Alljit Blog
Learn & Share

น้องธันย์ สาวน้อยคิดบวก กับมุมมองความรักที่ไม่มีอะไรขาดหาย

คุณธันย์ นิชาลี เสียขาทั้งสองข้างจากอุบัติเหตุรถไฟฟ้าที่สิงคโปร์ เธอเล่าว่าไม่มีปีไหนที่แย่ที่สุด และความรักก็ยังคือความรัก

"น้องธันย์ สาวน้อยคิดบวก" ไม่มีอะไรขาดหาย ความรักก็ยังคือรัก l How to Love Me Project

คุณธันย์ นิชาลี เป็นเอกชนะศักดิ์ เป็นนักเรียนไทยที่ประสบอุบัติเหตุตกรถไฟฟ้าที่ประเทศสิงคโปร์เมื่อปี 2011 เธอถูกตัดขาทั้งสองข้าง และปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทยในฐานะคนพิการประเภทเคลื่อนไหว

เธอทำงานด้านการช่วยเหลือคนพิการในเชิงนโยบาย ควบคู่กับการเรียนปริญญาเอกด้านนโยบายสาธารณะ และรับงานเป็นอินฟลูเอนเซอร์บ้างเป็นครั้งคราว

คำถามที่หลายคนอยากรู้คือ หลังเกิดเรื่องหนักขนาดนั้น ชีวิตยังมีความสุขได้จริงหรือ เธอตอบกับพิธีกรว่าแต่ละปีมีความสุขในรูปแบบที่แตกต่างกัน และไม่มีปีไหนที่แย่ที่สุด

ช่วงแรกหลังอุบัติเหตุเป็นยังไง

ก่อนเกิดเหตุ เธอเป็นคนปกติที่บินไปเรียนที่สิงคโปร์ เพราะอยากออกจากเซฟโซนของตัวเอง อยากรู้ว่าเก่งอะไรและต้องพัฒนาจุดไหน

พอเจออุบัติเหตุ ทุกอย่างที่เคยเชื่อและทำมาตลอดจนอายุ 14 ปี กลายเป็นแพทเทิร์นที่ใช้ไม่ได้อีก ข้อจำกัดทั้งเรื่องสุขภาพและการขาดขาทำให้การใช้ชีวิตเปลี่ยนไปแทบทั้งหมด

เธอบอกว่ามันเหมือนเกิดใหม่ มุมมองที่มีต่อตัวเองเปลี่ยนก่อน จากนั้นคือมุมมองที่เข้าใจสังคมและสภาพแวดล้อมรอบตัว

เศร้าไหม ทำไมยังยิ้มได้

เธอเล่าว่าช่วงนั้นทุกอย่างเข้ามาและผ่านไปเร็วมาก แต่ละวันมีเรื่องใหม่ให้จัดการ การรักษาและสิ่งที่ต้องทำตรงหน้ามีมากพอจนไม่มีเวลานั่งคิดว่าชีวิตควรไปทางไหน

มีคนเคยถามว่าเคยถึงจุดที่อยากฆ่าตัวตายไหม เธอนึกไม่ออก เพราะไม่มีเวลาว่างให้ความรู้สึกนั้นก่อตัว

ทำยังไงก็ได้ให้ตัวเองยุ่งจนลืมเรื่องนั้นไป

วิธีที่เธอใช้คือโฟกัสกับสิ่งที่ทำอยู่ตรงหน้า ตอนนั้นคือทำให้แผลหายเร็ว กลับมาเดินได้ กลับมาใช้ชีวิตเหมือนคนทั่วไป

พอทำไปเรื่อย ๆ เริ่มเห็นพัฒนาการ และเริ่มรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า ทีละนิดทีละหน่อย ไม่ได้มั่นคงตั้งแต่แรก

สร้างคุณค่าในตัวเองยังไง

เธอมองว่าคุณค่าไม่มีผิดไม่มีถูก อยู่ที่แต่ละคนนิยาม สำหรับเธอ มันคือการที่ครอบครัวอยู่ด้วยแล้วไม่กังวล รู้สึกมั่นคง และใช้ชีวิตแต่ละวันได้อย่างคุ้มค่า

เธอเปรียบว่าถ้าไม่มีหัวหรือไม่สร้างหลังคาบ้านก่อน จะตอบตัวเองไม่ได้ว่าเกิดมาเพื่ออะไร ทำให้หลายคนหลงทาง

คุณค่าของเธอเริ่มจากเรื่องง่าย ๆ คือกลับมาเดินได้ ช่วยเหลือตัวเองได้ ขับรถไปทำงานเองได้ โดยที่ความพิการไม่เป็นอุปสรรค

เธอบอกว่าคุณค่าไม่ใช่สินทรัพย์หรือมูลค่า แต่คือสิ่งที่เราได้รับมาแล้วรู้สึกแฮปปี้กับการใช้ชีวิตในสิ่งนั้น

รักตัวเองกับสร้างคุณค่าต่างกันไหม

เธอมองว่าสองเรื่องนี้เป็น subset ของกันและกัน อยู่ในร่มเดียวกัน relate กัน

เมื่อไหร่ที่เรารักตัวเอง เราก็อยากให้สิ่งดี ๆ กับตัวเอง ไม่มีใครรักตัวเองแล้วพาตัวเองไปอยู่ในที่แย่ ๆ

ไม่มีอะไรขาดหาย ความรักก็ยังคือรัก

เธอเชื่อว่าคนทุกคนมีความรัก จะเป็นรูปแบบไหนก็อีกเรื่อง แต่ทุกความรักมีทั้งสุขและทุกข์ปนกัน

บางความรักเราทนได้แม้สิ่งต่าง ๆ จะเปลี่ยนแปลงไม่ได้ หรือเราต้องอยู่กับมันต่อไป เธอไม่ได้บอกว่าอันไหนผิดอันไหนถูก

เธอบอกว่าทุกคนมีสิทธิ์ที่จะรัก และมีสิทธิ์เรียนรู้จากทุกความรักในชีวิต ภายใต้การเรียนรู้นั้นก็มีสิทธิ์ที่จะเข้าใจความรักและนำมันกลับมารักตัวเองได้ตลอดเวลา

การเรียนรู้ความรักได้ดีที่สุดก็คือเริ่มต้นจากการรักตัวเอง

ถ้ารู้ว่ารักตัวเองมากพอ จะรู้เส้นทางต่อไปว่าจะรักคนอื่นยังไง ไม่ใช่เรื่องของคนอื่นก่อน แต่เริ่มจากตัวเอง

ส่วนความรักที่เป็นทุกข์ เธอไม่ปฏิเสธมันทั้งหมด เพราะบางอย่างเราจำเป็นต้องอยู่กับมัน แต่สุดท้ายไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ มันก็คือความรักที่ดีที่ทำให้เราเรียนรู้ตัวเองมากขึ้น

ตอนนี้ทำอะไรอยู่ ติดตามได้ที่ไหน

ปัจจุบันเธอยังเป็นนักสร้างแรงบันดาลใจ ไปพูดตามองค์กร โรงเรียน และวัดในหลายบริบท หลายบทบาทอาชีพ

ช่องทางหลักคือแฟนเพจชื่อ น้องธันย์ สาวน้อยคิดบวก และมี TikTok กับ YouTube ที่อัปเดตเป็นครั้งคราว เพราะตอนนี้เวลาไปกับเรียนเอกค่อนข้างมาก

บทความนี้ไม่ใช่การวินิจฉัยทางการแพทย์ หากมีเรื่องสุขภาพจิตที่ต้องการความช่วยเหลือ โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง

ทีม Alljit

บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย

นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา