Alljit Blog
พูดคุย

ควรเป็นตัวเองหรือเป็นคนที่โลกอยู่ด้วยง่าย ปรับแค่ไหนถึงไม่เสียตัวตน

เป็นตัวเองสุดทางกับเป็นคนที่อยู่ด้วยง่าย มีข้อดีและสิ่งที่ต้องแลกทั้งคู่ คำถามคือเราจะรู้ได้ยังไงว่าปรับไปถึงจุดไหนแล้วเริ่มทรมาน

เราควรเป็นตัวเอง หรือเป็นคนที่โลกอยู่ด้วยง่าย

คำถามนี้ฟังดูเหมือนเลือกข้างได้แค่ข้างเดียว แต่คนที่คุยกันในตอนนี้ตกลงกันว่าไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุกคน มันขึ้นอยู่กับว่าเรากำลังอยู่กับใคร อยู่ในบริบทไหน และเรายอมเสียตัวตนไปกี่เปอร์เซ็นต์ก่อนจะรู้สึกว่าทรมาน

จุดที่ทั้งคู่เห็นตรงกันคือ ประโยคที่ว่าควรเป็นคนที่โลกอยู่ด้วยง่าย ฟังแล้วมีกลิ่นของการต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อให้คนอื่นสบายใจ แล้วกลับมาถามว่าแล้วเราสบายใจไหม หรือจริงๆ เรากำลังเป็นตัวประกอบในชีวิตของคนอื่น

เป็นคนที่โลกอยู่ด้วยง่ายหมายถึงอะไร

มีคนตีความว่าเป็นการปรับตัวให้เข้ากับคนรอบข้างได้ แต่พอได้ยินคำนี้ครั้งแรก หลายคนรู้สึกว่ามันอยู่ต่ำกว่าเราเป็นตัวเอง เพราะเหมือนต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อให้คนอื่นอยู่ด้วยแล้วสบายใจ

อีกมุมคือมันคือมารยาทพื้นฐานที่ทุกสังคมมี คนเราอยู่ร่วมกันย่อมต้องมีระยะทางสังคม มีคำที่พูดกับเพื่อนสนิทได้แต่พูดกับคนที่เพิ่งรู้จักไม่ได้

เราจะต้องเป็นคนที่โลกที่อยู่กับโลกง่ายด้วยเพราะว่าเราอยู่ในสังคมที่มันก็มีมารยาททางสังคม

เป็นตัวเองแบบไม่แคร์อะไรเลย ต่างจากเป็นตัวเองยังไง

มีคนตั้งข้อสังเกตว่าสมัยนี้คนพูดเรื่องรักตัวเองกันมาก แต่การรักตัวเองของบางคนกลายเป็นไม่แคร์คนอื่น เอาตัวเองสะดวกคนเดียว ซึ่งอาจจะเลยไปเป็นเป็นตัวเองเกินไป

ขณะเดียวกันคนที่บอกว่าฉันไม่แคร์ ฉันไม่สน หลายครั้งไม่ได้ไม่แคร์จริง แต่เคยโดนปฏิเสธหรือไม่ถูกยอมรับมาก่อน เลยทำเป็นไม่แคร์เพื่อป้องกันตัวเอง

ถ้าเราไม่ปรับตัวเลย จะเกิดอะไรขึ้น

มีเรื่องเล่าของคู่รักคู่หนึ่งที่คบกันมาระยะหนึ่ง ฝ่ายชายรู้สึกว่าฉันเป็นแบบนี้ ก็ควรได้เป็นแบบนี้ ซึ่งฟังดูย้อนแย้ง เพราะถ้าไม่ปรับเลยก็อยู่กับคนอื่นยาก แต่ถ้าปรับมากก็เสียตัวตนไป

อีกด้านหนึ่ง การรอให้คนอื่นมารับเราแบบที่เราเป็นทั้ง 100 เปอร์เซ็นต์ ก็เป็นความหวังที่ต้องแลกกับความเหงาระหว่างรอ เพราะไม่มีใครรับเราทั้งหมดได้จริงๆ

มันไม่มีใครรับเราได้ 100% ก็ใช่

ต้องลองทั้งสองแบบถึงจะรู้

ข้อเสนอในคลิปคือให้ลองดูทั้งสองทาง ลองเป็นตัวเองสุดทางหนึ่ง แล้วลองเป็นคนที่โลกอยู่ด้วยง่ายอีกทางหนึ่ง ดูว่าอันไหนดีกับเราจริงๆ เพราะถ้าไม่ลองก็ไม่รู้

ความเป็นตัวเองของเราไม่ได้เท่ากันทุกพื้นที่ อยู่คนเดียว อยู่กับเพื่อน อยู่กับครอบครัว อยู่กับแฟน มีสัดส่วนความเป็นตัวเองต่างกันไป การหาจุดสมดุลจึงไม่ใช่ตัวเลขเดียวที่ใช้ได้ทุกที่

ปรับแค่ไหนถึงเรียกว่าเสียตัวตนไปแล้ว

คำถามนี้ตอบยาก แต่มีตัววัดง่ายๆ คือความทรมาน ถ้าปรับแล้วเริ่มรู้สึกทรมานซ้ำๆ นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าเรากำลังเสียตัวตนมากเกินไป

อีกสถานการณ์ที่ต้องแยกคือ บางโอกาสเราปรับเพราะกลัวคนไม่ชอบ กับบางโอกาสเราปรับเพราะอยากได้โอกาสนั้น ซึ่งสองอย่างนี้ให้ความรู้สึกต่างกันตอนกลับมาทบทวนตัวเอง

มีแค่บางคนบนโลกที่เราต้องแคร์จริงๆ

เราไม่สามารถให้ความสำคัญกับทุกคนบนโลกได้ การเลือกว่ากลุ่มไหนที่เราจะรับฟังฟีดแบ็กและลองปรับเพื่อเขา จะทำให้การปรับตัวไม่กลายเป็นการเสียตัวเอง

ถ้าเป็นคนที่เราแคร์จริงๆ เราจะรู้สึกว่าอยากทำอะไรบางอย่างเพื่อเขา ไม่ได้รู้สึกว่าเสียตัวเองเลย มันต่างจากการฝืนเปลี่ยนเพราะกลัวถูกตัดสิน

ถ้าเขาปรับแล้วคนนี้ไม่โอเค แปลว่าเขายิ่งอยากที่จะเป็นตัวเอง แล้วก็รอให้คนที่มันรับเขาได้ทั้งที่เขาเป็น

ถ้าเรื่องนี้แตะความรู้สึกหนักใจจนทำร้ายตัวเอง บทความนี้ไม่ใช่การวินิจฉัย ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ และโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง

คลิปต้นทาง

เราควรเป็นตัวเอง หรือเป็นคนที่โลกอยู่ด้วยง่าย

เผยแพร่คลิป

ดูคลิปต้นทางบน YouTube

ทีม Alljit

บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย

นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา