Alljit Blog
พูดคุย

Pride Month กับสุขภาพจิต ดีต่อใจคน LGBTQ+ ยังไง

Pride Month ไม่ใช่แค่เดือนแห่งสีรุ้งและการเฉลิมฉลอง แต่มีงานวิจัยที่บอกว่ามันช่วยลดความโดดเดี่ยวและสนับสนุนการเติบโตของอัตลักษณ์ทางเพศด้วย

🏳️‍🌈Pride Month นี้ ชวนทุกคนมาพูดคุยกันทางไลฟ์สดหัวข้อ ‘Pride Month กับสุขภาพจิต’

Pride Month ไม่ได้มีแค่สีรุ้งกับขบวนพาเหรด แต่มีงานวิจัยที่บอกว่ามันช่วยเรื่องสุขภาพจิตของคนหลากหลายทางเพศได้จริง อย่างน้อยก็ในสองด้าน คือการสร้าง human connection และการสนับสนุนการเติบโตของอัตลักษณ์

จุดเริ่มต้นของ Pride Month มาจากเหตุการณ์ Stonewall Riot ซึ่งเป็นการเรียกร้องสิทธิ์ของคนหลากหลายทางเพศในสมัยที่สิทธิ์ยังไม่มี หลังจากนั้นจึงกำหนดให้เดือนมิถุนายนเป็นเดือนแห่งการเฉลิมฉลองความหลากหลายทางเพศ

คำว่า Pride ก็แปลว่าการภูมิใจเชิดหน้าชูตา ไม่ต้องแอบหลบซ่อนอีกต่อไป

Pride Month เริ่มมาจากไหน

ถ้าไปเสิร์ชข้อมูลจะเจอว่า Pride Month เริ่มจากการเรียกร้องสิทธิ์ที่ Stonewall ซึ่งเป็นการปฏิวัติของคนหลากหลายทางเพศในยุคที่สิทธิ์ยังไม่ได้รับการยอมรับ

หลังจากช่วงนั้นก็ได้สิทธิ์ต่างๆ ตามมา จึงกำหนดให้เดือนนี้เป็นเดือนแห่งการเฉลิมฉลองจุดเริ่มต้นของการเรียกร้องสิทธิ์

หนึ่งในบุคคลสำคัญคือ Marsha P. Johnson ซึ่งเป็น transgender คนผิวสีที่ถูกพูดถึงว่าเป็นจุดเริ่มต้นของ Pride Month รูปของเขาที่ใส่ชุดสีแดงและมงกุฎทำจากดอกไม้กลายเป็นสัญลักษณ์ที่หลายคนจดจำ

สีรุ้งในธง Pride หมายถึงอะไรบ้าง

หลายคนเข้าใจว่าสีรุ้งหมายถึงความหลากหลายแบบกว้างๆ แต่จริงๆ แล้วแต่ละสีมีความหมายเฉพาะเจาะจง

สีแดงหมายถึงชีวิตและการต่อสู้ สีส้มหมายถึงการเยียวยา สีเหลืองหมายถึงแสงสว่างเจิดจ้าและความสุข สีเขียวหมายถึงธรรมชาติและชีวิต

สีฟ้าหมายถึงศิลปะและความกลมกลืน ส่วนสีม่วงหมายถึงจิตวิญญาณของชาว LGBTQ+ ทั้งหมดรวมกัน

สีม่วงคือจิตนิยาของชาว LGBTQ plus ต่างๆ รวมกัน ก็เลยเกิดเป็นไพรมัน คือรวมทุกอย่างไว้ด้วยกัน

ธงสีรุ้งเกิดขึ้นเพราะในการเดินขบวนเรียกร้องสิทธิ์จำเป็นต้องมีสัญลักษณ์ และในสมัยนั้นการผลิตสีหลายสีมีต้นทุนสูงและหายาก จึงมีการออกแบบให้ผลิตได้ง่ายขึ้น

ปัจจุบันก็มีการอัปเดตเปลี่ยนไปเรื่อยๆ

Pride Month ช่วยเรื่องสุขภาพจิตยังไง

ข้อแรกคือ human connection หลายครั้งคนหลากหลายทางเพศอาจรู้สึกโดดเดี่ยวหรือไม่เป็นส่วนหนึ่งของสังคม

แต่ Pride Month ทำให้เขารู้สึกว่าถูกเห็นและได้เป็นส่วนหนึ่ง งานวิจัยสนับสนุนว่ามันช่วยลดความโดดเดี่ยวได้จริง เพราะเป็นการเปิดพื้นที่ให้ชุมชนได้เจอกัน

มนุษย์เป็นสัตว์สังคม เราต้องการสังคมในการอยู่รอด สมัยก่อนผู้หญิงต้องเดินไปซักผ้าด้วยกัน ผู้ชายต้องไปออกรบด้วยกัน มันยังอยู่ในพันธุกรรมและสายเลือดของเรา

ข้อที่สองคือการซัพพอร์ตการเติบโตทางอัตลักษณ์ มีทฤษฎีของ Vivian Cass ที่ศึกษากระบวนการที่คนหนึ่งคนจะเปิดเผยว่าตัวเองเป็น LGBTQ+

เขาบอกว่ามีขั้นตอนการเติบโตในเชิงจิตใจประมาณ 6 ขั้น เริ่มจากขั้นแรกคือการสับสนในตัวเอง เพราะเราโตมากับความคาดหวังทางสังคมว่าผู้ชายกับผู้หญิงควรเป็นแบบไหน

ขั้นแรกก็คือเกิดการสับสนในตัวเองก่อน มันเป็นเรื่องปกติที่เราโตมาแบบเรามีเพศในร่างกาย

ปัจจุบันมีนักวิทยาศาสตร์บางคนมา debate ว่า identity ทางเพศเป็น fluid คือลื่นไหล การใส่กรอบเป็น 6 ขั้นอาจไม่เวิร์ค

แต่ทฤษฎีนี้ก็ช่วยให้เห็นภาพว่าการยอมรับตัวเองมีกระบวนการ ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นในวันเดียว

ทำไมการเห็นคนอื่นเปิดเผยตัวตนถึงสำคัญ

การที่คนหลากหลายทางเพศเห็นคนอื่นเปิดเผยตัวตนผ่านสื่อบ่อยขึ้น โดยเฉพาะในกรุงเทพที่มีการเดินพาเหรด ทำให้รู้สึกว่าไม่ได้อยู่คนเดียว

มันไม่ใช่แค่การเฉลิมฉลอง แต่เป็นการบอกว่าเรามีพื้นที่ของเรา

สำหรับคนที่รู้สึกว่าไม่ fit in หรือไม่เป็นส่วนหนึ่งของอะไรบางอย่าง ลองมาหาพื้นที่ตรงนี้ดู อาจจะเจอที่ทางของตัวเอง

ความรักที่ดีต้องหน้าตาแบบไหน

ความรักเป็นเรื่องที่นิยามยาก แต่ละคนให้คำตอบไม่เหมือนกัน จิตแพทย์ นักจิตวิทยา และบุคคลทั่วไปก็ตอบต่างกันหมด

สิ่งที่ทำได้คือลองดูประสบการณ์ของตัวเองว่าเคยรู้สึกว่านี่คือความรักครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ แล้วเก็บไว้เป็นข้อมูลว่าความรักของเราหน้าตาเป็นแบบไหน

มีคนบอกว่าความดีหรือความสมบูรณ์แบบเป็นสิ่งที่ให้คนอื่นกำหนดไม่ได้ เราต้องกำหนดเอง

บางคนเคยเป็นซึมเศร้าแล้วหายได้เพราะแฟนปัจจุบัน พอเจอคนที่ไม่ทำร้ายก็รู้เลยว่าความรักที่ดีเป็นยังไง

ความรักที่ดีอาจไม่ต้องสมบูรณ์แบบ แต่เป็นการที่ทั้งสองคนไปในทิศทางเดียวกัน มีทะเลาะบ้างเพื่อปรับความเข้าใจ

มีเถียงกันบ้างเพื่อให้ได้ discuss หาเหตุและผลของแต่ละคน

บทความนี้ไม่ใช่การวินิจฉัยทางการแพทย์ หากมีเรื่องที่กังวลใจสามารถโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง

ทีม Alljit

บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย

นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา