Alljit Blog
จิตวิทยาการทำงาน

AI แย่งงานจริงไหม ทำไมคนทำคอนเทนต์เริ่มกังวล

AI เข้ามาแทนคนทำงานจริงหรือแค่บางส่วน ฟังมุมมองจากคนทำคอนเทนต์ที่ต้องปรับตัวอยู่ทุกวัน

AI แย่งงานจริงเหรอ?!

AI ไม่ได้แย่งงานคนทั้งหมด แต่กำลังเปลี่ยนว่าอะไรคือส่วนที่คนยังต้องทำเอง หลายอาชีพเริ่มเห็นชัดว่างานบางส่วนถูกแทนได้ ขณะที่บางอย่างยังต้องพึ่งมนุษย์

ในรายการ Take and Sign ตอน "AI แย่งงานจริงเหรอ" ไมค์และแบมชวนคุยเรื่องนี้ผ่านตัวอย่างจริง ทั้งหลงตาบุญจริงที่ถูกเจนด้วย AI จนมียอดติดตาม 151,000 คนในเวลาสั้น ๆ และการไลฟ์ขายของช่วงเที่ยงคืนที่คนดูอาจไม่รู้ว่าฝั่งตรงข้ามไม่ใช่คน

AI เข้ามาแทนงานคอนเทนต์จริงไหม

ทั้งสองมองว่าแทนได้บางส่วน แต่ไม่ทั้งหมด เพราะ AI ทำงานเร็วและไม่เหนื่อย ในขณะที่คนมีข้อจำกัดเรื่องเวลาและค่าใช้จ่าย

การจ้างคนทำงานถึงตีหนึ่งต้องจ่ายเพิ่ม และบางคนก็ไม่อยากทำ ทำให้งานบางส่วนถูกโยกไปให้ AI แทน

AI มันไม่เหนื่อย

แต่เมื่อพูดถึงงานที่ต้องใช้ความรู้สึกลึก ๆ การเชื่อมโยงกับผู้ชมในระยะยาว ยังเป็นจุดที่คนได้เปรียบ

หลงตาบุญจริงคืออะไร ทำไมคนแชร์เยอะ

หลงตาบุญจริงเป็น AI ที่สร้างจาก V.O. ของ Google ปล่อยคลิปคำสอนเกี่ยวกับจิตใจโดยอ้างอิงพุทธศาสนา

เปิดตัวได้ 3 วัน ปล่อยคลิปไป 16 คลิป มียอดติดตาม 151,000 คน สะท้อนว่าคนเสพคอนเทนต์แบบนี้ได้ง่ายและเร็ว

แม้เนื้อหาจะดูเหมือนคำสอนทางพุทธ แต่ผู้ดำเนินรายการตั้งข้อสังเกตว่าอาจไม่ใช่แก่นพุทธศาสนาเต็มตัว และอาจทำให้ข้อมูลบิดเบือนได้

อาชีพไหนที่ AI แทนได้

เจมีนาย ซึ่งเป็น AI ในรายการประเมินว่าอาชีพที่ทำงานซ้ำ ๆ กับข้อมูลจำนวนมากเสี่ยงถูกแทนที่สูง เช่น พนักงานป้อนข้อมูล เจ้าหน้าที่บัญชี และนักวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น

ส่วนอาชีพที่ AI ยังทำได้ไม่ดีเท่าคนคือ นักจิตบำบัด นักสังคมสงเคราะห์ และงานที่ต้องใช้ทักษะด้านมนุษย์

แบมไปค้นข้อมูลจากเว็บไซต์ Manpower แล้วพบว่า Content Creator ยังไม่อยู่ในลิสต์เสี่ยงถูกแทนที่ แต่ Call Center พนักงานบัญชี พนักงานต้อนรับ นักพิสูจน์อักษร และพนักงานขายของในห้างมีความเสี่ยงสูงกว่า

การใช้ AI มากเกินไปมีข้อเสียอะไร

AI ถูกใช้สร้างสรรค์งานก็จริง แต่ก็ถูกใช้บิดเบือนข้อมูลและสร้างความเสียหายให้คนที่ถูกตัดต่อได้

เมื่อ AI ดึงข้อมูลจากหลายแหล่งมาประกอบกัน ความคลาดเคลื่อนจึงเกิดขึ้นได้ และถ้าผู้ใช้ขาดวิจารณญาณก็อาจโดนหลอกได้ง่าย

ประเด็นด้านจริยธรรมก็สำคัญ เพราะ AI นำผลงานศิลปินหลายคนมาผสมกัน โดยเจ้าของผลงานอาจไม่ได้ยินยอม

หนังสือที่ AI เขียนขายบน Amazon เกิดอะไรขึ้น

ปี 2022 มีหนังสือเด็กชื่อ Alice and Sparkle ใช้เวลาเขียนแค่ 72 ชั่วโมงโดย AI และวางขายบน Amazon

เกิดกระแสวิจารณ์ว่าควรแยกหนังสือที่ AI เขียนออกจากหนังสือที่นักเขียนมนุษย์เขียน เพราะผู้อ่านบางคนอยากได้ผลงานจากนักเขียนที่ชื่นชอบจริง ๆ

นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องเครดิต เพราะไม่รู้ว่าผลงานมาจากศิลปินคนไหนบ้าง

แพลตฟอร์มมีมาตรการกับ AI อย่างไร

TikTok เริ่มมีกฎติดป้ายกำกับ AI ที่ใช้ไลฟ์ขายของหรือให้ข้อมูลบิดเบือนมากขึ้น

ผู้ดำเนินรายการมองว่านี่เป็นสัญญาณดีที่แพลตฟอร์มคุ้มครองผู้บริโภค และอาจทำให้คอนเทนต์บางประเภทลดลง

คนทำคอนเทนต์ควรปรับตัวยังไง

ทั้งคู่เห็นตรงกันว่าใช้ AI ควบคู่ไปกับงานคนเป็นวิธีที่สมเหตุสมผล เช่นช่วยต่อยอดไอเดีย ไม่ใช่ให้แทนทั้งหมด

แทนไม่ได้ทั้งหมด

คนทำคอนเทนต์ยังต้องใส่ใจและจริงจังกับผลงานมากขึ้น เพราะคอนเทนต์ที่ตามกระแสจะหายไปเมื่อกระแสจบ แต่ชุมชนที่สร้างจากความจริงใจอยู่ได้ยาวกว่า

สุดท้ายคือการหาจุดสมดุล เรียนรู้ที่จะใช้ AI ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และเติบโตไปพร้อมกัน

บทความนี้ไม่ใช่การวินิจฉัยทางการแพทย์ หากมีภาวะเครียดหรือวิตกกังวลสามารถโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง

ทีม Alljit

บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย

นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา