Alljit Blog
พูดคุย

Common Sense คืออะไร ทำไมคนขาดถึงอยู่ยากในที่ทำงาน

Common Sense ไม่ใช่ความฉลาด แต่เป็นสิ่งที่สังคมหล่อหลอมให้เรารู้ว่าเวลาไหนควรทำอะไร คนที่ขาดมันมักไม่รู้ตัว และคนรอบข้างก็เหนื่อย

ความสำคัญของ Common Sense

คำว่า Common Sense หรือสามัญสำนึก เป็นคำที่กว้างและตีความได้หลายแบบมาก พอถามว่าเคยเจอคนขาด Common Sense แบบแปลกที่สุดไหม ทีมกลับนึกไม่ออกทันที เพราะแต่ละคนก็มีเส้นของตัวเองว่าอะไรควรหรือไม่ควร

ปัญหาคือหลายครั้งเราไม่ได้นึกถึงคำนี้ตอนเจอสถานการณ์ แต่มันผุดขึ้นมาในหัวตอนที่รู้สึกว่า เฮ้ย มีอย่างนี้จริงด้วยเหรอ นั่นทำให้ Common Sense เป็นคำที่ความหมายไม่ตายตัว

Common Sense กับมารยาทต่างกันยังไง

ในคลิปมีคนตั้งข้อสังเกตว่า Common Sense กับมารยาทนั้นคล้ายกันจนแยกยาก บางคนถึงขั้นเอาไปปนกัน แต่เส้นแบ่งมันบางมาก

ยกตัวอย่างคลิปสั้นใน TikTok ที่พูดถึงคนในออฟฟิศตำหนิกันเรื่องคำติดปาก อย่างคำว่า แบบ ซึ่งพูดเยอะเกินไปในการนำเสนอที่เป็นทางการ ตอนแรกก็รู้สึกว่าทุกคนก็มีกันทั้งนั้น

แต่พอฟังเหตุผลจบ ก็เห็นว่าถ้างานเป็นการพูดต่อหน้าคนจริง ๆ มันควรระวังเรื่องคำพูดมากกว่านั้น และคอมเมนต์ส่วนใหญ่ก็เห็นไปทางเดียวกัน

มันกึ่ง ๆ มารยาทเหมือนกันเนอะ

การนำเสนอหน้าห้องถือเป็น Common Sense ไหม

มีกรณีในเอกที่คนไปนำเสนอหน้าห้องแบบตะกุกตะกัก แล้วมีคนตั้งคำถามว่าทำไมไม่เตรียมตัวมาก่อน

สองฝั่งเถียงกัน ฝั่งหนึ่งบอกว่าเขาอาจตื่นเต้นจริง อีกฝั่งบอกว่าการนำเสนอต้องพูดให้ฉะฉะนั้นเป็นพื้นฐานที่ควรรู้

แต่ถ้ามองบริบทว่าเป็นงานระดับมหาลัย ยังไม่เป็นทางการมาก ก็พอเข้าใจได้ว่ามันไม่ใช่เรื่องตายตัว

Common Sense มาจากประสบการณ์หรือติดตัวมาตั้งแต่เด็ก

คำตอบในวงเห็นตรงกันว่ามันคือการเรียนรู้จากสังคมรอบข้าง ต้องเข้าสังคมก่อนถึงจะมีสามัญสำนึก พ่อแม่ไม่ได้สอนตรง ๆ แต่เราซึมซับมาจากนิสัยของท่านด้วย

มีคนแย้งว่าเป็นเรื่องของนิสัยส่วนตัวได้เหมือนกัน เพราะบางคนก็ไม่มีเลยสักนิด

คนที่ขาดมันจะดูขวางโลก แต่บางทีเขาไม่ได้ตั้งใจทำอะไรเรา อย่างยืนบังตอนจะหยิบของ แล้วไม่หลบให้ทั้งที่เห็น

สังคมยุคนี้ทำให้ Common Sense ต่างกันได้ขนาดไหน

มีมุมหนึ่งที่บอกว่าสมัยก่อนสังคมมีกระแสหลักเดียว สิ่งนี้ถูกสิ่งนี้ผิด ทุกคนเข้าใจตรงกัน แต่ตอนนี้ไม่มีสูตรเดียวอีกแล้ว

พอแต่ละกลุ่มมีมาตรฐานของตัวเอง Common Sense เล็ก ๆ ของคนหนึ่งอาจเป็นเรื่องไม่จำเป็นสำหรับอีกคน จึงกลายเป็นเรื่องที่เถียงกันได้

ทำงานกับคนขาด Common Sense เหนื่อยจริงไหม

มีคอมเมนต์บอกว่าทำงานกับคนแบบนี้เหนื่อยมาก เพราะต้องอธิบายทุกอย่าง หรือไม่ก็อ่านบรรยากาศไม่ออก

อีกคอมเมนต์แชร์ว่าได้ผู้จัดการที่ทำให้ทุกคนเหนื่อย มีแต่ตัวเขาที่สบาย

ในคลิปยังมีคนเล่าเรื่องงานใหม่ที่ได้ แต่พอทำจริงจิตใจแย่ลง ทำงานเหมือน 24 ชั่วโมง จนต้องเลือกยื่นลาออก

อย่าไปทนคนไม่ใช่หุ่นยนต์

เช็กลิสต์ 20 ข้อที่ทุกคนควรรู้ ข้อไหนเถียงได้

ในคลิปมีการอ่านเช็กลิสต์ Common Sense 20 ข้อที่แชร์กันใน TikTok แล้วชวนกันวิจารณ์ทีละข้อ

  • ข้อหนึ่ง เวลากินข้าวเป็นกลุ่ม คนที่นั่งใกล้ถังน้ำแข็งควรเป็นคนแจกน้ำให้คนอื่น ซึ่งบางคนทำ แต่ก็ไม่ควรตัดสินคนที่ไม่ทำ ต้องดูว่าเขาลืมหรือไม่รู้จริง
  • ข้อสอง เรื่องแซวกันเกินสองครั้ง ขึ้นกับความสนิท ถ้าเป็นเพื่อนหรือคนในครอบครัวที่แซวเล่นได้ก็โอเค แต่ต้องรู้ว่าเมื่อไหร่ควรหยุด
  • ข้อสาม ถ้ามีคนเดินตามตอนเข้าประตู ควรค้างประตูไว้ให้ แม้บางครั้งเขาอาจไม่เห็นเพราะคุยโทรศัพท์อยู่
  • ข้อสี่ เข้าลิฟต์คนแรกให้ยืนตรงปุ่มกดแล้วกดชั้นให้คนอื่น อันนี้หลายคนบอกว่าไม่ค่อยทำ แต่ถ้าคนเยอะและเข้ามาพร้อมกันก็กดให้ได้
  • ข้อห้า เวลาไปไหนเป็นกลุ่ม อย่าเดินเรียงหน้ากระดานจนคนอื่นแซงไม่ได้ บางคนไม่รู้ตัวจริง ๆ แต่ถ้าเห็นก็ควรหลบให้

มีอีกมุมที่บอกว่าเช็กลิสต์แบบนี้บางข้อก็คือ Empathy ไม่ได้แปลว่าคนที่ไม่ทำเป็นคนแย่ เขาอาจลืม มีเหตุผลต่างกัน หรือแค่ไม่เก็ตจริง ๆ

คนที่ไม่มั่นใจในตัวเองจะรู้สึกว่าอีกฝ่ายตัดสินไหม

มีคอมเมนต์หนึ่งบอกว่าบางอย่างที่เรามองว่าเป็น Common Sense ที่ไม่ดี อีกคนอาจมีเหตุผลให้มองว่ามันเป็นเรื่องปกติก็ได้ เพราะพื้นฐานแต่ละคนไม่เหมือนกัน

ในคลิปยังพูดถึงคนที่แชร์ว่าเป็นไบโพลาร์รักษามา 30 ปี และรู้สึกท้อ ทางทีมตอบว่าถ้าอยู่ในการดูแลของแพทย์แล้ว น่าจะได้เล่าให้คุณหมอฟังตรง ๆ

คุณหมอเป็นเจ้าของไข้และน่าจะมีประสบการณ์กับเคสแบบนี้มากกว่าที่เราคิด

ความทรงจำของคนที่เพิ่งเลิกกัน 5 ปี จัดการยังไง

มีคนถามว่าคบกันมา 5 ปี เลิกได้ 1 เดือน แล้วความทรงจำวิ่งเข้ามาในหัวตลอด ควรทำยังไง

คำตอบในคลิปบอกว่า 1 เดือนถือว่าสั้นมาก และเป็นเรื่องปกติของคนที่เพิ่งแยกกัน ความทรงจำเรามีเยอะอยู่แล้ว

สุดท้ายทุกอย่างจะถูกเลือนด้วยเวลา เหมือนที่เราจำความทรงจำแรก ๆ ตอนประถมไม่ได้แล้ว จึงไม่ต้องโฟกัสว่าต้องลืมมันให้ได้

ปล่อยให้มันผ่านไป เพราะมันไม่ได้อยู่กับเรา 24 ชั่วโมงตลอด

มันเข้ามาแล้วก็ปล่อยมันผ่านไป

บทความนี้ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษา ใครที่รู้สึกหนักหรือคิดทำร้ายตัวเอง โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง

ทีม Alljit

บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย

นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา