Alljit Blog
ฟังก่อนนอน

นอนไม่หลับเกิดจากอะไร ทำไมคนกว่า 1 ใน 3 ของโลกถึงนอนไม่หลับ

คนกว่า 1.3 พันล้านคนทั่วโลกกำลังนอนไม่หลับ ปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากตัวเราเพียงคนเดียว แต่มาจากวัฒนธรรมการทำงาน ความเครียด และพฤติกรรมที่สะสมมา

คนกว่า 1 ใน 3 ของโลก กำลังนอนไม่หลับ - PSYCHE REPORT EP. 4

ถ้าโลกมีผู้ใหญ่ 8,000 ล้านคน จะมีประมาณ 1.3 พันล้านคนที่กำลังนอนไม่หลับ นั่นคือตัวเลขที่หยิบมาจากข้อมูลในคลิปนี้ และมันหมายความว่าคุณไม่ได้อยู่คนเดียวในความมืดนั้น

ข้อมูลยังบอกอีกว่า 10 ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ของประชากรในแต่ละประเทศมีอาการนอนไม่หลับในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง และประมาณ 16.2 เปอร์เซ็นต์ของผู้ใหญ่ทั่วโลกมีอาการรุนแรง

การนอนไม่หลับจึงไม่ใช่ปัญหาส่วนบุคคล แต่เป็นเรื่องที่เชื่อมกับวัฒนธรรมการทำงาน เศรษฐกิจ และสิ่งที่สังคมบอกเราว่าการนอนน้อยคือความขยัน

ทำไมคนญี่ปุ่นนอนน้อยแต่มีที่ให้งีบ

คนญี่ปุ่นนอนเฉลี่ยคืนละ 6 ชั่วโมง 15 นาที น้อยกว่าประเทศที่พัฒนาแล้วหลายแห่ง เพราะวัฒนธรรมการทำงานที่กินเวลายาวนาน

แต่มีสิ่งที่เรียกว่าอินิมุริ คือการงีบหลับสั้นๆ ในที่สาธารณะหรือระหว่างทำงาน ซึ่งไม่ถูกมองว่าเป็นความขี้เกียจ แต่เป็นการแสดงออกถึงความทุ่มเทและความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนัก

ในโตเกียวมี Nap Pod ในสำนักงานให้พนักงานได้นอนพักระหว่างวัน สังคมเขายอมรับว่าคนเราหลับน้อย และมีพื้นที่ให้ร่างกายได้พักบ้าง

ทำไมคนยุโรปถึงนอนหลับได้ดีกว่า

ประเทศอย่างเนเธอร์แลนด์มีวันทำงานที่สั้น และให้ความสำคัญกับการสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงาน

ในฟินแลนด์ มีคนประสบปัญหานอนไม่หลับเพียงประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ซึ่งต่ำมากเมื่อเทียบกับหลายประเทศในเอเชีย

งานวิจัยในยุโรปพบว่าอัตราการรายงานการนอนไม่ดีแตกต่างกันในแต่ละประเทศ และปัจจัยสำคัญคือวัฒนธรรมการทำงานที่ให้คุณค่ากับการพักผ่อนมากกว่า

วัฒนธรรมอเมริกันทำให้นอนน้อยลงจริงหรือ

สำรวจจาก Gallup พบว่ามีเพียงประมาณ 26 เปอร์เซ็นต์ของคนอเมริกันเท่านั้นที่ได้นอนอย่างน้อย 8 ชั่วโมง

วัฒนธรรม Work hard sleep less ทำให้การนอนน้อยถูกมองว่าสอดคล้องกับความขยันและการประสบความสำเร็จ หลายคนต้องทำงานหลายงานเพราะการแข่งขันสูงและสภาพเศรษฐกิจที่ต้องดิ้นรน

ทำไมคนไทยถึงนอนไม่หลับมากกว่าที่คิด

ผลสำรวจของ ResMed พบว่า 61 เปอร์เซ็นต์ของคนไทยมีปัญหาการนอน และสาเหตุอันดับหนึ่งคือความเครียด

สังคมไทยมีทัศนคติว่านอนน้อยเท่ากับขยัน คนทำงานจำนวนมากภูมิใจที่ได้ทำงานดึกตื่นเช้า บางคนโพสต์บนเฟซบุ๊คว่านอน 3 ชั่วโมงแล้วลุยต่อ

การพักผ่อนถูกมองว่าเป็นสิ่งฟุ่มเฟือย ไม่ใช่เรื่องสำคัญในการพัฒนาตัวเอง

นอนน้อยเท่ากับขยัน สังคมไทยอาจจะมีทัศนคติที่ว่าการนอนน้อยคือคนสู้ชีวิต

นอกจากนี้ยังมีเรื่องงานด่วน งานแก้ไฟไหม้ที่ทำให้คนต้องพร้อมตอบทันทีตลอด 24 ชั่วโมง และระบบคมนาคมที่ไม่เอื้ออำนวย กว่าจะถึงบ้านก็สามทุ่ม เราเลยใช้เวลากลางคืนทดแทนเวลาที่หายไปตอนกลางวัน กลายเป็นวงจรเรื้อรัง

โรงเรียนเริ่มเช้ากว่าหลายประเทศ เด็กขาดการนอน ที่ทำงานไม่ให้ความสำคัญกับการงีบกลางวัน ถ้าเห็นใครงีบก็ติดป้ายว่าขี้เกียจ

ความเครียดและฮอร์โมนคอร์ติซอลเกี่ยวกันยังไง

เมื่อความเครียดสูง ระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลจะสูงขึ้น ร่างกายจะไม่ยอมหลับเพราะอยู่ในโหมดตื่นตัว

ความเครียดนี้อาจมาจากความไม่มั่นคงทางการเงินหลังโควิด หรือความวิตกกังวลเรื่องอนาคต มีรายงานว่าการนอนไม่หลับเพิ่มขึ้น 20 ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ในหลายประเทศ

ภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวลทำให้เกิดวงจรที่นอนไม่หลับยิ่งแย่ลง และความซึมเศร้าก็ยิ่งหนักขึ้น

มือถือ แสงสีฟ้า และคาเฟอีน ทำให้หลับยากแค่ไหน

แสงสีฟ้าจากหน้าจอมือถือและแท็บเล็ตที่ใช้ก่อนนอนส่งผลให้นอนไม่หลับหรือนอนไม่ดี

รายงานจาก Sleep Foundation ระบุว่ามากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ของคนเจนซีใช้โทรศัพท์ก่อนนอนมากกว่า 5 นาที และกว่า 50 เปอร์เซ็นต์บอกว่ามันทำให้หลับยากขึ้นจริง

คาเฟอีนก็เป็นอีกสาเหตุ ถ้าไม่ดื่มเลยก็ง่วงตอนกลางวัน แต่ถ้าดื่มมากเกินไปก็หลับไม่ดีตอนกลางคืน แอลกอฮอล์ทำให้หลับเร็วขึ้นแต่คุณภาพการนอนไม่ดี

ตารางการนอนที่ไม่เป็นรูทีน บางวันนอนสามทุ่ม บางวันเที่ยงคืน บางวันตีสาม ก็ส่งผลต่อคุณภาพการนอน

แสงและเสียงในเมืองใหญ่รบกวนการนอนยังไง

ข้อมูลจาก World Atlas ปี 2024 ระบุว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของประชากรโลกอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีแสงรบกวนตอนกลางคืน

เมือง 24 ชั่วโมงอย่างเชียงใหม่หรือกรุงเทพฯ มีมลภาวะทางแสงที่รบกวนการนอน

อุณหภูมิก็สำคัญ การนอนในห้องที่ร้อนกว่า 26 องศาทำให้เราหลับยากขึ้น และการเสพข่าวร้ายก่อนนอนก็ทำให้เครียดและนอนไม่หลับ

ข้อมูลทั้งหมดนี้ไม่ได้แก้ปัญหาการนอนหลับโดยตรง แต่ทำให้เราเห็นว่าการนอนเป็นเรื่องที่สังคมต้องให้ความสำคัญ ไม่ใช่แค่เรื่องของแต่ละคน

บทความนี้ไม่ใช่การวินิจฉัย หากคุณมีความทุกข์ใจหรือคิดทำร้ายตัวเอง โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง

ทีม Alljit

บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย

นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา