ยิ่งโต เวลายิ่งหล่นหาย ทำไมรู้สึกเหมือนเพิ่งต้นปีแต่จะสิ้นปีแล้ว
รู้สึกเหมือนเพิ่งเขียนปี 2025 อยู่เลย แต่ปฏิทินบอก 2026 แล้ว ทำไมยิ่งอายุมากขึ้น เวลาถึงผ่านไปเร็วขึ้นทุกปี มีคำตอบจากงานวิจัยและจากคนที่นั่งคุยกันในไลฟ์

รู้สึกเหมือนเพิ่งเขียนวันที่ 2025 อยู่เลย แต่ปฏิทินบอกว่า 2026 แล้ว นี่คือความรู้สึกที่หลายคนแชร์ตรงกันในไลฟ์ของพี่เจนกับแบม ที่เปิดวงมาด้วยคำถามง่ายๆ ว่าทำไมยิ่งอายุมากขึ้น เวลาถึงผ่านไปเร็วขึ้นทุกปี
คำตอบไม่ได้อยู่ที่เวลาบนนาฬิกา แต่อยู่ที่วิธีที่สมองเราจัดเก็บความทรงจำ และรูทีนที่เราทำซ้ำเดิมทุกวัน
ทำไมยิ่งอายุมากขึ้น เวลาถึงผ่านไปเร็วขึ้น
มีคนดูพิมพ์เข้ามาในคอมเมนต์ว่า เขาบอกว่าเหตุผลที่รู้สึกว่าเวลาไวขึ้นอาจเป็นเพราะความทรงจำใหม่ๆ น้อยลง พี่เจนรับคำนี้ทันที แล้วเชื่อมกับสิ่งที่ตัวเองเจอ
ช่วงที่ต้องเข้าออฟฟิศบ่อยๆ ทุกวันมันเหมือนเดิมจนไม่รู้จะเขียนอะไรลงไดอารี่ แต่พอได้ทำอะไรใหม่ๆ ต่อให้เล็กน้อย มันก็รู้สึกว่าวันนั้นมีอะไรเกิดขึ้น
ยิ่งมีอะไรทำก็ยิ่งผ่านไปไว ยิ่งมีความทรงจำก็ยิ่งผ่านไปไว
ฟังดูขัดกัน แต่จริงๆ แล้วมันคือสองด้านของเรื่องเดียวกัน วันที่ทำอะไรใหม่ๆ เยอะจะผ่านไปไวเพราะเต็มไปด้วยเหตุการณ์ แต่พอหันกลับไปมอง ปีที่เต็มไปด้วยความทรงจำจะรู้สึกยาวกว่าปีที่ทุกวันเหมือนกันหมด
ทำไมปีที่ผ่านไปไวถึงจำอะไรไม่ได้เลย
พี่เจนเล่าว่าเคยไปดูรูปปี 2016 แล้วเพิ่งรู้ว่ามันผ่านมาแล้วหลายปี ตอนนั้นยังเป็นปี 4 ส่วนแบมยังอยู่ ม.4 พอเทียบกันแล้วถึงรู้ว่าห่างกันจริง
แต่พอถามว่าเมื่อปีที่แล้วทำอะไรบ้าง หลายคนกลับนึกไม่ออก ทั้งที่เพิ่งผ่านไปแค่ 12 เดือน นี่คือสัญญาณว่าปีนั้นเต็มไปด้วยรูทีน ไม่ใช่เหตุการณ์
วัยทำงานตื่นไปทำงาน กลับบ้าน นอน แล้ววนซ้ำ ความทรงจำเลยเกาะอะไรไม่ติด พอไม่มีจุดให้ยึด ปีนั้นเลยเหมือนถูกย่นหายไป
ทำไมเดือนต้นปีถึงรู้สึกยาว แต่ปลายปีแป๊บเดียวก็หมด
มีคนในคอมเมนต์บอกว่าต้นเดือนนาน เพราะเงินเดือนหมดแล้วเข้าปุ๊บป๊อปเข้าปุ๊บออก ฟังดูตลกแต่ตรงกับสิ่งที่หลายคนเจอ
ช่วงต้นเดือนที่ยังมีอะไรต้องจัดการ เยอะแยะไปหมด วันหนึ่งรู้สึกยาว แต่พอเข้าสู่ช่วงที่ทุกอย่างนิ่งและซ้ำเดิม วันที่ 3 กับวันที่ 6 กลับแยกไม่ออก
พี่เจนเล่าว่าเมื่อวานรู้สึกว่าวันนานมาก แต่พอไม่ได้ไปโฟกัสที่เวลา แป๊บเดียวก็ 4 โมงแล้ว กลับกันวันที่จดจ่อรอให้วันหมด วันนั้นจะยาวเป็นพิเศษ
วัยไหนที่รู้สึกว่าเวลาผ่านไปช้าที่สุด
ทั้งสองคนเห็นตรงกันว่าช่วงมัธยมรู้สึกว่าช้าจริงๆ แต่พอมหาลัยมันเร็วจนจำไม่ค่อยได้
แต่มีข้อยกเว้น แบมเรียนปีสุดท้ายช่วงโควิด ต้องเรียนออนไลน์อยู่บ้าน ไม่ได้เจอเพื่อน ตอนนั้นรู้สึกว่าวันหนึ่งนานมาก
พอทบทวนดูก็พบว่ามันไม่กี่เดือน แต่ความจำมันขยายช่วงนั้นให้ใหญ่กว่าความเป็นจริง เพราะทุกวันมีอะไรที่ต่างจากเดิม
โตขึ้นแล้วทำไมวันเกิดไม่สำคัญเหมือนเดิม
มีคนในไลฟ์พูดถึงเรื่องนี้ตรงๆ ว่ายิ่งอายุมากขึ้น มันไวกว่าเดิมมากจนไม่สำคัญอีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็นปีใหม่หรือวันเกิด
ตอนเด็กและวัยรุ่น วันเกิดคือเหตุการณ์ใหญ่ที่รอทั้งปี แต่พอโตขึ้น บางคนถึงขั้นไม่อยากให้วันเกิดมาถึงด้วยซ้ำ
พี่เจนเล่าถึงลิงก์ประเมินอายุขัยที่เคยทำ ซึ่งคำนวณจากความเสี่ยงและไลฟ์สไตล์ แล้วออกมาเป็นตัวเลขปีที่เหลือ
แต่สุดท้ายก็มีคนในวงสรุปว่ามันไม่แน่นอน เพราะความตายเกิดขึ้นได้ทุกวินาที จะให้เวลาที่เหลือมาคุมทั้งชีวิตก็ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้
ทำงานที่เดิมมานาน ทำไมรู้สึกว่าเพิ่งเข้ามาไม่นาน
แบมเล่าว่าทำงานที่เดิมได้ปีครึ่งแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกเหมือนเพิ่งเข้ามาเอง
มีคนในไลฟ์ถามว่าตอนนั้นอายุเท่าไหร่ พอเทียบปีเกิดกับปีปัจจุบันแล้วถึงกับอุทานว่าผ่านมาไวขนาดนี้เลยหรือ
คำถามนี้วนกลับมาที่เดิม งานที่ทำทุกวันไม่เปลี่ยน จำอะไรไม่ได้ พอไม่มีจุดหมายให้จำ ปีของคนทำงานเลยผ่านไปโดยไม่ทิ้งร่องรอย
ทำยังไงให้ปีหนึ่งไม่หายไปทั้งปี
คำตอบที่โผล่มาจากบทสนทนาคือการทำอะไรใหม่ๆ แม้จะเล็กน้อย แค่พอให้วันนั้นต่างจากวันอื่น
มีคนในไลฟ์เล่าว่าเคยทำอะไรเป็นรูทีนจนไม่รู้จะเขียนอะไรลงไดอารี่ แต่พอวันไหนได้ทำอะไรใหม่ก็มีเรื่องให้จด
อีกคนเล่าว่าตอนนี้มีเวลาดูแลคุณยายอยู่ ยังไม่ได้ทำงานประจำ เลยเลือกทำตรงนี้ให้เต็มที่ เพราะรู้ว่าอีกวันหนึ่งพอต้องทำงาน สิ่งนี้จะทำได้น้อยลง
ไม่ต้องรอให้เป็นเหตุการณ์ใหญ่ ขอแค่มีอะไรที่ทำให้สมองต้องบันทึกไว้ ปีนั้นก็จะมีจุดให้ยึดมากกว่าที่คิด
บทความนี้ไม่ใช่การวินิจฉัย หากรู้สึกว่าความเครียดหรือความกังวลส่งผลต่อชีวิตประจำวัน ติดต่อสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง
ทีม Alljit
บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย