เรียนรู้ที่จะรักตัวเองในวันที่ใจและกายแตกสลาย
หมีกากบาทถูกทำร้ายจนกายยับเยิน แต่ทุกครั้งที่ถามว่าเจ็บตรงไหนที่สุด เขาจะแตะที่หัวใจ\nบทนี้ชวนให้เห็นว่าแผลของเราให้ความหมายใหม่ได้ และเรื่องร้ายที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดของเรา

หมีกากบาทถูกทำร้ายมาตั้งแต่เล็กจนร่างกายยับเยินด้วยปากแผล แต่ถ้าถามว่าเจ็บปวดตรงไหนที่สุด เขาจะแตะตรงหัวใจ ไม่ใช่ตรงแผลที่เนื้อหนัง
เรื่องนี้อยู่ในบทหนึ่งของหนังสือความปลดเปลื้องอันงดงามที่ฟิวหยิบมาคุยในรายการ A Chapter และมันตอบคำถามตรงๆ ว่าคนที่ใจและกายแตกสลายจะเริ่มรักตัวเองยังไง คำตอบในบทนี้ไม่ใช่การหายเจ็บ แต่คือการหยุดโทษตัวเอง
ทำไมหมีกากบาทถึงแตะตรงหัวใจทุกครั้ง
ทุกครั้งที่โดนทำร้าย หมีกากบาทจะซ่อนตัวในสถานที่ที่งดงามที่สุด แล้วจินตนาการถึงช่วงเวลาแสนสุข ร้องไห้ไม่กี่หยดก็แตะตรงหัวใจแล้วหยุดร้อง
เวลาถูกถามว่าตรงไหนเป็นสุขที่สุด เขาก็แตะตรงหัวใจเหมือนกัน จุดเดียวที่ทั้งเจ็บที่สุดและสุขที่สุดในตัวเขา
ถ้าคุณถามเขาว่าเจ็บปวดตรงไหนที่สุด เขาจะแตะตรงหัวใจ
ความสุขที่เหลืออยู่ท่ามกลางความทุกข์
หมีกากบาทเขียนจดหมายทุกวันส่งข่าวถึงมัมมี่บนสวรรค์ว่าสุขสบายดี เขาเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่าการเขียนแต่ความสุขจะทำให้กลิ่นดอกไม้หอมอบอวลและนกน้อยขับขาน
ยามทุกข์ทรมานใจ เขาจะเดินเข้าไปในป่าแล้วกอดต้นไม้ใหญ่ไว้แน่นๆ แล้วความทุกข์ที่เกินจะจำนอนก็ไหลลงสู่รากไม้
แม้ลำบากสักเพียงใด เขายังมั่นใจว่าโลกนี้ยังมีความสุขแท้จริงเหลืออยู่ และยังแลเห็นความสงบงามซ่อนอยู่เบื้องหลังเสมอ
เพื่อนในป่าสอนอะไรเขาบ้าง
หนูดำบอกกับหมีกากบาทอย่างจริงจังว่าอย่าจดจำสิ่งที่เศร้าโศก มิฉะนั้นมันจะติดตัวเธอไปตลอด ส่วนบอลลูนชวนให้อย่าร้องไห้ แล้วมาเต้นรำกันดีกว่า
พวกเขาตะโกนขึ้นฟ้าที่มีดวงดาวพร่างพราย ขอให้ผู้ใหญ่ที่ทำร้ายเด็กจงตายไปซะ ขอให้คนที่ทำร้ายสัตว์จงตายไปซะ ขอให้คนที่ทำร้ายตัวเองจงตายไปซะ
หมีกากบาทได้ฟังแล้วก็แตะตรงหัวใจด้วยความงวยงง เหมือนเพิ่งรู้ว่าความโกรธและความเจ็บมันอยู่ที่เดียวกัน
ทำไมเรื่องร้ายที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดของเรา
ช่วงท้ายของบท หมีกากบาทโทษตัวเองที่ถูกทำร้าย ลมกระซิบบอกว่าไม่ใช่ความผิดของเธอหรอกนะ กุหลาบผลิบานก็กระซิบแบบเดียวกัน
ต้นไม้อุ้มหมีกากบาทขึ้นมาอย่างถนุถนอม แล้วเอ่ยอย่างจริงจังว่าแม้โลกนี้จะโหดร้ายกับเธอเพียงใด ก็ไม่ใช่ความผิดของเธอ
หลังความมืดมิดยังมีแสงสว่างเสมอ
แล้วเราจะเริ่มรักตัวเองยังไง
ฟิวเล่าว่าตอนอ่านบทนี้รู้สึกเหมือนได้รับการโอบกอด และชวนคิดว่าบาดแผลของเราให้ความหมายใหม่กับมันได้ มองมันเป็นสิ่งสวยงามมากกว่าความบกพร่อง
การเปลี่ยนนิยามบางอย่างในตัวเราที่อาจถูกกำหนดขึ้นจากคนอื่น ให้กลายเป็นนิยามใหม่ของเราเอง ก็เหมือนได้เอาอำนาจในเนื้อในตัวกลับคืนมา
อีกเรื่องที่ฟิวอยากย้ำ คือเวลามีเรื่องแย่ๆ เกิดขึ้น มันเป็นเรื่องปกติที่บางครั้งเราจะโทษตัวเอง และก็เป็นเรื่องปกติเหมือนกันที่บางครั้งเราอาจรักคนที่ทำร้ายเรามาก จนยากจะยอมรับว่าเขาคือคนที่ทำให้เราเจ็บ
ลองนึกว่า ถ้าเพื่อนสนิทกำลังทุกข์ทรมานอยู่ เราจะพูดกับเขาว่าอะไร เราคงไม่ซ้ำเติมเขาใช่ไหม ลองเอาคำพูดนั้นมาใช้กับตัวเองบ้าง
แต่ละคนมีวิธีโอบกอดและหาความสงบในตัวเองต่างกัน ไม่มีสูตรตายตัวว่าต้องทำแบบไหนถึงจะเรียกว่ารักตัวเองเป็น
บทความนี้ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือรักษาโรคใด หากกำลังคิดทำร้ายตัวเองหรือรู้สึกหมดหนทาง โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง
ทีม Alljit
บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย