Alljit Blog
คุยกับนักจิตวิทยา

อยู่ที่ไหนก็ไม่มีความสุข เกิดจากอะไรและควรทำอย่างไร

ความรู้สึกว่าที่นี่ไม่ใช่ที่ของเรา มักมาจากการไม่เป็นที่ยอมรับและกลไกทางจิตที่ปิดกั้นตัวเอง ลองกลับมาดูตัวเองก่อนเปลี่ยนสังคม

อยู่ที่ไหน ก็ไม่มีความสุข.. เหมือนกับว่า อยู่ที่ไหน ก็ไม่ใช่ที่ของเรา

เวลาที่อยู่ตรงไหนแล้วรู้สึกว่ามันไม่ใช่ที่ของเรา มักมาพร้อมคำถามว่าทำไมที่นี่ถึงทำให้ทุกข์ใจ คำถามนี้วนกลับมาที่ตัวเราเอง ไม่ได้อยู่ที่สถานที่เพียงอย่างเดียว

อีฟ รัชราพร ศรีวิลัย นักจิตวิทยาคลินิก อธิบายใน ออลล์จิต พอดแคสต์ ว่าแก่นของความรู้สึกนี้คือการไม่เป็นที่ต้องการหรือไม่เป็นที่ยอมรับของคนในกลุ่ม แม้กลุ่มจะเล็กแค่ไหนก็ตาม

ทำไมอยู่ที่ไหนก็รู้สึกไม่ใช่ที่ของเรา

มนุษย์ทุกคนอยู่ร่วมกับผู้อื่น ไม่ว่าจะสังคมครอบครัว เพื่อน หรือที่ทำงาน พอรู้สึกว่าตัวเองไม่เป็นที่ยอมรับ ความรู้สึกว่าไม่เหมาะกับตรงนี้ก็เกิดขึ้น

บางคนพยายามกลมกลืนกับกลุ่มมาก ๆ แต่สุดท้ายก็ยังรู้สึกว่าตัวเองไม่กลมกลืน คำถามเดิมก็กลับมาอีกครั้งว่าที่ตรงนี้เป็นที่ของเราแล้วหรือยัง

อีกกลุ่มคือคนที่ชอบคิดทบทวนการใช้ชีวิตอยู่ในมุมความคิดของตัวเองมาก ๆ ใช้จินตนาการเยอะ จนค่อย ๆ ถอยห่างจากคนที่คิดไม่เหมือนกัน

บางทีถ้าเราขังตัวเองไว้ในกล่องของความคิดบางอย่างแล้วไม่มีการขยับขยายกล่องความคิดเลย

พอขังตัวเองไว้ในกล่องความคิดโดยไม่ขยับขยาย ความรู้สึกว่าไม่เป็นส่วนหนึ่งของคนตรงนั้นก็ตามมา และความสุขที่เคยมีก็หายไป

เปลี่ยนที่แล้วยังไม่มีความสุข เพราะอะไร

อีฟเล่าว่าเวลารู้สึกว่าที่นี่ไม่ใช่ที่ของเรา กลไกป้องกันตัวเองมักทำงานก่อน เราจะคิดถึงการเปลี่ยนกลุ่มเพื่อน เปลี่ยนไปอยู่ที่อื่น หรือเปลี่ยนคนที่คุยด้วย

ทั้งสองอย่างคือการเปลี่ยนสังคมเหมือนกัน ถ้าไม่เข้าใจว่าอะไรทำให้เกิดความรู้สึกนี้ คำถามและความรู้สึกเดิมก็ยังอยู่กับเรา

บางคนรู้สึกไม่ปลอดภัยเมื่อต้องเปลี่ยนแปลงอะไร หรือไปอยู่ในที่ที่ไม่คุ้นเคย แปลกใหม่ ความรู้สึกแบบนี้ก็เกิดขึ้นได้

ทำไมการปรับตัวมากเกินไปยิ่งทำให้ทุกข์

หลายคนพอได้ยินคำว่าปรับตัว ก็พยายามเปลี่ยนตัวเองให้คล้ายคนในสังคมนั้น เพราะอยากได้รับการยอมรับและอยากเป็นส่วนหนึ่ง

แต่พอกดตัวเองมาก ๆ เราจะรู้สึกว่าตัวเองแตกต่างในความรู้สึกของตัวเอง ความอึดอัด เศร้า เสียใจ และความโกรธก็ตามมา

มุมมองด้านลบต่อตัวเองก็มากขึ้น จนอาจไม่ชอบตัวเองที่เป็นแบบนั้น ความสุขในการอยู่ตรงนั้นก็หายไปด้วย

เปิดใจแล้วยังไม่ใช่ ควรเปลี่ยนที่ไหม

การมีความคิดเห็นและบุคลิกที่แตกต่างเป็นเรื่องดี สังคมที่หลากหลายช่วยให้เราคิดได้รอบด้านและเห็นมุมที่คนกลุ่มเดิมมองไม่เห็น

ถ้าลองเป็นตัวเอง จูนตัวเองกับที่ใหม่แล้วยังไม่ใช่ที่ของเราอยู่ดี นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าถึงเวลาเปลี่ยนไปที่ที่เหมาะกับเรามากกว่า

อีกด้านคือการอยู่ที่นึงนาน ๆ แม้ไม่ชอบ สุดท้ายจะกลายเป็นความชิน ความชินนั้นกลายเป็นกรอบบาง ๆ ที่ขีดเส้นให้ใช้ชีวิตแบบเดิม คิดแบบเดิม

แม้ว่าเราจะไม่มีความสุขกับตรงนั้น แต่เราก็จะไม่กล้าที่จะกล้าวออกจากตรงนั้น

ไม่มีอะไรรับประกันได้ว่าที่เดิมดีที่สุดหรือแย่ที่สุด การทำอะไรที่ไม่มั่นคงในใจคือความเสี่ยง และเราต้องยอมรับความเสี่ยงนั้น

ถ้าไม่เปิดโอกาสให้ตัวเองได้สำรวจทิศทางอื่น ก็ยากที่จะเจอที่ที่เป็นของเราจริง ๆ

ใจดีกับตัวเองก่อนเริ่มปรับตัว

อีฟแนะนำให้กลับมาทบทวนตัวเองชัด ๆ ว่าอะไรเกิดขึ้น มากกว่าจะรีบเปลี่ยนสังคมทันที เพราะการเปลี่ยนสังคมไม่ใช่เรื่องผิด แต่ถ้าเปลี่ยนแล้วยังไม่มีความสุข ก็ต้องดูที่ตัวเองด้วย

อย่างแรกคือมองที่ตัวเองก่อน เวลาไม่มั่นคงในใจ เรามักตีตราว่าตัวเองแปลกแยก เข้ากับคนกลุ่มนี้ไม่ได้ ซึ่งไปขัดขวางทักษะการปรับตัว

ให้เวลากับตัวเองในการเรียนรู้และปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่ คนใหม่ บุคลิกใหม่ ๆ ลดการตีตราตัวเองลงบ้าง อาจทำให้ค่อย ๆ เข้าหาคนเหล่านั้นได้

อีกเรื่องที่อีฟย้ำเสมอคือใจดีกับตัวเอง ลองบอกตัวเองว่าไม่เป็นไรเลยแค่เดินไปคนเดียว ไม่เป็นไรเลยแค่ไปอยู่ตรงนี้ แล้วค่อย ๆ ปรับตัว

การปิดกั้นตัวเองทำให้กลไกทางจิตค่อย ๆ แยกเราออกจากคนอื่น เราจึงพลาดโอกาสดี ๆ หลายอย่าง บางทีคนที่รู้สึกว่าเราเป็นที่ต้องการอาจมีอยู่ตรงนั้นโดยเราไม่รู้ตัว

ความสุขอยู่ที่ไหน

ความรู้สึกว่าที่นี่ไม่ใช่ที่ของเราไม่ใช่เรื่องผิด และไม่ได้แปลว่าเราต้องเปลี่ยนที่ทุกครั้งไป การกลับมาทำความเข้าใจตัวเอง เปิดใจ และใจดีกับตัวเอง คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ความรู้สึกนั้นเบาบางลง

บทความนี้ไม่ใช่การวินิจฉัย หากรู้สึกทุกข์ใจต่อเนื่องจนกระทบชีวิตประจำวัน สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ให้บริการฟรีตลอด 24 ชั่วโมง

คลิปต้นทาง

อยู่ที่ไหน ก็ไม่มีความสุข.. เหมือนกับว่า อยู่ที่ไหน ก็ไม่ใช่ที่ของเรา

เผยแพร่คลิป

ดูคลิปต้นทางบน YouTube

ทีม Alljit

บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย

นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา