Mere-exposure effect คืออะไร ทำไมเราชอบของเดิมๆ ไม่ยอมเปลี่ยนใจ
เคยสงสัยไหมว่าทำไมเราถึงชอบเพลงที่ได้ยินบ่อยๆ หรือกินร้านเดิมซ้ำๆ ทั้งที่ไม่ได้อยากลองตั้งแต่แรก นี่คือ mere-exposure effect ที่อธิบายว่าความคุ้นเคยทำให้เราชอบสิ่งนั้นโดยไม่รู้ตัว

เคยไหมที่ได้ยินเพลงหนึ่งจากห้างหรือตลาดซ้ำๆ แล้วจู่ๆ ก็ร้องตามได้ทั้งที่ตอนแรกไม่ได้ชอบ หรือกินร้านเดิมจนคนรอบตัวถามว่าไม่เบื่อหรือ นั่นแหละคือ mere-exposure effect กลไกจิตใจที่ทำให้เราชอบสิ่งที่คุ้นเคยโดยไม่ต้องเข้าใจมันลึกซึ้ง
พูดง่ายๆ คือเมื่อเราเห็น ได้ยิน หรือพบเจออะไรบ่อยๆ เรามีแนวโน้มจะยอมรับสิ่งนั้นง่ายขึ้น หรือบางทีก็ไม่ชอบไปเลยก็ได้ แต่ที่พบบ่อยคือเริ่มมีใจให้โดยไม่รู้ตัว
Mere-exposure effect เกิดขึ้นได้ยังไง
ย้อนไปปี 1960 โรเบิร์ต นักจิตวิทยาสังคมชาวอเมริกันเชื้อสายโปแลนด์จาก University of Michigan ทดลองฉายตัวอักษรญี่ปุ่นฮิรางานะให้คนที่ไม่รู้ภาษาญี่ปุ่นดู โดยแต่ละตัวปรากฏแค่เสี้ยววินาที
ผลคือคนเหล่านั้นเลือกตัวอักษรที่เคยเห็น แม้จะเพียงแวบเดียว เพราะความคุ้นเคยในสายตาทำให้รู้สึกชอบโดยไม่ต้องเข้าใจความหมาย
มีการทดลองอีกชิ้นที่ให้คนแปลกหน้าขอความช่วยเหลือ คนที่เคยเดินผ่านกันมาก่อนมีคนยอมช่วยถึง 50% แต่ถ้าเป็นคนแปลกหน้าที่ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนมีเพียง 20% เท่านั้น
แค่เหมือนแบบคุ้นๆ อะ ครับคล้าย ครับขา ก็เริ่มมีใจให้แล้วอะค่ะ
แล้วมันโผล่มาในชีวิตประจำวันตรงไหนบ้าง
เรื่องแรกคือโฆษณา การเห็นสินค้าซ้ำๆ ผ่านตาบ่อยๆ ทำให้เราอยากซื้อแม้ตอนแรกจะไม่ได้อยากได้ ยิ่งถ้าเป็นของที่ชอบอยู่แล้ว ยิ่งตกง่าย
เรื่องที่สองคือเพลง หลายคนมีประสบการณ์ได้ยินเพลงตามตลาด ห้าง หรือร้านขายเครื่องเสียง แล้วเผลอร้องตามทั้งที่ไม่ใช่แนวที่ฟังประจำ
เรื่องที่สามคือความรัก การใช้เวลากับใครสักคนบ่อยๆ ทำให้เราสนิทใจและอาจหลงรักเพื่อนสนิทหรือเพื่อนร่วมงานได้โดยไม่รู้ตัว
เรื่องที่สี่คือสินค้า เราซื้อของเดิมซ้ำๆ เพราะความคุ้นเคยให้ความรู้สึกปลอดภัย แม้บางทีมันอาจไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดก็ตาม
เคยสงสัยไหมทำไมไม่ชอบรูปตัวเองในกระจก
เพราะเราเห็นตัวเองในกระจกทุกวัน แต่คนอื่นเห็นเราจากด้านตรงข้าม เมื่อเราถ่ายรูปจึงเห็นภาพที่ไม่คุ้นเคย จึงรู้สึกไม่ชอบ
เสียงตัวเองก็เหมือนกัน เราไม่ค่อยได้ยินเสียงตัวเองตามจริง พออัดเสียงแล้วรู้สึกแปลกๆ ทั้งที่คนอื่นคุ้นเคยกับเสียงนั้นแล้ว
mere-exposure effect มีข้อเสียยังไง
ข้อเสียคือมันทำให้เราติดอยู่ใน comfort zone กลัวการเปลี่ยนแปลง และอาจพลาดโอกาสดีๆ ที่ไม่เคยลอง
แต่ข้อดีคือมันสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางใจ ทำให้เรารู้สึกสบายใจกับสิ่งที่คุ้นเคย
ถ้าอยากลองอะไรใหม่บ้าง เริ่มยังไง
เริ่มจากถามตัวเองว่าตอนนี้เราติดกับอะไรเดิมๆ อยู่ไหม แล้วใจจริงอยากลองสิ่งใหม่หรือเปล่า
- ลองร้านข้าวใหม่แทนร้านเดิม
- เปิดเพลงใหม่หรือศิลปินใหม่ที่ยังไม่เคยฟัง
- เปลี่ยนเมนูอาหารที่สั่งประจำ
- หากิจกรรมใหม่นอกเหนือจากรูทีน
ไม่ต้องเปลี่ยนทั้งหมดทีเดียว แค่ขยับออกจากความคุ้นเคยบ้างก็เปิดโลกได้แล้ว
สุดท้ายแล้ว mere-exposure effect ไม่ได้แย่เสมอไป อยู่ที่ว่าเราใช้มันอย่างไร ถ้ารู้เท่าทันก็เลือกได้ว่าจะปล่อยให้ความคุ้นเคยพาไป หรือจะลองเปิดใจรับสิ่งใหม่
บทความนี้ไม่ใช่การวินิจฉัยทางการแพทย์ หากคุณรู้สึกว่าความคิดหรือความทุกข์ใจรบกวนชีวิตประจำวัน สามารถโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง
ทีม Alljit
บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย