Social Media ความสุขที่ไม่เคยพอ กับภาวะสิ้นยินดี
เล่นโทรศัพท์มากไปจนความสุขหาย แม้แต่สิ่งที่เคยชอบก็ไม่อยากทำ รู้จัก Dopamine Hijack และภาวะสิ้นยินดี พร้อมวิธีรับมือ

ช่วงที่ป่วยต้องนอนอยู่บ้านหลายวัน ฟิวเล่าว่าเธอเล่นโทรศัพท์หนักมาก พอผ่านไปสามสี่วัน ความเบื่อที่เกิดขึ้นไม่ใช่เบื่อธรรมดา แต่เป็นความเบื่อที่ไม่มีความสุขกับสิ่งที่เคยชอบ หนังสือที่เคยอ่านก็ไม่อยากหยิบ หนังก็ไม่อยากดู ความสนใจหายไปหมด
ปรากฏการณ์นี้มีชื่อว่า Dopamine Hijack และภาวะสิ้นยินดี (Anhedonia) สองอย่างนี้เชื่อมโยงกัน และเป็นคำตอบว่าทำไมเราจึงรู้สึกว่าความสุขมันไม่เคยพอ
Dopamine Hijack คืออะไร
สมองมีระบบความสุขที่หลั่งโดปามีนเป็นรางวัลเมื่อเราได้สิ่งที่สำคัญต่อการอยู่รอด เช่น การกิน การให้รางวัล โดปามีนไม่ใช่แค่ความสุข แต่ยังสร้างเป้าหมายและแรงจูงใจในการใช้ชีวิต
แต่ทุกวันนี้ระบบนี้ถูกกระตุ้นตลอดเวลาจากคลิปสั้น ทำให้ความสุขมาง่าย เร็ว และบ่อย พอนานเข้าสมองก็ชินชา ระบบความสุขเดิมเสียสมดุล กลายเป็นว่าเราไม่มีแรงจูงใจแม้แต่จะทำเรื่องง่ายๆ อย่างออกไปซื้อแซนด์วิชหน้าปากซอย
ความสุขมันหาได้ง่าย มันก็เลยกลายเป็นว่าเราขาดแรงจูงใจไป ตัวที่เราไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ
ทำไมเราถึงไม่มีความสุขกับสิ่งที่เคยชอบ
การเสพโทรศัพท์ทำให้โดปามีนหลั่งเร็วและแรงจนสิ่งอื่นที่ต้องใช้ความพยายาม เช่น การอ่านหนังสือหรือการออกกำลังกาย กลายเป็นเรื่องน่าเบื่อไปเลย
ฟิวตั้งข้อสังเกตว่า ความหมายของสิ่งต่างๆ อยู่ที่ระยะทาง การเดินทางกว่าจะถึงจุดหมาย แต่เมื่อเราอยากได้ความสุขทันที อยากได้แล้วต้องได้เลย เราจึงไม่เหลือพื้นที่ตรงกลางให้ความหมายงอกงาม
ภาวะสิ้นยินดีคืออะไร
ภาวะสิ้นยินดีคือสภาวะที่ไม่สามารถรู้สึกมีความสุขหรือพึงพอใจได้ ไม่มีแรงจูงใจทำกิจกรรมที่เคยสร้างความสุข เช่น พบปะเพื่อน เดินเล่น หรือถ้าทำก็ไม่สนุกเหมือนเก่า
ภาวะนี้พบได้ในผู้ป่วยซึมเศร้า ไบโพลาร์ พีทีเอสดี แต่ก็เกิดกับคนทั่วไปได้โดยไม่เป็นโรค ฟิวเล่าว่าตอนอ่านเจอรู้สึกตรงกับสิ่งที่คุยกันในก้อนแรกถึง 90 เปอร์เซ็นต์
สัญญาณของภาวะสิ้นยินดีมีอะไรบ้าง
จาก Psychology Today มีสัญญาณหลายข้อ เช่น รู้สึกเฉยชา ไม่ยินดียินร้ายกับสิ่งต่างๆ แยกตัวสันโดษ ออกห่างจากคนอื่น และมีปัญหาการนอนหรือนอนไม่หลับ
ฟิวเน้นว่าภาวะนี้ไม่ใช่โรคในตัวเอง แต่เป็นส่วนหนึ่งของอาการโรคต่างๆ ได้ และเกิดขึ้นกับคนทั่วไปได้ ถ้าลองเช็คแล้วพบว่ามีหลายข้อที่ตรง ควรใส่ใจ
โดปามีนไฮแจ็คกับภาวะสิ้นยินดีเกี่ยวข้องกันอย่างไร
ไฮแจ็คคือการกระตุ้นวงจรโดปามีนในสมองอย่างรวดเร็วและผิดธรรมชาติ เหมือนปล้นระบบรางวัล ทำให้สมองไม่ตอบสนองต่อความสุขตามธรรมชาติอีกต่อไป
มายเสริมว่าการทำงานบ้านหรือออกกำลังกายจะหลั่งโดปามีนในระดับสมดุล แต่ไฮแจ็คให้รางวัลทันทีจนสิ่งอื่นที่ต้องใช้ความพยายามกลายเป็นเรื่องน่าเบื่อ
เราเคยใช้เวลาไปกับหน้าจอมากแค่ไหน
ฟิวเล่าว่าเธอโหลดแอปที่สรุปเวลาหน้าจอ แล้วพบว่าตั้งแต่ใช้โทรศัพท์เครื่องนี้มา ใช้ชีวิตไปแค่สามปี อีกสองปีจากห้าปีอยู่ในหน้าจอ เธอบอกว่าเป็นอะไรที่น่าใจหาย
มายเองก็เคยโหลดแอปแบบนี้ แต่ไม่กล้าใช้ต่อ เพราะกลัวเห็นตัวเลข
สมาธิสั้นลงจริงไหม
มายเล่าว่าเดี๋ยวนี้ทำงานไปด้วยเปิดแท็บหลายแท็บ รู้สึกเบื่อกับสิ่งตรงหน้า ดูคลิป YouTube 20 นาทียังรู้สึกว่านานเกินไป
ฟิวเสริมว่าอัลบั้มเพลงเมื่อก่อนฟังได้ยาวนาน แต่ตอนนี้ทุกอย่างเร็วจนแทบไม่ได้ซึมซับ
ทุกอย่างมันเร็วไปหมดจนรู้สึกว่าเฮ้ย เราบางทีเราไม่ได้ซึมซับขนาดนั้นเลย
จะกลับมามีความสุขกับชีวิตได้อย่างไร
ฟิวเสนอวิธีฝึกทำสิ่งที่เคยมีความสุขแม้จะไม่อยากทำ เช่น ดูหนังที่เคยชอบ แม้จะรู้สึกไม่สนุก แต่การฝืนทำจะดึงเรากลับสู่บาลานซ์
มายเสริมให้หันไปทำกิจกรรมที่ต้องใช้สมาธิ เช่น ออกกำลังกาย วาดรูป หรือทำสมาธิ เพราะจะกระตุ้นโดปามีนอย่างเป็นธรรมชาติ
ลดการใช้โทรศัพท์แบบไม่ต้องลบแอป
มายแนะนำว่าถ้ายังไม่อยากลบแอป ให้ซ่อนไว้จากหน้าจอหลัก ทำให้เข้าถึงยากขึ้น หรือจำกัดเวลาใช้งาน
ฟิวเสริมว่าการกลับมาอยู่กับปัจจุบันช่วยได้ เช่น ตั้งใจว่าถ้าหยิบโทรศัพท์มาเล่น 1-2 นาที แล้ววาง ไม่ปล่อยให้หลุดไปตามอัลกอริทึม
สุดท้ายแล้วมันก็คือไม่มีพิธีกรรมตอนเหมือนเดิม มันคือการเอาความสุขเลยโดยที่ไม่มีระยะทาง
ทั้งสองย้ำว่าไม่มีวิธีตายตัว ขึ้นกับแต่ละคน บางคนใช้โซเชียลเพื่อทำงานหรือมีชุมชนออนไลน์ที่จำเป็น ก็ไม่จำเป็นต้องเลิก แต่ให้สังเกตว่าอะไรทำให้เราขาดความสุข แล้วปรับให้พอดี
บทความนี้ไม่ใช่การวินิจฉัยทางการแพทย์ หากมีความคิดทำร้ายตัวเองหรือรู้สึกแย่จนรับไม่ไหว โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง
ทีม Alljit
บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย