12 คำถามเพื่อรู้จักตัวเอง ถามแล้วตอบได้จริงหรือแค่คิดว่าตอบได้
คำถามง่ายๆ ที่หลายคนตอบไม่ได้ทันที การรู้จักตัวเองไม่ใช่แค่รู้ว่าชอบอะไร แต่คือเข้าใจว่าทำไมเราถึงเป็นแบบนี้

หลายคนคิดว่ารู้จักตัวเองดี แต่พอเจอคำถามตรงๆ อย่าง กลัวอะไรที่สุด หรือ โกรธเพราะอะไร กลับตอบไม่ได้ทันที ในคลิปนี้พิธีกรสองคนชวนผู้ฟังไลฟ์ตอบ 12 คำถามเพื่อเช็คว่ารู้จักตัวเองระดับไหน โดยเริ่มจากให้ทุกคนให้คะแนนตัวเองตั้งแต่ 1 ถึง 5
คำถามชุดนี้ไม่ใช่แบบทดสอบทางจิตวิทยา ไม่มีคะแนนตัดสิน แต่มันเป็นกระจกที่ทำให้เห็นว่าเรื่องบางเรื่องเราคิดว่ารู้ แต่จริงๆ ยังไม่เคยนั่งคิดกับตัวเองจริงจัง
รู้จักตัวเองกับเข้าใจตัวเองต่างกันยังไง
พิธีกรอธิบายว่าสองคำนี้ต่างกัน รู้จักตัวเองคือการรู้ว่าชอบอะไร ไม่ชอบอะไร ส่วนเข้าใจตัวเองคือขั้นถัดมา คือรู้ว่าทำไมเราถึงชอบหรือไม่ชอบสิ่งนั้น
ต้องรู้ก่อน ถึงจะเข้าใจได้ พอเข้าใจแล้วเราจะมองเห็นเหตุผลเบื้องหลังของอารมณ์ตัวเอง ไม่ใช่แค่รู้สึกแล้วปล่อยผ่าน
เราต้องรู้จักก่อน เราถึงจะเข้าใจ
คำถามข้อแรก อะไรทำให้เรารู้สึกว่ามีคุณค่าที่สุด
คำถามนี้ดูเรียบง่าย แต่หลายคนเงียบ เพราะปกติเราไม่ได้ถามตัวเองแบบนี้ระหว่างวัน เราถามตอนที่รู้สึกแย่ หรือตอนที่คนอื่นบอกว่าเรามีค่า
มีคนตอบว่าเวลาทำอะไรแล้วรู้สึกว่ามันมีความหมายกับตัวเอง มีความสุขกับสิ่งที่ทำ ไม่ต้องรอให้ใครมายืนยัน
เวลาโกรธ เรากำลังโกรธเรื่องอะไรจริงๆ
คำถามข้อสองถามว่าโกรธเพราะอะไร แล้วโกรธเพราะอะไรอีกครั้ง เพื่อให้เห็นว่าสิ่งที่ทำให้โกรธกับเหตุผลที่แท้จริงข้างหลังมันอาจไม่ใช่เรื่องเดียวกัน
ตัวอย่างที่พิธีกรยก คือโกรธคนโกหก แต่พอถามต่อว่าทำไมถึงโกรธ ก็พบว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องโกหก แต่เป็นเพราะเราให้ค่ากับคำสัญญา
มีคนบอกว่าไม่ค่อยโกรธ แต่โกรธคนขับรถที่ไม่เปิดไฟตอนกลางคืน เพราะมันอันตรายกับคนอื่น ไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัว
ถ้าเราเข้าใจเพื่อนมนุษย์ ความโกรธจะลดลง
กลัวอะไรที่สุดในชีวิตตอนนี้
คำถามข้อสามทำให้เห็นว่าความกลัวของแต่ละคนต่างกัน มีทั้งกลัวจน กลัวความรักผิดหวัง กลัวการเปลี่ยนแปลง และกลัวว่าสิ่งที่เลือกจะไม่เป็นอย่างที่คิด
มีคนเล่าว่าผิดหวังในความรักมาตลอด เลยหันกลับมารักตัวเองให้มากขึ้น พิธีกรตอบว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี
อีกคนเล่าว่ากลัวฉากหนึ่งในหนังสยองขวัญมาตั้งแต่เด็ก กลัวแบบฝังใจ ไม่ได้เกี่ยวกับชีวิตจริงเลย แต่ก็ยังกลัวอยู่
ถ้าไม่มีใครตัดสิน เราจะใช้ชีวิตแบบไหน
ข้อสี่เป็นคำถามกว้าง แต่คำตอบกลับตรงไปตรงมา หลายคนอยากใช้ชีวิตโดยไม่ต้องดูตัวเลขในบัญชี อยากทำอะไรก็ได้โดยไม่ต้องกังวลว่าคนอื่นจะมองยังไง
พิธีกรชวนให้คิดว่าถ้าไม่มีใครตัดสินจริงๆ เราอาจไม่ต้องเลือกทางที่ดูปลอดภัยที่สุด แต่เลือกทางที่เราอยากอยู่จริงๆ
ความผิดที่ยังค้างอยู่ ปลดล็อกได้ยังไง
ช่วงท้ายของคลิปมีคนแชร์เรื่องที่ยังรู้สึกผิดกับความรักในอดีต แม้เวลาจะผ่านมาหลายปีแล้ว พิธีกรชวนแยกให้ออกระหว่างความรักกับความรู้สึกผิด
ถ้าคิดถึงใครแล้วรู้สึกผิด นั่นไม่ใช่ความรัก แต่เป็นความทุกข์ที่เราแบกไว้คนเดียว และอีกฝ่ายอาจเดินต่อไปไกลแล้วก็ได้
สิ่งที่ทำได้ตอนนี้ไม่ใช่การทักไปขอโทษ แต่คือให้อภัยตัวเอง ยอมรับว่าเราเคยผิด แล้วเลิกเอาเรื่องนั้นมาลงโทษตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีก
บทความนี้ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือรักษาโรค หากกำลังทุกข์ใจจนคิดทำร้ายตัวเอง โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง
ทีม Alljit
บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย