Alljit Blog
Recharge

10 วิธีเอาชนะผัดวันประกันพรุ่ง ทำวันนี้ไม่ต้องรอพรุ่งนี้

เลือกเป้าหมายให้เหลือหนึ่งอย่าง เริ่มทำทันที และใช้ห้านาทีแรกให้เป็นประโยชน์ ถ้าไม่ลงมือทำวันนี้ ก็จะไม่ได้เห็นความสำเร็จที่รออยู่

10 วิธีเอาชนะผัดวันประกันพรุ่ง - สวัสดีวันใหม่ EP. 4

ผัดวันประกันพรุ่งไม่ใช่เรื่องของคนขี้เกียจ หลายครั้งมันเกิดจากเราตั้งเป้าไว้เยอะเกินไปจนไม่รู้จะเริ่มตรงไหน เป้าหมายที่วางไว้พรุ่งนี้จึงถูกเลื่อนไปเรื่อยๆ

คลิปนี้ชวนคุยเรื่องนี้แบบตรงๆ พร้อม 10 วิธีที่ลองทำตามได้ทีละข้อ ตั้งแต่การเลือกเป้าหมายให้เหลือหนึ่งอย่าง ไปจนถึงการให้รางวัลตัวเองเมื่อทำสำเร็จ

ทำไมเราถึงผัดวันประกันพรุ่ง

พิธีกรเล่าว่าเรื่องที่ตัวเองผัดบ่อยที่สุดคือ พรุ่งนี้ค่อยลดน้ำหนักละกัน พรุ่งนี้ค่อยคุมอาหารละกัน พรุ่งนี้ค่อยออกกำลังกายละกัน

คำว่า พรุ่งนี้ ของหลายคนจึงไม่ได้หมายถึงวันถัดไปจริงๆ แต่หมายถึงวันที่เรายังไม่พร้อมจะเริ่มต่างหาก

สาเหตุหนึ่งที่ถูกพูดถึงในคลิปคือ เรามักมีเป้าหมายที่จะทำมากจนเกินไป พอทุกอย่างรวมกันในหัว มันเลยกลายเป็นกำแพงที่ทำให้ไม่กล้าเริ่มสักอย่าง

เริ่มจากเลือกเป้าหมายแค่อย่างเดียวได้ไหม

วิธีแรกคือเลือกเป้าหมายของคุณ บางครั้งการผัดวันประกันพรุ่งเกิดจากเรามีเป้าหมายจะทำมากจนเกินไป ลองเลือกมาสักหนึ่งเป้าหมายแล้วทำมันให้สำเร็จ

พอจำกัดขอบเขตของงานได้แล้ว วิธีที่สองคือเริ่มทำเลย ไม่ต้องรอจังหวะดี ไม่ต้องรอให้พร้อม เพราะถ้าไม่เริ่มตอนนี้ สิ่งที่ตามมาก็คือการผัดไปพรุ่งนี้อยู่ดี

ห้านาทีมหัศจรรย์คืออะไร

วิธีที่สามที่พิธีกรบอกว่าอาจเป็นเทคนิคที่ดีที่สุดในการเอาชนะการผัดวันประกันพรุ่ง คือการถามตัวเองว่าภายในห้านาทีนี้ ฉันสามารถทำอะไรให้สำเร็จได้บ้าง

อีกด้านหนึ่ง ถ้าเราลงมือทำสิ่งไหนแล้วยังทำไม่สำเร็จ ความคิดนั้นจะวนเวียนอยู่ในหัว นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมบางเรื่องถึงติดอยู่ในความคิดซ้ำไปซ้ำมา เพราะเรายังไม่ได้ทำให้มันจบ

ถ้าไม่ลงมือทำวันนี้ เราก็จะไม่เห็นความสำเร็จ

จัดเวลายังไงให้สมองไม่ล้า

วิธีที่สี่คือกำจัดสิ่งรอบข้างออกไป แล้วใช้เวลา 1 ชั่วโมงแบ่งเป็นช่วง 20 นาที ทำงานนั้นกับพักสั้นๆ สลับกันไป เพื่อให้สมองได้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

พิธีกรเปรียบเทียบว่าสมองที่ทำงานเต็มที่เหมือนการเดินขึ้นยอดเขาหรือเดินลงเขา เราจึงควรสร้างสมดุลระหว่างการจดจ่อกับการพักผ่อน

ให้อภัยตัวเองแล้วมันช่วยได้จริงหรือ

วิธีที่ห้าคือฝึกให้อภัยตัวเอง ยิ่งเราอภัยให้อดีตที่เคยผัดวันประกันพรุ่งได้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีแนวโน้มจะเอาชนะมันในวันนี้ได้มากขึ้นเท่านั้น

ส่วนวิธีที่หกคือเลือกฟังเพลงที่ทำให้รู้สึกมีแรงสู้กับงานนั้น พิธีกรบอกว่าสมองชอบตัวกระตุ้นในการสร้างนิสัยใหม่ๆ ให้เราลงมือทำสิ่งใหม่ๆ

ทำไมเราถึงไม่อยากทำงานนี้

วิธีที่เจ็ดชวนถามตัวเองตรงๆ ว่าทำไมเราถึงไม่อยากทำงานนี้ ทำไมถึงผัดอยู่เรื่อย ทำไมถึงหลีกเลี่ยงงานนั้น

ลองให้คำตอบกับตัวเองก่อน หลังจากนั้นเราจะทำลายกำแพงนั้นได้ง่ายขึ้น

วิธีที่แปดคือปล่อยมันไป คนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับหลายสิ่งมากเกินไป สิ่งที่หยุดการผัดวันประกันพรุ่งได้คือเลือกทำสิ่งหนึ่ง ไม่ทำอีกสิ่งหนึ่ง และเรียงลำดับความสำคัญ มองข้ามเรื่องเล็กๆ ไปก่อน แล้วโฟกัสกับสิ่งที่ต้องการมากที่สุด

เดิมพันกับตัวเองแล้วได้อะไร

วิธีที่เก้าคือเดิมพันกับตัวเอง มันทำให้รู้สึกท้าทาย ตื่นเต้น และเหมือนมีเพื่อนอยู่ข้างกาย พิธีกรยกตัวอย่างว่าอาจเดิมพันกับตัวเองเป็นเวลา 1 เดือน

วิธีที่สิบคือให้รางวัลตัวเอง สมองชอบความรู้สึกตื่นเต้น ท้าทาย และมีสิ่งที่อยากได้อยู่ข้างหน้า

ตัวอย่างในคลิปคือ ถ้าออกกำลังกาย 30 นาที ก็ให้รางวัลตัวเองด้วยการกินผัก เพราะถ้าให้รางวัลเป็นขนมอาจไม่เห็นผล หรือถ้าทำวิจัยเสร็จใน 1 สัปดาห์ ก็พาตัวเองไปเที่ยว

ทั้งหมดนี้ไม่ใช่สูตรตายตัว แต่เป็นวิธีที่ชวนให้ลองหยิบไปปรับใช้ทีละข้อ อย่างน้อยที่สุดคือเริ่มจากเรื่องเดียวที่เราอยากทำให้จบ

บทความนี้เรียบเรียงจากเนื้อหาในคลิป ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือคำแนะนำทางการแพทย์ หากรู้สึกว่าความเครียดหรือภาวะที่กำลังเจอส่งผลต่อชีวิตประจำวัน ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง

ทีม Alljit

บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย

นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา