Alljit Blog
ออลล์จิต

ทำไมเราถึงสะสมของ 5 แบบนักสะสมสะท้อนตัวตนอะไร

การสะสมไม่ได้เกิดจากความอยากได้ของเพียงอย่างเดียว แต่มันคือวิธีที่สมองใช้ควบคุมชีวิตในวันที่ทุกอย่างไม่แน่นอน ของที่เราสะสมยังสะท้อนว่าตอนนี้เราให้ค่ากับอะไร

ทำไมเราถึงสะสม - จิตวิทยาการสะสม

เกือบครึ่งของประชากรทั่วโลกมีการสะสมของ นักจิตวิทยาค้นพบเรื่องนี้ และมันไม่ใช่แค่ความชอบส่วนตัว แต่เป็นวิธีที่สมองของเราพยายามควบคุมชีวิตตัวเอง

คำถามคือทำไมเราถึงต้องซื้อของที่ไม่ได้จำเป็นกับชีวิต แล้วทำไมพอเป็นเซ็ตเราถึงอยากซื้อให้ครบ ของที่เราสะสมอยู่มันกำลังบอกอะไรเกี่ยวกับตัวเรา

ทำไมเราถึงอยากสะสมของ

คำตอบสั้นๆ คือการสะสมมักมาจากความต้องการควบคุม มันเป็นความต้องการทางจิตใจที่เราจะรู้สึกว่ายังควบคุมสภาพแวดล้อมและชีวิตของตัวเองได้อยู่

นักจิตวิทยาพบว่าพฤติกรรมการสะสมเพิ่มขึ้นในช่วงที่สังคมปั่นป่วน เช่นช่วงโควิด-19 เพราะตอนที่เราไม่มั่นคง เราอยากรู้สึกว่ายังมีอะไรที่เราจัดการได้

การซื้อของให้ความรู้สึกว่าเราทำอะไรบางอย่างสำเร็จ ฉันซื้อสิ่งนี้ได้เพราะฉันมีเงิน และฉันจะวางมันตรงไหนก็ได้ นั่นคือความรู้สึกว่าชีวิตยังเป็นของเรา

มันให้เซนส์ว่าในชีวิตเราเรายังมีอะไรบางอย่างที่เรายังควบคุมได้อยู่

นักสะสมมีกี่แบบ

ถ้าทุกคนสะสมเหมือนกันหมด คำอธิบายเดียวคงพอ แต่ความจริงคือแต่ละคนสะสมต่างกัน เพราะเราให้คุณค่ากับการสะสมไม่เหมือนกัน

นักสะสมแบ่งได้ 5 แบบ ลองฟังแล้วดูว่าอันไหนตรงกับเราที่สุด

  • The Investor มองการสะสมเป็นการลงทุน เชื่อว่าของจะมูลค่าสูงขึ้นในอนาคต มองความครบเซ็ตและความพิเศษ เช่น ของที่เคยเป็นของดารา
  • The Sentimentalist ใช้อารมณ์นำ มองเรื่องราวที่มากับของหรือการเป็นตัวแทนของอะไรบางอย่าง เช่น เสื้อที่ซื้อเพราะไปลอนดอนมา
  • แบบที่มองคุณค่าและความหมายของสิ่งนั้นมากกว่าตัวของ
  • แบบที่สะสมเพื่อค้นหาว่าตัวเองเป็นใคร
  • แบบที่สะสมเหมือนเป็นผู้ดูแลคอลเลกชัน

หนึ่งคนเป็นได้หลายแบบไหม

ได้ ฟิวเล่าว่าสำหรับอาร์ตทอย เขามองเรื่องราวและตัวละครที่ทัชใจ น่าจะเป็นสายอ่อนไหว แต่กับหนังสือที่ซื้อเหมือนกัน ถ้าอ่านแล้วไม่ตรงจริตก็ขายต่อทันที

เขามีคอนเซ็ปต์ว่าชั้นหนังสือในบ้านต้องมีแต่หนังสือที่อ่านแล้วชอบจริงๆ เท่านั้น คนหนึ่งคนจึงเป็นหลายแบบได้ ไม่ต้องโฟกัสที่แบบเดียว

ของที่สะสมสะท้อนตัวตนเราตรงไหน

สิ่งที่เราสะสมสะท้อนสิ่งที่เราให้คุณค่าและสิ่งที่เรารัก มันสะท้อนตัวตนของเรา ของบางอย่างบอกว่าเราสนใจเรื่องอะไร

คนที่สะสมของที่ระลึกจากที่เที่ยว อาจสะท้อนว่าเขาให้ความสำคัญกับประสบการณ์ชีวิตมากกว่า คนที่สะสมเหรียญหรือถ้วยรางวัลจากการวิ่ง อาจบอกว่า ตอนนี้เขากำลังโฟกัสเรื่องอะไรอยู่

ฟิวเล่าว่าตัวเองขี้อาย พูดเสียงเบา และขี้กลัวเวลาต้องเจอคนเยอะ ตอนมหาลัยเพื่อนต้องขอให้พูดอีกรอบเพราะไม่ได้ยิน

อาร์ตทอยบางตัวที่เขาซื้อจึงสะท้อนความเชื่อบางอย่างที่ตรงกับตัวเขา หรือบางทีอาจสะท้อนสิ่งที่เขาอยากเป็น แต่ยังไม่กล้าเป็น

บางทีมันอาจจะมีทางออกอยู่แล้วแต่เราแค่เลือกที่จะไม่ก้าวไปไหน

ทำไมของเล่นถึงชวนคิดเรื่องวัยเด็ก

มีคอลเลกชันหนึ่งที่เอาสิ่งที่เรากลัวตอนเด็กมาทำเป็นเพื่อนคู่หู เช่นผีที่กลัวตอนเด็กถูกทำให้น่ารัก แล้วกลายเป็นเพื่อนที่พกไปไหนมาไหนด้วย

แนวคิดนี้เชื่อมกับ Exposure Therapy วิธีบำบัดที่ค่อยๆ เผชิญสิ่งที่กลัวทีละขั้น จากดูวิดีโอ ไปจนถึงอยู่ใกล้มันจริงๆ เพื่อให้เราคุ้นชินและรู้ว่ามันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด

อีกตัวที่ฟิวชอบคือฮีโร่ในคอลเลกชัน V-Shape ชื่อ Paradise Lost เขานึกถึงประโยคที่ว่า เมื่อเด็กตาย ศพของเขาจะถูกเรียกว่าผู้ใหญ่

มันคือการสูญเสียบางอย่างที่วัยเด็กมี ทั้งการมองโลกในแง่ดีและความเชื่อว่าโลกปลอดภัย พอโตขึ้นสิ่งนั้นหายไป แต่ความเป็นเด็กในตัวเรายังอยู่ แค่ถูกกดไว้ข้างใน

การเรียนรู้ที่จะอยู่กับความเป็นเด็กในตัวเอง และยังมองเห็นมันอยู่ คือสิ่งที่ฟิวอยากฝากไว้

แล้วเราจะรู้เรื่องนี้ไปทำไม

ของที่เราสะสมและสิ่งที่จัดเรียงอยู่ในบ้าน บอกว่า ตอนนี้เรากำลังให้ความสำคัญกับอะไร ทั้งประสบการณ์ชีวิต เป้าหมาย คุณค่า หรือแพชชันของเรา

ลองมองรอบตัวดูว่ามีอะไรที่เราสะสมอยู่ มันอาจเป็นประตูให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้น โดยที่เราไม่ต้องซื้ออะไรเพิ่มเลย

ทีม Alljit

บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย

นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา