Alljit Blog
พูดคุย

พูดเล่น ๆ แต่เจ็บจริง คำแซวที่ทำร้ายใจคนฟัง

คำหยอกที่คิดว่าเล่น ๆ อาจสร้างแผลในใจคนฟังไปตลอด บางประโยคพูดซ้ำ ๆ จนกลายเป็นความเจ็บที่เก็บไว้เงียบ ๆ

พูดเล่น ๆ แต่เจ็บจริง

หลายคนคงเคยเจอคำพูดที่อีกฝ่ายบอกว่าพูดเล่น แต่เรากลับรู้สึกเจ็บจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นคำว่า อ้วนขึ้นนะ แก่จัง หรือ ผิวดำจัง ประโยคเหล่านี้มักถูกโยนมาพร้อมรอยยิ้ม แต่คนฟังอาจเก็บไปคิดต่อทั้งคืน

ในรายการ พูดเล่น ๆ แต่เจ็บจริง พิธีกรอย่างพี่มายและทีมได้คุยกันว่าทำไมคำแซวเล็ก ๆ ถึงกลายเป็นบาดแผลได้ เพราะความหมายของคำไม่ได้อยู่ที่คนพูด แต่อยู่ที่คนฟังเป็นคนตีความ

ทำไมคำพูดเล่น ๆ ถึงเจ็บจริง

พี่มายเล่าว่าตอนเด็กตัวเองผิวดำและโดนผู้ใหญ่ล้อว่า ดำเหมือนตัวเขียว มาถึงตอนโตก็ยังมีคนพูดว่า ผิวแบบนี้สเปคฝรั่งเลย ซึ่งฟังดูเหมือนคำชม แต่สำหรับคนที่โดนมาตั้งแต่เด็ก มันฝังใจและกลายเป็นปม

อีกตัวอย่างคือคำว่า มึงทำไม่ได้หรอก มึงเริ่มไม่ได้หรอก ที่ถูกพูดออกมาจากปากคนสนิท แม้จะเป็นความจริง แต่ก็รู้สึกเหมือนถูกดูถูก และมีคนแชร์ในคอมเมนต์ว่าคำว่า ไว้มีลูกแล้วจะเข้าใจ ก็เจ็บไม่แพ้กัน

คำพูดความหมายมันอยู่ที่คนฟัง

ประเด็นคือเจตนาของคนพูดกับการรับรู้ของคนฟังไม่ตรงกันเสมอ บางคนคิดว่าแค่หยอก แต่คนฟังอาจกำลังอยู่ในช่วงเปราะบาง หรือมีปมเรื่องนั้นอยู่แล้ว

แซวแบบไหนเรียกว่าหยอก แซวแบบไหนเรียกว่าบูลลี่

พี่ฟิวแยกไว้ชัดว่า ถ้าเจตนาเชิงบวกคือการหยอกหลอก แต่ถ้าเจตนาให้อีกฝ่ายเจ็บหรือกดคนอื่นลง นั่นคือการบูลลี่ เพราะมันมีเรื่องของอำนาจเข้ามาเกี่ยวข้อง

การแซวที่ปลอดภัยจึงต้องดูว่าอีกฝ่ายรู้สึกอย่างไร ไม่ใช่ดูว่าเราตั้งใจดีแค่ไหน ถ้าเขาไม่ขำด้วย มันก็ไม่ใช่เรื่องตลก

คำพูดแบบไหนที่คนมักเก็บไปคิด

  • อ้วนขึ้นนะ
  • แก่จัง
  • ผิวดำจัง
  • มึงทำไม่ได้หรอก
  • ไว้มีลูกแล้วจะเข้าใจ
  • ตื้อจัง

คำพวกนี้มักถูกพูดในบริบทที่คนพูดคิดว่าเล่น แต่คนฟังกลับรู้สึกว่าถูกตีค่า ถูกตัดสิน หรือถูกทำให้ด้อยลง โดยเฉพาะเมื่อพูดต่อหน้าคนอื่น

ทำไมเราถึงพูดตรง ๆ ว่าเจ็บไม่ได้

ทีมพูดกันว่าการบอกว่า เฮ้ย แรงจัง ฟังดูง่าย แต่ทำจริงยาก เพราะเราไม่ถูกฝึกให้ร้องขอหรือแสดงความรู้สึกตั้งแต่เด็ก พอโดยแซวเลยได้แต่ยิ้มแล้วเก็บไว้

บางครั้งคนพูดก็ไม่ได้ตั้งใจ แต่เราเจ็บไปแล้ว การโทษว่าใครผิดจึงไม่ใช่คำตอบ เพราะความหมายของคำมันขึ้นอยู่กับทั้งสองฝ่าย

มันยากนะที่เราจะบอกกับคุณนั้นว่าแบบคิดเหมือนกัน

รับมือกับคำแซวที่ทำร้ายใจยังไง

วิธีที่ทีมเสนอคือเริ่มจากการรู้ตัวเองก่อนว่าช่วงนี้เราไหวแค่ไหน ถ้ารู้สึกว่าเปราะบางก็ควรบอกตรง ๆ ว่าไม่โอเค หรือถ้าอีกฝ่ายสนิทพอ ก็บอกไปเลยว่าเราไม่ชอบคำนี้

อีกทางคือให้เวลากับตัวเอง ถอยออกมาจากสถานการณ์นั้น แล้วค่อยกลับมาคุยกันด้วยความเข้าใจ เพราะบางคนไม่รู้ตัวว่าพูดไปแล้วอีกฝ่ายเจ็บ

ทำไมคนพูดคำพวกนี้ถึงไม่รู้ตัว

เพราะหลายคนโตมากับการแซวแบบนี้จนคิดว่ามันเป็นเรื่องปกติ พี่มายเล่าว่าเราเรียนรู้การหยอกกันมาตั้งแต่เด็ก และบางทีก็ไม่ได้รู้ตัวว่ามันคือการล้อที่ทำร้าย

พอโตขึ้นและมีลูก พี่มายบอกว่าพยายามเลี้ยงลูกไม่ให้โดนแบบที่ตัวเองเคยโดน เพราะรู้แล้วว่าคำแซวบางคำมันเจ็บแค่ไหน

คำแซวกับความรัก

มีคอมเมนต์เรื่องคนที่ถูกบอกว่า ตื้อจัง ทั้งที่แค่พยายามจีบ ซึ่งทีมมองว่าเรื่องความรักเป็นเรื่องที่สั่งกันไม่ได้ เราบังคับให้ใครรู้สึกเหมือนเราไม่ได้ และการบอกว่าเขาตื้อก็อาจทำให้อีกฝ่ายเจ็บ

สุดท้ายแล้วทุกคำพูดมีผลต่อความรู้สึกของคนอื่นเสมอ การพูดเล่นจึงควรมาพร้อมความใส่ใจว่าอีกฝ่ายพร้อมจะรับหรือไม่

บทความนี้ไม่ใช่การวินิจฉัยทางการแพทย์ หากรู้สึกว่าคำพูดเหล่านั้นกระทบใจจนใช้ชีวิตลำบาก สามารถโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง

ทีม Alljit

บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย

นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา