ผ่านไปครึ่งปี ชีวิตปังหรือพัง ให้คะแนนตัวเองกี่คะแนน
ครึ่งปีแรกผ่านไปแล้ว ชีวิตเราปังหรือพัง พิธีกรสองคนให้คะแนนตัวเอง 4.5 กับ 3.5 พร้อมเล่าเป้าที่ตั้งไว้ต้นปีแล้วทำไม่ได้

ครึ่งปีแรกผ่านไปแล้ว ถ้าให้คะแนนชีวิตตัวเองเต็ม 5 เจนให้ 4.5 มายให้ 3.5 ทั้งคู่บอกว่าไม่ได้แปลว่าชีวิตดีเลิศหรือแย่จนหมดหวัง แต่เป็นคะแนนที่มาจากการนั่งทบทวนว่าเป้าที่ตั้งไว้ตอนปีใหม่ทำได้แค่ไหน
เจนเล่าว่าเป้าแรกคือกลับบ้านบ่อยขึ้น แต่กลับล่าสุดคือเมษายน แล้วก็ไม่ได้กลับอีกเลย
ตั้งเป้าต้นปีไว้แล้วทำไม่ได้ ควรรู้สึกผิดแค่ไหน
เจนตั้งเป้าไว้สามข้อ กลับบ้านบ่อย แยกขยะให้ได้ และลดน้ำหวานกับของทอด ข้อแรกผ่านไปสามเดือนยังไม่ได้กลับ ข้อสองยอมรับว่าสั่งเดลิเวอรีบ่อยจนใช้กล่องเยอะ ข้อสามคือกินของหวานหนักกว่าเดิม
เธอเล่าว่าตอนกินรู้สึกดี แต่พอ吃完แล้วรู้สึกไม่โอเคกับตัวเอง
ตอนกินมันโอเคไง แต่ว่าพอมันกินเสร็จเราจะไม่อยากกินเลย
มายตั้งเป้าเรื่องสุขภาพคล้ายกัน ทั้งเรื่องอาหารการกินและการใช้จ่าย แต่สิ่งที่เธอเจอหนักกว่าคือร่างกายที่ซ่อมตัวเองช้าลง
อายุมากขึ้นแล้วร่างกายฟื้นตัวช้าลงจริงไหม
มายเล่าว่าเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาปวดท้องหนัก เคยคิดว่าแค่กินเกลือแร่ก็หาย แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา สุดท้ายต้องไปหาหมอ
เจนเสริมว่าอย่านอนทนปวด บางอย่างร่างกายจัดการเองไม่ได้จริง
กินเยอะเพราะหิว หรือเพราะแค่อยากกิน
มายบอกว่าบางครั้งแยกไม่ออกระหว่างหิวกับแค่อยากกิน คำว่าแค่อยากทำให้กินเกินที่ร่างกายต้องการ
เธอลองคำนวณค่าใช้จ่ายรายเดือน พบว่าค่าอาหารเป็นก้อนใหญ่ที่สุด ซื้อมาเยอะจนเหลือทิ้ง เสียดายทั้งเงินและอาหาร
คนฟังเล่าอะไรบ้างในครึ่งปีแรก
มีคนฟังคนหนึ่งเล่าว่าครึ่งปีแรกเหนื่อยมาก ความคิดแย่ๆ วนเข้ามาบ่อย พยายามเล่าให้คนที่ไว้ใจฟัง แต่รู้สึกเหมือนไม่มีใครแคร์เท่าที่ควร
เจนตอบกลับว่าช่วงนี้หลายคนมีปัญหาเรื่องงานและเศรษฐกิจ ใครที่ยังพอช่วยได้ก็ช่วยในแบบที่ไหว การที่รู้สึกว่าไม่มีคนแคร์อาจเป็นเพราะคนรอบข้างเองก็กำลังแบกเรื่องของตัวเองอยู่
อีกคนเล่าว่าครึ่งปีแรกพังจนเริ่มคิดอยากย้ายไปอยู่ต่างประเทศ เพราะเห็นคนที่ไปแล้วคุณภาพชีวิตดีขึ้น
มายบอกว่าเข้าใจความรู้สึกนั้น และเคยคิดแบบเดียวกัน แต่ถ้ายังไม่มีโอกาส ก็ต้องหาวิธีอยู่กับสิ่งตรงหน้าให้ได้ก่อน
ทำไมปีนี้รู้สึกว่าชีวิตยุ่งเหยิงกว่าที่คิด
มีคนฟังเปรียบชีวิตครึ่งปีแรกว่าเหมือนสายไฟบนเสาไฟฟ้าข้างถนน ที่พันกันยุ่งจนข้ามถนนไม่ได้
เจนบอกว่าชีวิตคนเรามีช่วงรุ่งรังสลับกับช่วงที่ค่อยๆ คลายปมออก พอผ่านไปแล้วมองย้อนกลับมาจะรู้ว่าเราผ่านมันมาได้
ครึ่งปีหลังอยากปรับอะไรบ้าง
ทั้งสองคนพูดถึงเรื่องการกินเป็นอันดับแรก ไม่ได้จะงดน้ำหวานทั้งหมด แต่จะควบคุมปริมาณและออกกำลังกายให้มากขึ้น
เจนบอกว่าตั้งใจจะเตือนตัวเองเรื่องความอยากซื้อของ เพราะค่าอาหารและของใช้กลายเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่คุมไม่อยู่
มีคนฟังแนะนำว่าลองหายใจเข้าลึกๆ เกร็งท้องนับ 1 ถึง 10 แล้วผ่อนออก ทำตอนรถติดได้ด้วย
ทั้งคู่ปิดท้ายด้วยการขอบคุณคนฟังที่ติดตามมาตั้งแต่ปี 2021 และบอกว่าจะกลับมาอัปเดตชีวิตกันอีกครั้งในครึ่งปีหลัง
ทีม Alljit
บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย