รู้ทันสื่อ คืออะไร ทำไมต้องแยกให้ออกก่อนเชื่อทุกข่าว
การรู้เท่าทันสื่อไม่ใช่แค่เรื่องของคนทำงานข่าว แต่เป็นทักษะที่ใช้ได้ทุกวัน ทั้งการดูข่าว ดูคลิป หรือดูการ์ตูนกับเด็ก

การรู้เท่าทันสื่อคือความสามารถในการไม่หลงเชื่อเนื้อหาที่ได้อ่าน ได้ยิน ได้ฟัง แต่รู้จักตั้งคำถามว่าสิ่งนั้นจริงไหม ใครเป็นคนพูด เขาต้องการอะไรจากเรา ทักษะนี้ใช้ได้ทุกวัน เพราะสื่ออยู่รอบตัวเราตั้งแต่ตื่นจนเข้านอน
เจนกับมายชวนคุยเรื่องนี้ในรายการออลล์จิต ทั้งคู่ยอมรับว่าโตมาก็ยังโดนหลอกบ่อย ทั้งข่าวปลอมและโพสต์สั้นๆ ที่ตั้งใจให้คนเข้าใจผิดเพื่อเพิ่มยอดคอมเมนต์
รู้เท่าทันสื่อหมายถึงอะไร
เจนเล่าว่าตอนเด็กดูการ์ตูนแล้วคิดว่าฉากต่อสู้ที่เอาดาบฟันกันแล้วล้มลงไป คือคนที่ตายจริงๆ เธอเชื่อว่าคนที่เล่นฉากตายคือคนที่อยากตายจริง ทุกวันนี้ย้อนไปคิดก็ตลก แต่ตอนนั้นเราไม่รู้ว่าเขาจ้างนักแสดงมาเล่น
มายเองก็เชื่อว่าตัวเองมีธาตุทั้งสี่แบบในการ์ตูนเรื่องหนึ่ง ถึงขั้นท่องคาถาไปสู้กับเพื่อนที่โรงเรียน ตอนเด็กเราแยกไม่ออกว่าอะไรคือเรื่องแต่ง อะไรคือเรื่องจริง
เราก็เชื่อไปว่าเรามีธาตุทั้ง 4 นะ
ทำไมเด็กดูทีวีแล้วเข้าใจผิด
เจนเล่าอีกเรื่อง ละครสมัยก่อนมักแทรกภาพตึกสูงกับรถติด พอป้าชวนไปเที่ยวกรุงเทพ เธอเลยคิดว่ากรุงเทพมีแต่ตึกสูงไปหมด จนป้าต้องบอกว่ามีบ้านไม้และอย่างอื่นด้วย
ภาพที่ตัดมาแทรกในละครมันคือแค่บางมุม ไม่ใช่ทั้งเมือง แต่เด็กไม่รู้ก็เลยเหมารวมไปหมด นี่คือข้อเสียของการปล่อยให้เด็กดูทีวีคนเดียวโดยไม่มีใครชวนคุย
สื่อมีกี่ประเภท
เจนอ้างถึงวิเวียน นักวิชาการด้านสื่อที่เขียนหนังสือเรื่อง Media of Mass Communication ว่าสื่อแบ่งได้หลายแบบ ออลล์จิตจัดอยู่ในกลุ่ม Sound Media เหมือนวิทยุและพอดแคสต์
ฟังสดหรือย้อนหลังได้ทั้งนั้น ทุกวันนี้เราตื่นมาก็เจอสื่อหลายช่องทางหลายประเภทแล้ว
ทำไมคนฉลาดก็ยังโดนข่าวปลอมหลอก
มายเจอแนวคิด Optimism Bias จากข้อมูลของ The Momentum คือคนมักเชื่อว่าตัวเองรู้เท่าทันสื่อมากกว่าคนอื่น มีเหตุผลกว่าคนอื่น ผลคือลดความระวังในการเช็กข้อมูลลง
อีกอันคือ Confirmation Bias เรามักหาข้อมูลที่ตรงกับความเชื่อเดิมของตัวเอง มาหนุนสิ่งที่คิดไว้แล้ว ทั้งที่ความเชื่อนั้นอาจไม่ถูกตั้งแต่แรก
เรามีอารมณ์ร่วมกับสิ่งที่เราเห็น
คนไทยใช้สื่อมากแค่ไหน
ข้อมูลจากบริษัทซินโนเวทเก็บกลุ่มอายุ 15 ถึง 24 ปี พบว่าคนไทยใช้อินเทอร์เน็ตสูงถึง 3 ชั่วโมงต่อวัน มากเป็นอันดับหนึ่งของเอเชีย
ทั้งโซเชียลมีเดียและเว็บอื่นๆ บางคนแยกไม่ออกว่าอะไรดีหรือไม่ดี และการใช้โซเชียลมากเกินไปก็กระทบจิตใจได้
รู้เท่าทันสื่อทำได้ยังไง
มี 5 ขั้น ขั้นแรกคือเปิดรับสื่อแล้วรู้ทันอารมณ์ตัวเอง แยกความคิดกับความรู้สึกออกจากกันว่าดูสิ่งนี้แล้วเราคิดอะไร รู้สึกยังไง
ขั้นที่สองคือวิเคราะห์สื่อ ว่าเป็นสื่อประเภทไหน มีวัตถุประสงค์อะไร อยากบอกอะไรกับคนดู ขั้นที่สามคือทำความเข้าใจ สิ่งที่สื่อนำเสนอ
ขั้นที่สี่คือประเมินค่าว่าสิ่งนั้นมีคุณภาพแค่ไหน ขั้นสุดท้ายคือนำสื่อมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ตั้งแต่ข้อสองถึงห้าเอามาใช้ได้จริง
รู้เท่าทันสื่อช่วยเรื่องครอบครัวได้ยังไง
มายเล่างานวิจัยหนึ่งที่พบว่า การสอนให้เด็กรู้เท่าทันสื่อทำให้เด็กกินผักผลไม้มากขึ้น และสื่อสารกับพ่อแม่ดีขึ้น
เพราะในการทดลอง พ่อแม่กับเด็กได้เรียนรู้โภชนาการด้วยกัน แล้วช่วยกันดูว่าโฆษณาอาหารใช้เทคนิคอะไร เพื่อแยกให้ออกว่าอันไหนคือข้อมูล อันไหนคือการตลาด
เจนเสริมว่าเวลาดูสื่อกับเด็ก เราชวนคุยได้เลยว่าฉากนี้เขาจ้างมาแสดง เขาไม่ได้ตายจริง เด็กจะได้ไม่ต้องคิดไปเองแบบที่เราเคยคิดตอนเด็ก
บทความนี้เรียบเรียงจากรายการพอดแคสต์ ไม่ใช่การวินิจฉัยทางการแพทย์ หากมีเรื่องกังวลใจสามารถโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง
ทีม Alljit
บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย