Alljit Blog
ออลล์จิต

ยิ่งห้ามยิ่งยู้ ทำไมคนเรายิ่งถูกห้ามยิ่งอยากทำ

ทำไมยิ่งถูกห้ามยิ่งอยากทำ ทั้งที่รู้ว่าคำห้ามนั้นมาจากความหวังดี คำตอบอยู่ในสมองส่วนที่ถูกกระตุ้นเมื่อเรารู้สึกว่าถูกควบคุม

ยิ่งห้ามกลับยิ่งยุ

ใครหลายคนคงเคยเจอความรู้สึกนี้ เวลามีคนมาห้ามอะไร เรากลับยิ่งอยากทำสิ่งนั้นมากขึ้น ทั้งที่บางเรื่องเราก็ไม่ได้อยากทำขนาดนั้นก่อนถูกห้าม

พี่มายกับแบมชวนคุยเรื่องนี้ในรายการ เพราะทั้งคู่เองก็เคยเป็น ตอนเด็กโดนห้ามก็อยากฝ่า แต่พอโตขึ้นกลับรู้สึกว่าคำห้ามบางอย่างก็ฟังขึ้น ถ้าเขาห้ามด้วยเหตุผล

ทำไมยิ่งถูกห้ามยิ่งอยากทำ

แบมเล่าว่าตอนนี้ตัวเองเป็นน้อยลง เพราะไม่ค่อยมีใครห้าม แต่พอโตขึ้นจะฟังเหตุผลมากขึ้น ถ้าเขาห้ามเพราะเป็นห่วงก็รับฟังได้ แต่ถ้าเราศึกษามาดีแล้วมั่นใจ ก็อยากให้เขาเชื่อใจเราบ้าง

พี่มายบอกว่าตอนเด็กก็เชื่อฟังคำห้ามของผู้ใหญ่ แต่พอโตกลับอยากถามเหตุผลก่อนว่าทำไมถึงห้าม ถ้าเขาพูดดีก็โอเค แต่ถ้าใช้เสียงแบบคำสั่ง จะรู้สึกหงุดหงิดทันที

ถ้าเกิดมาห้ามด้วยน้ำเสียงแบบคำสั่ง อันนี้ก็อาจจะมีแบบนิดนึง แบบงดหงิด

คำว่า ห้าม กับคำว่า ไม่ต้องทำหรอก ให้ความรู้สึกต่างกัน ห้ามเหมือนปิดประตูใส่ ไม่เปิดโอกาสให้เถียงต่อ แต่ถ้าพูดว่าไม่ต้องทำหรอก มันยังมีช่องให้คิดต่อ

สมองส่วนไหนถูกกระตุ้นเวลาถูกห้าม

มีคนดูคอมเมนต์บอกว่า สมองฝั่งความท้าทายถูกกระตุ้น เป็นการ optimize ในเชิงวิวัฒนาการ พอถูกห้าม สมองจะตีความว่าเรากำลังมีอำนาจพอที่จะทำสิ่งที่คนอื่นไม่ให้ทำ

มันเลยกลายเป็นการทดสอบตัวเองไปด้วยว่า ฉันมีอำนาจมากพอที่จะเลือกเองไหม ใครก็มาคุมฉันไม่ได้

แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะฝ่าฝืน แบมว่าอยู่ที่ความมั่นใจด้วย ถ้ามีความมั่นใจอยู่แล้วถูกห้ามก็ยังทำ แต่ถ้าไม่มั่นใจตั้งแต่แรก คำห้ามอาจทำให้ลังเล

ห้ามแบบไหนที่ฟังขึ้น

คอมเมนต์หนึ่งบอกว่า ถ้าห้ามแล้วเกิดประโยชน์ก็ดี แต่ต้องดูว่าประโยชน์ของใคร ของคนห้ามหรือของคนถูกห้าม

ยกตัวอย่าง ห้ามดื่มเหล้า ถ้ามองว่ามันมีผลเสียกับร่างกาย ก็อาจฟังขึ้น แต่ถ้าอีกฝ่ายกำลังฉลองอยู่ คำห้ามอาจกลายเป็นความขัดใจ

ประเด็นคือวิธีพูด ถ้าเปลี่ยนจาก อย่าดื่ม เป็น ดื่มไม่ดีนะ มันมีผลเสีย ความรู้สึกที่ได้ยินจะต่างกันทันที

เคยห้ามใครแล้วเขาทำตามไหม

พี่มายบอกว่าเรื่องที่ตัวเองโดนห้ามมักจะจำไม่ค่อยได้ แต่เรื่องที่ตัวเองห้ามคนอื่นจะจำได้แม่น เพราะเราห้ามในสิ่งที่เราไม่ชอบใจ

การห้ามคนอื่นบางทีก็มาจากความเอาแต่ใจของเราเอง คืออยากให้เขาทำในแบบที่เราคาดหวัง หรือห้ามเพราะถ้าเขาทำแล้วเราจะหงุดหงิด

เราห้ามในสิ่งที่เราไม่พอใจ

แล้วถ้าไม่มีใครห้ามเลย จะยังอยากทำไหม

ทั้งคู่เห็นว่าแล้วแต่เรื่อง บางเรื่องถ้าไม่มีคำห้ามก็อาจไม่ได้อยากทำมากขนาดนั้น คำห้ามเหมือนตัวกระตุ้นให้อยากลองขึ้นมา

แบมเล่าว่าเวลาไปช้อปปิ้งกับเพื่อน ถ้าเพื่อนเชียร์ว่าอันนี้เหมาะกับเธอ ก็มีโอกาสซื้อทั้งที่เดิมไม่คิด แต่ถ้าเป็นตัวเองตัดสินใจแล้วซื้อ ก็ไม่ค่อยเสียใจเท่าเชื่อคนอื่น

แล้วเราควรตัดสินใจยังไง

ทั้งคู่วนกลับมาที่เรื่องความมั่นใจในตัวเอง ถ้าเราเชื่อตัวเองแล้วเลือกเอง อย่างน้อยก็ได้เลือกด้วยตัวเอง ไม่ต้องมานั่งเสียใจทีหลังว่าตามคนอื่น

ถ้าใครกำลังเจอคำห้ามที่ทำให้คิดหนัก ลองถามตัวเองว่าที่อยากทำเพราะอยากทำจริง หรืออยากทำเพราะมีคนห้าม

บทความนี้ไม่ใช่การวินิจฉัยทางการแพทย์ หากรู้สึกกังวลใจจนกระทบชีวิตประจำวัน สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ให้คำปรึกษาฟรีตลอด 24 ชั่วโมง

ทีม Alljit

บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย

นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา