Alljit Blog
A Chapter

คนแปลกหน้าชื่อว่าตัวเอง หนังสือที่ชวนสงสัยว่าคำวินิจฉัยอธิบายตัวเราจริงไหม

รีวิวหนังสือ Stranger To Ourselves ว่าด้วยผู้ป่วยจิตเวชที่รู้สึกว่าคำอธิบายทางการแพทย์ไม่ใช่ตัวตนของเขา และทำไมการเป็นชายขอบในชายขอบถึงน่าสนใจ

ผู้ป่วยที่ถูกมองข้าม | รีวิวหนังสือ คนแปลกหน้าชื่อว่าตัวเอง

หนังสือคนแปลกหน้าชื่อว่าตัวเอง เขียนโดยคุณเรเชล วาอีฟ นักข่าวที่เคยป่วยและพบว่าคำอธิบายทางการแพทย์เกี่ยวกับตัวเธอไม่ใช่ตัวตนของเธอเลย เธอจึงตั้งคำถามว่าจิตวิทยา จิตเวช หรือแม้แต่ศาสนา อธิบายคนคนหนึ่งได้จริงหรือ

ชื่อย่อยของเล่มนี้คือ บันทึกจากตัวตนอันแตกร้าวและสิ่งแปลกปลอมที่หล่อหลอมเป็นตัวเรา เนื้อหาประกอบด้วย 6 เคสของผู้ป่วยที่ถูกสังคมมองข้าม และตัวผู้เขียนเองก็เป็นหนึ่งในนั้น

ทำไมคำวินิจฉัยถึงไม่ใช่ตัวตนของเรา

คุณเรเชลเล่าในบทนำว่าตอนที่เธอป่วย เธอมีความรู้สึกเคลือบแคลงใจต่อคำอธิบายรอบตัวเธออยู่เยอะมาก เธอหยิบยกบันทึกการวินิจฉัยของแพทย์แต่ละคนที่เธอรักษาด้วย

แล้วพบว่าคำอธิบายเหล่านั้นไม่ใช่ตัวเธอเลยสักนิด

เธอรู้สึกว่ามันไม่ใช่ตัวเธอ ไม่รู้สึกว่ามันเป็นตัวตนของเธอเลยสักนิด

ที่หนักกว่านั้นคือบางครั้งคำอธิบายทางวิชาการกลับยิ่งทำให้คนสับสนในตัวเองมากกว่าเก่า ทั้งที่มันควรจะช่วยให้เข้าใจตัวเองได้อย่างแท้จริง

ชายขอบในชายขอบหมายความว่าอะไร

ผู้ป่วยจิตเวชถือเป็นคนชายขอบอยู่แล้ว แต่เมื่อผู้เขียนรู้สึกแปลกแยกทั้งในศาสนา ในจิตเวช และในศาสตร์อื่นๆ อีก เธอก็กลายเป็นชายขอบซ้อนเข้าไปอีกชั้น

สิ่งที่ควรเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจกลับไม่ช่วยให้เธอเข้าใจตัวเองเลย นี่คือประเด็นที่ทำให้หนังสือเล่มนี้น่าสนใจ

เคสแรกเล่าถึงอะไร

บทแรกเป็นเรื่องของคุณเร หมอที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า และรู้สึกว่าการรักษาแบบจิตวิเคราะห์ไม่ตอบโจทย์เขา

เรื่องนี้ฟังดูอ่านยากนิดนึง เพราะเรื่องราวการรักษาของเขาผูกกับการเปลี่ยนแปลงของแนวคิดการรักษาในกลุ่มจิตเวชด้วย จึงเหมือนอ่านงานเชิงวิชาการและสังคมไปพร้อมกัน

คำถามที่บทนี้วางไว้คือ การรักษาแบบจิตวิเคราะห์โดยไม่พึ่งยาเลย กับการรักษาแบบใช้ยา ซึ่งเป็นองค์ความรู้ใหม่ในช่วงที่คุณเรเริ่มรักษา แบบไหนดีกว่ากัน

เคสที่สองเกี่ยวกับความไม่เท่าเทียมทางเพศยังไง

บทที่สองเป็นเรื่องของคุณบาปู เคสที่ฟิวอ่านแล้วอินตั้งแต่หน้าแรกๆ เพราะเห็นความไม่เท่าเทียมทางเพศชัดมาก

สังคมและแม้แต่ครอบครัวมองว่าเธอบกพร่อง ไม่สมประกอบ และปฏิบัติกับเธอแบบที่ไม่ให้เธอได้เลือกอะไรเลย

เธอเจอเส้นทางว่าศาสนาช่วยยึดเหนี่ยวเธอได้ แต่การยึดเหนี่ยวนั้นก็หนักไปนิด จนมองได้ว่าเธอหลงผิด ป่วย และหลุดออกจากโลกความเป็นจริงไป

บทนี้ชวนสงสัยว่าอะไรกันแน่ที่ทำให้เธอพังจนจิตใจบอบช้ำได้ขนาดนี้ เป็นเพราะตัวเธอ หรือเพราะค่านิยมทางสังคมที่เอื้อให้เพศหนึ่งต้อยต่ำกว่าเพศอื่น

เรื่องแบบนี้เจอได้ทั่วๆ ไป โดยเฉพาะในมุมมองเรื่องเพศ

อีกสองเคสสุดท้ายพูดถึงเรื่องอะไร

บทที่สามเป็นเรื่องของคุณเนโมมี ผูกอาการเปลือกทางจิตเข้ากับเรื่องเชื้อชาติและสีผิว

บทที่สี่เป็นเรื่องของคุณรอร่า ผู้ป่วยไบโพล่าที่กลายเป็นว่านระหว่างรักษา และรู้สึกว่าเสียตัวตนของตัวเองไป

หนังสือเล่มนี้เหมาะกับใคร

โดยรวมเป็นหนังสือ Pop Science ที่มีความ Emotional และมีความเมมัวนิดๆ แม้จะเขียนด้วยภาษาเชิงวิชาการอยู่บ้าง

ถ้าอ่านแล้ว อย่างน้อยก็คงเห็นตัวเองในใครสักคนจาก 6 เคสนี้

บทความนี้ไม่ใช่การวินิจฉัย หากมีเรื่องสุขภาพจิตที่กังวล โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง

ทีม Alljit

บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย

นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา