อาการคลั่งผอม รู้สึกไม่พอใจในรูปร่างตัวเองตลอดเวลา เกิดจากอะไร
กินแล้วล้วงคออ้วกไม่ใช่แค่พฤติกรรมแปลกๆ แต่เป็นโรคบูริเมียที่ทำให้มองตัวเองอ้วนตลอดแม้ผอมแล้ว ความเชื่อผอมคือสวยที่สังคมป้อนเข้ามา ทำให้หลายคนต่อสู้กับภาพตัวเองไม่จบ

โรคบูริเมียคืออาการทางจิตชนิดหนึ่งที่เกิดได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย คนที่ป่วยจะอยากผอมมากจนลดน้ำหนักด้วยวิธีผิดๆ แม้ร่างกายผอมแล้วก็ยังมองตัวเองว่าอ้วน กินอะไรก็ไม่สบายใจ ต้องตั้งหน้าตั้งตาลดจนร่างกายผิดปกติตามมา
เจนและอังคณาชวนคุยเรื่องนี้ในรายการ Learn & Share เพราะมันใกล้ตัวคนที่ชอบกินแต่ก็อยากผอมไปพร้อมกัน จุดที่ต้องแยกให้ออกคือพฤติกรรมแบบนี้ถ้าทำบ่อยๆ ไม่ใช่เรื่องธรรมดาแล้ว มันมีผลเสียต่อร่างกายตามมาเยอะ
บูริเมียหรือล้วงคออ้วกคืออะไร
บูริเมียเป็นอาการทางจิตที่คนป่วยพยายามลดน้ำหนักด้วยวิธีผิด แม้ผอมแล้วก็ยังเห็นตัวเองอ้วน กินอะไรก็ไม่ได้ ต้องลดแบบหักโหมจนร่างกายผิดปกติตามไปด้วย
ยังไม่สามารถระบุสาเหตุชัดเจนว่าเกิดจากอะไรกันแน่ แต่หลักๆ เชื่อว่าเกี่ยวกับปัญหาทางจิตใจบวกกับค่านิยมที่ชอบคนรูปร่างผอม ผู้ป่วยมักเห็นภาพตัวเองไม่เป็นจริง จากที่ผอมอยู่แล้วยังเห็นว่าอ้วน
บางคนน้ำหนักตัวปกติ ทำให้สังเกตและวินิจฉัยได้ยากมาก เพราะเขาแอบล้วงคออ้วกโดยไม่ให้ใครเห็น
อนาล็อกเซียกับบูริเมียต่างกันยังไง
อนาล็อกเซียเป็นโรคที่อยู่ในกลุ่มการกินผิดปกติเหมือนกัน แต่อาการต่างกันชัดเจน คนที่เป็นอนาล็อกเซียจะไม่กล้ากินเลย ไม่แตะอาหาร คิดแล้วคิดอีกก่อนกิน
ส่วนบูริเมียคือกินเข้าไปเต็มที่แล้วรู้สึกผิดทีหลัง แล้วต้องรีบเข้าห้องน้ำไปล้วงคออ้วก บางคนทำเพราะอยากให้คนอื่นเห็นว่ากินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน
ทั้งสองอย่างมีอาการทางอารมณ์และพฤติกรรมคล้ายกัน พฤติกรรมการลดน้ำหนักมักเริ่มจากการคลั่งผอมก่อน จำกัดอาหาร อดอาหาร ออกกำลังกายหักโหม แล้วค่อยนำไปสู่การล้วงคออ้วก
อะไรทำให้เกิดโรคบูริเมีย
สาเหตุยังไม่ทราบแน่ชัด แต่พบว่าเกี่ยวข้องกับปัจจัยทางร่างกาย อารมณ์ และสังคมหลายอย่าง ความไม่มั่นใจในตัวเองน่าจะเป็นอันดับต้นๆ
ความผิดปกติทางจิตเวชอย่างภาวะซึมเศร้าก็เกี่ยวข้อง เพราะการทำงานของสารสื่อประสาทในสมองผิดปกติ หรืออาจมีการย้ำคิดย้ำทำร่วมด้วย
ประสบการณ์ในวัยเด็กก็มีส่วน เช่น ถูกพ่อแม่ห้ามทานนู่นทานนี่ หรือถูกจำกัดว่าอะไรควรกินไม่ควรกิน อาจทำให้พฤติกรรมนั้นติดมาถึงตอนโต
เหตุการณ์ที่ทำให้เครียดทางอารมณ์ก็กระตุ้นได้ เช่น การหย่าร้าง เคยลดน้ำหนักมากๆ มาก่อน หรือเคยป่วยเป็นเบาหวาน
อาการแบบไหนที่เรียกว่าเป็นโรคบูริเมีย
ถ้าแค่กินมากกว่าปกติหนึ่งหรือสองครั้งอาจยังไม่ผิดปกติ เพราะเวลาเครียดคนเราก็กินมากกว่าเดิมได้ แต่ถ้าหลายครั้งและรู้สึกขาดมันไม่ได้ ต้องเริ่มสังเกตตัวเอง
พฤติกรรมล้วงคอบังคับให้อาเจียนเพื่อไม่ให้น้ำหนักเพิ่ม อันนี้น่าจะเข้าขายเลย รวมถึงการใช้ยาขับปัสสาวะหรือยาระบายหลังจากกินอาหาร
ฉันกินอาหารปริมาณเท่ากับคน 4 คน ฉันเคยกินอาหารสุนัข กินอาหารจากกองขยะ หรือแม้แต่กินอาหารที่เสียแล้ว
เคสที่เจนไปหาจากเว็บ BBC คือผู้หญิงสเปนอายุ 32 ปี เป็นนักเขียนใช้นามปากกาว่า Sidney Bistol เธอมีชีวิตที่เพียบพร้อมทั้งเพื่อนฝูง หน้าตา หน้าที่การงาน และฐานะ แต่ข้างในกำลังต่อสู้กับโรคบูริเมีย
เธอเล่าว่าโตมากับค่านิยมที่พ่อสอนเรื่องความซื่อสัตย์และความสำคัญของการเรียนรู้ แต่พออายุ 13 ย้ายบ้านและโรงเรียนเข้าโรงเรียนเอกชนที่พ่อแม่จ่ายไหว ที่นั่นมีค่านิยมต่างออกไป ต้องมีหน้าอกใหญ่ ใส่เสื้อผ้าแบรนด์เนม สวย และผอม
เธอบอกว่ามีสองทางเลือก คือปรับตัวตามสังคมนั้นหรือตายไปเลย เธอเลือกปรับตัว ละทิ้งความเชื่อที่พ่อสอน เพื่อให้เป็นที่ยอมรับ
ทำไมผอมถึงกลายเป็นมาตรฐานความสวย
Beauty Standard ถูกสังคมสร้างผ่านสื่อมาเป็นระยะเวลานานมาก ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น โฆษณาในอดีตก็ตอกย้ำว่าหุ่นแบบนี้ถึงจะสวย ผิวแบบนี้ถึงจะดี
เมืองไทยยังมีความนิยมผอมเท่ากับสวยอยู่ เห็นได้จากยาลดความอ้วนหลายแบรนด์ที่ขายกันเยอะ เพราะคนอยากผอมแบบไม่ต้องออกกำลังกาย
อังเล่าว่าเคยตกอยู่ในค่านิยมนี้ตอนน้ำหนัก 63 กิโล และเคยลองยาลดน้ำหนักครั้งนึง จำได้ว่าอารมณ์หงุดหงิด ปากแห้ง พอหยุดก็หยุดลดไปเลย กว่าจะลดได้จริงคือกินคีโตแล้วออกกำลังกาย
เจนเองก็เคยเป็นคนที่รู้สึกว่าตัวเองไม่พอใจในรูปร่างตัวเองอยู่ตลอด บางวันรู้สึกแน่น รู้สึกอ้วน แต่ก็ไม่ถึงขั้นเดือดร้อนชีวิต
มีช่วงที่อังน้ำหนักแตะ 60 แล้วรู้สึกพอใจในตัวเอง แต่กลับกลายเป็นคนอื่นไม่พอใจแทน เธอเลยมองว่าคนเราไม่จำเป็นต้องผอมถึงจะใส่ชุดว่ายน้ำได้ ขอแค่มีความมั่นใจก็พอ
โรคบูริเมียรักษายังไง
การรักษาอาจใช้เวลาเป็นเดือนหรือเป็นปี ประมาณครึ่งหนึ่งถึงสามในสี่ของผู้ป่วยรักษาหายได้ด้วยวิธีดูแลตัวเองภายใต้คำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ
- เรียนรู้เรื่องการกินเพื่อสุขภาพและการรักษาน้ำหนักให้เหมาะ
- จดบันทึกการกินประจำวันของตัวเอง
- เข้าร่วมกลุ่มสนับสนุนเพื่อพูดคุยกับคนที่มีประสบการณ์คล้ายกัน
- บำบัดด้วยการพูดคุยเพื่อปรับความคิดและพฤติกรรม
- ฝึกความมั่นใจในตัวเองและภูมิใจในรูปร่าง
การบำบัดด้วยการพูดคุยช่วยให้ผู้ป่วยเรียนรู้วิธีคิดที่ถูกต้องเกี่ยวกับการกินเพื่อสุขภาพ ไม่ใช่กินแล้วล้วงออกมา ในต่างประเทศนิยมใช้และได้ผลดี
สร้างความมั่นใจในรูปร่างตัวเองได้ยังไง
Body Positive คือการภูมิใจในรูปร่างของตัวเอง รวมถึงให้เกียรติคนอื่นด้วย มันไม่ง่ายเพราะบางทีเรามั่นใจอยู่แล้ว แต่พอมีคนพูดอะไรนิดหน่อยก็เริ่มหวั่นไหว
ทัศนคติเชิงบวกคือการมองอีกมุมเมื่อเจอคำพูดลบๆ เพื่อให้ผ่านช่วงเวลาที่ไม่มีความสุขและคำพูดที่ทำร้ายจิตใจไปได้
เราทุกคนมีคนเดียวบนโลก เราเหมือนศิลปะที่มีชิ้นเดียว ไม่มีใครมาแทนที่ได้ เพราะเราไม่เหมือนกัน สร้างความภูมิใจในตัวเองคือสิ่งสำคัญ
บางทีเราชอบเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่นแล้วรู้สึกแย่ ลองเปลี่ยนมาเปรียบเทียบกับตัวเองเมื่อวานก็พอ
สุดท้ายคือความเสถียรทางอารมณ์ เชื่อมั่นในตัวเองให้มากขึ้น ใครพูดอะไรก็ไม่หวั่นไหว รู้ว่าสิ่งที่เขาพูดไม่ใช่เรื่องจริง และปรับตัวจากความผิดพลาดได้
การดูแลรูปร่างต้องดีทั้งภายในและภายนอก ไม่ใช่ผอมแล้วสุขภาพแย่จิตใจก็ซึม หรือไม่ได้ผอมอย่างที่ต้องการแต่มีความสุขในการกินและใช้ชีวิต ชีวิตคนเรามีเงื่อนไขต่างกัน ลองดูว่าแบบไหนสะดวกกับเราที่สุด อยากผอมก็ไม่ผิดถ้าใช้วิธีที่ถูกต้อง
อยากกินก็ไม่ผิดถ้าดูแลสุขภาพไปด้วย
ทีม Alljit
บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย