ติดมือถือแค่ไหนถึงเรียกว่าติดจอ อันตรายกับชีวิตแค่ไหน
เช็กลิสต์ 5 ข้อจากรายการจิตติดจอ ดูว่าคุณติดมือถือแค่ไหน พร้อมวิธีรับมือและกฎหมายจำกัดเวลาจอในต่างประเทศ

ถ้าคุณหยิบมือถือขึ้นมาดูทั้งที่ไม่มีแจ้งเตือน หรือรู้สึกกระวนกระวายเมื่อแบตหมดกลางวัน นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าคุณกำลังติดจออยู่ และนี่ไม่ใช่เรื่องของเด็กเท่านั้น แต่ทุกวัยกำลังเจอปัญหาเดียวกัน
รายการจิตติดจอ EP.5 ยกสถิติจากปี 2567 ว่ายาวชนไทยใช้หน้าจอเฉลี่ย 35 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานถึง 2 เท่า และมีเด็กปฐมวัยอายุต่ำกว่า 6 ปี ถึง 64 เปอร์เซ็นต์ที่ใช้จอมากกว่าวันละ 1 ชั่วโมง
ติดจอคืออะไร วัดจากอะไร
การจะบอกว่าใครติดจอ ไม่ได้ดูแค่จำนวนชั่วโมง แต่ดูที่พฤติกรรมและผลกระทบที่เกิดขึ้นด้วย ถ้าใช้จอจนกระทบการเรียน การทำงาน หรือการเข้าสังคม มีอาการหงุดหงิดเมื่อถูกตัดจอ ปิดบังเวลาที่ใช้จริง หรือโกหกเรื่องเวลาที่อยู่กับจอ ถ้ามี 2-3 ข้อขึ้นไป
อาจเข้าข่ายติดจอ
ในรายการมีเช็กลิสต์ 5 ข้อให้ลองถามตัวเอง ข้อแรก รู้สึกอย่างไรเมื่อมีคนบอกให้วางมือถือ ข้อสอง ตั้งใจว่าจะใช้แค่ 15 นาทีแต่กลายเป็นชั่วโมง ข้อสาม หยิบขึ้นมาดูแม้ไม่มีการแจ้งเตือน ข้อสี่ ทนไม่ได้ถ้าลืมมือถือหรือแบตหมด ข้อห้า
การใช้จอเพิ่มประสิทธิภาพชีวิตหรือทำลายมันลง
ติดจอส่งผลเสียต่อสมองและอารมณ์อย่างไร
งานวิจัยจากเกาหลีปี 2021 โดยจิตแพทย์ที่ใช้ภาพ MRI แสดงว่าคนที่ติดสมาร์ทโฟนมีความสามารถในการจดจ่อน้อยลง ถูกเบี่ยงเบนความสนใจได้ง่าย และอาจเสื่อมของสมอง รวมถึงเสี่ยงซึมเศร้าและวิตกกังวลมากขึ้น
สมาคมการแพทย์อเมริกันยังพบว่าเด็กที่ใช้สมาร์ทโฟนบ่อยมีแนวโน้มคิดฆ่าตัวตายมากขึ้น และเด็กที่หยุดเล่นไม่ได้ก็มีความเสี่ยงนี้อย่างมีนัยสำคัญ แม้ยังไม่ชัดว่าอะไรเป็นเหตุเป็นผล แต่ความเชื่อมโยงนี้ชัดเจน
การใช้โซเชียลทำให้โดปามีนหลั่งแบบชั่วคราว ความสุขระยะสั้นนี้ยิ่งทำให้เสี่ยงซึมเศร้า เพราะพอเห็นคนอื่นมีความสุขบนโซเชียลแล้วเปรียบเทียบกับตัวเอง ก็อาจรู้สึกแย่และอยากปฏิเสธสังคม
การเลี้ยงดูไลฟ์สไตล์พ่อแม่ทุกวันนี้ส่งเสริมให้เด็กติดจอได้มากขึ้น
ต่างประเทศมีวิธีจัดการติดจออย่างไร
หลายประเทศออกกฎหมายจำกัดอายุขั้นต่ำสำหรับสมัครแพลตฟอร์มออนไลน์ ส่วนใหญ่กำหนดไว้ที่ 16 ปี มีกฎหมายควบคุมการกลั่นแกล้งทางไซเบอร์ ห้ามแชร์ข้อมูลส่วนตัวเด็ก ห้ามติดตามตำแหน่ง และมีการแจ้งเตือนเมื่อเลื่อนหน้าจออัตโนมัติ
จีนกำหนดให้เด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี ใช้อินเทอร์เน็ตได้วันละ 1 ชั่วโมง และห้ามเล่นโทรศัพท์ระหว่าง 4 ทุ่มถึง 6 โมงเช้า ยกเว้นได้รับอนุญาตจากผู้ปกครองหรือแอปที่จำเป็นจริง ๆ พร้อมมีระบบเตือนให้พักผ่อน
เมื่อเทียบกับบ้านเรา ประเทศไทยค่อนข้างให้อิสระมากกว่า แต่ก็เข้าใจได้ว่าต่างประเทศมีปัญหาอาชญากรรมทางมือถือมากกว่า ส่วนพ่อแม่ไทยก็ต้องทำให้ลูกเห็นว่าติดจอมีโทษ
พ่อแม่จะรับมือลูกติดจอได้อย่างไร
เริ่มจากโต๊ะกินข้าว ทุกคนควรโฟกัสกับอาหารและคนตรงหน้า ไม่หยิบมือถือขึ้นมาดูการ์ตูนหรือยูทูป เพราะช่วงเวลานั้นอาจเป็นเวลาเดียวที่ได้คุยกันจริง ๆ
เวลาลูกเล่นมือถือ อย่าดุทันที ให้ถามก่อนว่ากำลังเล่นอะไร มีอะไรให้พ่อเล่นด้วยได้ไหม การพูดคุยด้วยความเข้าใจจะช่วยให้เขาไม่ปิดกั้นและไม่แอบทำสิ่งที่อันตราย
ต้องจำกัดเวลาหน้าจอและสร้างกฎที่ชัดเจน โดยเฉพาะบ้านที่นอนแยกห้อง ลูกอาจแอบเล่นกลางคืนได้ หากิจกรรมอื่นทดแทน เช่น เดินป่า อ่านหนังสือ หรือทำกิจกรรมนอกบ้าน และสอนให้ใช้สื่ออย่างถูกต้องในฐานะเครื่องมือ
อยากบอกคนใกล้ตัวที่ติดจอ ควรพูดอย่างไร
เริ่มด้วยการบอกว่า สังเกตเห็นว่าเธอใช้เวลากับหน้าจอมากขึ้น เป็นห่วงนะ มีอะไรให้ช่วยไหม หรือชวนไปเดินเล่น ทำกิจกรรมอื่นด้วยกัน โดยไม่ตำหนิหรือตัดสิน
สำหรับหลาน Gen Alpha การชวนคุยด้วยความเป็นห่วงและชวนไปทำกิจกรรมที่น่าสนใจจะช่วยดึงความสนใจออกจากหน้าจอได้ มากกว่าการห้ามหรือบังคับ
ใช้จอแบบไหนถึงเรียกว่าอันตราย
การใช้จอที่อันตรายคือใช้ติดต่อกันนานจนกระทบสุขภาพและการใช้ชีวิต เช่น ปวดตา ตาแห้ง ปวดศีรษะ นอนไม่หลับจากการใช้จอในที่มืด หรือละเลยหน้าที่หลักของตัวเอง
ถ้าใช้จอเป็นเครื่องมือที่ควบคุมได้ว่าจะใช้กี่ชั่วโมง เมื่อไหร่ เพื่ออะไร นั่นคือการใช้ แต่ถ้าขาดมันไม่ได้และจอเป็นคนสั่งให้เราใช้จนกระทบชีวิต นั่นคือการพึ่งพาหรือติด
บทความนี้ไม่ใช่การวินิจฉัย หากกังวลเรื่องสุขภาพจิตหรือมีความคิดทำร้ายตัวเอง โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง
ทีม Alljit
บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย