มีเงินแล้วทำไมยังไม่มีความสุข

พี่โอมเล่าประสบการณ์ตรงว่าเคยทำงานหนักมาก มีความเครียดผสมอยู่ด้วย โฟกัสแต่มูลค่าที่ไม่สมดุล มานั่งโซฟาที่ออฟฟิศแล้วรู้ตัวอีกทีก็โผล่ไอซียู

พอผ่านจุดนั้นมา เขาบอกว่าสภาพจิตกับตัวเราคือที่สุด ไม่ใช่ทำงานไปแล้วเอาเงินมาจ่ายค่าหมอ เพราะมันเหนื่อยเกินไป

ทำงานหนักไม่พัก โฟกัสแต่มูลค่าไม่สมดุล มานั่งโซฟาที่ออฟฟิศ รู้ตัวอีกทีโผล่ไอซียู

ทำไมเรื่องเงินถึงวนกลับมาเสมอ

คุณลิวอิสพูดตรงๆว่าเงินอยู่ในอากาศ อยู่ที่เราจะคว้าได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งคนฟังหลายคนเห็นด้วย เพราะทุกวันนี้หลายคนใช้ชีวิตด้วยความกลัว กลัวไม่มีเงิน กลัวไม่มีงาน

พี่เจนยอมรับว่าตัวเองก็ขับเคลื่อนด้วยความกลัวแบบนั้น มันคือโหมดเอาตัวรอด หรือที่เขาเรียกว่า survival mode

อยากมีอายุถึงเท่าไหร่

คำถามนี้ได้คำตอบน่าสนใจ พี่เจนบอกว่าไม่มีความคิดว่าจะอยู่ถึงอายุเท่าไหร่ แต่ขออยู่แบบไม่เป็นภาระใคร

ไม่ต้องให้หลานต้องลางานมาพาไปโรงพยาบาลทุกสัปดาห์ อยู่เท่าไหร่ก็ได้ ขอแค่ไม่เป็นภาระใครก็พอ

เวลาที่เหลืออยู่ควรทำอะไร

มีคนแชร์เรื่องคลาสเรียนเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย คุณหมอเล่าว่าสิ่งที่ผู้ป่วยใกล้เสียชีวิตเสียดายที่สุดคือการที่ไม่ได้ทำในสิ่งที่อยากทำ

นั่นคือสิ่งที่ผู้ป่วยปรารถนามากที่สุด คือได้ใช้ชีวิตที่มีความหมาย ไม่ใช่ได้ทำงานเพิ่มหรือได้เงินเพิ่ม

วันที่รู้สึกว่ามันมืดไปหมด

ช่วงท้ายของไลฟ์มีคนเข้ามาแชร์ว่ารู้สึกแย่มากและไม่รู้จะไปทางไหน พี่เจนตอบว่าตัวเองก็เคยผ่านช่วงแบบนั้นมา อยู่กับมันไปเรื่อยๆ แล้วค่อยๆให้เวลากับมัน

เขาบอกว่าตอนที่มองไม่เห็นทาง มันไม่รู้ว่าจะไปยังไง แต่ให้เชื่อว่ามันมีทางที่จะไปของมันจริงๆ แค่ตอนนี้มันหนัก

คุณพนักพนตร์บอกว่าให้อดทนไปวันต่อวัน หรือ day by day แล้วหาอะไรที่ support ตัวเองได้ระหว่างนี้ เพราะเวลาจะช่วยให้มันเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น

บทความนี้ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษา หากกำลังรู้สึกมืดไปหมดหรือคิดทำร้ายตัวเอง โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง

ทีม Alljit

บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย

นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา