Alljit Blog
ออลล์จิต

ทำไมทายอะไรก็ตรง จิตวิทยาการดูดวงที่คนดูไม่รู้ตัว

ทำไมหมอดูทายอะไรก็ตรง ทั้งที่คำทำนายกว้างจนใช้ได้กับใครก็ได้ เบอร์นัมเอฟเฟกต์ กับสามคำอธิบายทางจิตวิทยาที่อยู่เบื้องหลังความแม่นนั้น

ทำไมทายอะไรก็ตรง จิตวิทยาการดูดวง

หลายคนดูดวงเพื่อความสบายใจ ดูเล่น ๆ ดูเพื่อความสนุก แต่หลายครั้งคำทำนายก็แม่นจนตกใจ ทั้งที่คำตอบที่ได้บางทีก็กว้างพอจะใช้กับใครก็ได้

คลิปนี้ชวนคุยเรื่องนี้ผ่านเลนส์จิตวิทยา ทั้งความเชื่อที่ว่าแม่นจริง กับคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ที่บอกว่าสมองเราทำงานยังไงตอนฟังคำทำนาย

คนไทยดูดวงกันแบบไหน

พี่อลินเล่าว่าดูดวงบ่อยจนแทบเป็นกิจวัตร ดูไพ่ยิปซี ดูโหราศาสตร์ และดูดวงรายวันด้วย ซ้ำยังเลือกสีเสื้อตามดวง เช่นวันศุกร์ใส่สีชมพูเพราะเชื่อว่าจะเสริมความรัก

ส่วนฟิล์มไม่ได้ดูบ่อยขนาดนั้น แต่สนใจไพ่ทาโรต์เป็นพิเศษ เพราะรู้สึกว่าภาพในไพ่ตีความได้หลายแบบ แล้วแต่ละคนก็ตีความไม่เหมือนกัน จึงกลายเป็นเครื่องมือสำรวจตัวเองมากกว่าการทำนายอนาคต

ฟิล์มเล่าว่าได้ไพ่ทาโรต์ชุดหนึ่งมาจากแม่ แล้วเก็บไว้ใช้แบบเช็คอัพตัวเอง หมดวันแล้วรู้สึกอะไร หยิบไพ่ขึ้นมาดูแล้วลองตีความว่ามันสื่ออะไร

ทำไมเราถึงชอบดูดวง

พี่อลินสรุปเหตุผลไว้สิบข้อ ข้อแรกคือตอนมีความกังวลหรือไม่แน่ใจ เรามีทางเลือกสองทางแต่เลือกไม่ถูก การดูดวงเลยกลายเป็นคำยืนยันให้ตัดสินใจง่ายขึ้น

ข้อต่อมาคือลดความวิตกกังวล เมื่อมีความเครียดเล็ก ๆ น้อย ๆ คำทำนายให้ความหวังว่าเดี๋ยวมันจะดีขึ้น และยังมีข้อที่บอกว่าการดูดวงช่วยยืนยันความเชื่อเดิมที่เรามีอยู่แล้ว

อีกข้อที่ตรงกับหลายคนคือการได้เห็นตัวเองในคำทำนาย เวลาหมอดูชมในแง่บวกเราก็ชอบ คล้ายกับการทำแบบทดสอบออนไลน์ที่บอกว่าเราเป็นคนแบบไหน เหมาะกับทรงผมหรือสีผมอะไร

ข้อสุดท้ายคือความฝัน ฟิล์มบอกว่าชอบฝันแล้วอยากรู้ว่าฝันนั้นหมายถึงอะไร แม้หลายคนจะบอกว่าฝันก็แค่ฝัน ลืม ๆ ไปก็พอ

ถ้าการดูดวงมันเป็นอะไรที่ทำให้เรามีความสุข ทำให้เราสบายใจ ก็ทำไปเถอะ

เบอร์นัมเอฟเฟกต์คืออะไร

นี่คือคำอธิบายแรกที่ทีมยกมาคุย เป็นปรากฏการณ์ที่คนส่วนใหญ่บอกว่าคำอธิบายบุคลิกภาพนั้นตรงกับตัวเองมาก ทั้งที่จริง ๆ แล้วทุกคนได้คำอธิบายชุดเดียวกัน

จุดกำเนิดมาจากการทดลองของนักจิตวิทยาช่วงปี 1999 ที่ให้คนทำแบบทดสอบแล้วถามว่าคำตอบตรงกับตัวเองแค่ไหน คนส่วนใหญ่ตอบว่าแม่นมาก

ฟิล์มยกตัวอย่างคลิปในติ๊กต็อกที่เอาบุคลิกภาพของคนชอบไอศกรีมรสต่าง ๆ มาอธิบาย แล้วมีคนคอมเมนต์ว่า ตรงจนน่าตกใจ ทั้งที่รสที่ถูกเฉลยไม่ใช่รสที่ตัวเองชอบ

เพราะเวลาดู เราจะฟังผ่าน ๆ แล้วหยุดที่รสที่เราชอบ พอเจอคำอธิบายที่ตรงก็เชื่อทันที โดยไม่ทันสังเกตว่าคำอธิบายอื่นก็ตรงกับเราได้เหมือนกัน

ทำไมคำทำนายกว้าง ๆ ถึงรู้สึกตรงกับเรา

คำอธิบายแบบเบอร์นัมมักพูดถึงความขัดแย้งในตัวคน เช่น บอกว่าเราเป็นคนใจดี แต่ก็มีคนเคยเอาเปรียบเรา หรือบอกว่าเรามั่นใจในบางเรื่อง แต่ก็ยังลังเลเรื่องอื่นอยู่

คำแบบนี้ใช้ได้กับคนส่วนใหญ่ เพราะไม่มีใครที่มั่นใจไปหมดทุกเรื่อง หรือใจดีโดยไม่เคยถูกเอาเปรียบเลย พอคำอธิบายครอบคลุมกว้างขนาดนั้น เราจึงรู้สึกว่ามันเจาะจงมาที่เราคนเดียว

เราสร้างความจริงด้วยตัวเองได้จริงหรือ

อีกมุมหนึ่งที่คลิปพูดถึงคือเรามักทำให้สิ่งที่เชื่อนั้นเกิดขึ้นจริง พอเชื่อว่าคนนี้ต้องเลิกกับเราแน่ พฤติกรรมทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัวก็จะพาไปทางนั้น

ทั้งสามคำอธิบายที่ยกมา วนกลับมาที่สมองของเราเป็นหลัก ถ้าใครเชื่อว่าชีวิตขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมมากกว่า คำอธิบายเหล่านี้อาจไม่ตรงกับเขาก็ได้

ดูดวงแล้วได้อะไร และควรระวังอะไร

ข้อดีที่ทีมเห็นตรงกันคือทำให้รู้สึกว่าชีวิตควบคุมได้ อนาคตที่ไม่รู้ว่าเป็นยังไงก็พอจะเห็นหน้าตาคร่าว ๆ แล้วเตรียมตัวถูก

อีกอย่างคือตอนหมอดูทายแล้วตรง มันมีความรู้สึกตื่นเต้นจนโดพามีนหลั่ง บางคนเลยติดใจ อยากกลับไปดูอีกเรื่อย ๆ ซึ่งตรงนี้ต้องระวัง

พี่อลินเล่าประสบการณ์ตรงว่าเคยมีคนทักว่าดวงมีปัญหาต้องจ่ายเงินเท่านี้ถึงจะแก้ได้ ใช้ความกลัวเป็นเครื่องมือ แล้วเพื่อนของพี่ก็เคยโดนแบบนี้จนรู้สึกว่าไม่ไหว

การดูดวงเป็นอาชีพหนึ่ง จึงมีทั้งคนที่ทำจริงและคนที่ใช้ความเชื่อของคนอื่นหาประโยชน์ ถ้าถูกทักด้วยความกลัวแล้วปิดท้ายด้วยการเรียกเงิน ตรงนั้นควรตั้งสติ

ฟิล์มทิ้งท้ายว่าถ้าการดูดวงทำให้เรามีความสุขและไม่กระทบใคร ก็ดูต่อไปได้ แต่ดูแบบมีสติ ระวังโดนโกง และดวงเราอยู่ที่ตัวเราเป็นคนเลือกทางเดินเอง

บทความนี้ไม่ใช่การวินิจฉัยทางการแพทย์ หากใครกำลังรู้สึกแย่จนทำร้ายตัวเอง สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ให้บริการฟรีตลอด 24 ชั่วโมง

ทีม Alljit

บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย

นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา