Self Love Jigsaw คืออะไร ทำไมการรักตัวเองต้องเริ่มจากรู้จักตัวเอง
Self Love Jigsaw คือการมองตัวเองเป็นจิ๊กซอว์ที่ไม่มีรูปแบบตายตัว ไม่มีกี่ชิ้นที่กำหนดไว้ การรักตัวเองเริ่มจากการยอมรับทุกด้านของตัวเอง ทั้งด้านที่ชอบและด้านที่ไม่ชอบ

Self Love Jigsaw คือการมองตัวเองเป็นจิ๊กซอว์ที่ไม่มีรูปแบบตายตัว ไม่มีข้อกำหนดว่าต้องมีกี่ชิ้นหรือต้องเป็นทรงไหน แต่ละคนประกอบขึ้นจากประสบการณ์ มุมมอง และด้านต่างๆ ของตัวเองที่ค่อยๆ ต่อเติมไปเรื่อยๆ
ความคิดนี้มาจากคุณแอ้ จากเพจ Memo Smile ในซีรีส์ Self Love Jigsaw ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโปรเจกต์ How To Love Me ที่ชวนพูดคุยเรื่องการรักตัวเองทั้งหมด 10 วีค โดยวีคแรกเป็นตอนอินโทรที่ปูพื้นฐานว่าทำไมเราถึงควรรู้จักตัวเองก่อนจะรักตัวเองได้
Self Love Jigsaw ต่างจาก Personality Test ยังไง
คุณแอ้อธิบายว่าคำว่า test หรือ evaluation ทำให้เรารู้สึกว่ามีถูกมีผิด มีผ่านมีไม่ผ่าน ซึ่งคนเราไม่ได้เป็นแบบนั้น
เธอจึงเลือกใช้คำว่า indicator แทน แปลว่าตัวชี้วัด ไม่ใช่ตัวตัดสิน เหมือน thermometer ที่บอกอุณหภูมิ แต่จะหนาวหรือร้อนขึ้นอยู่กับว่าเราเอาไปตีความยังไงต่อ
เราจะไม่ค่อยชอบใช้แบบ personality test พอ test ถูกเราจะติดทันทีว่า test คือทดสอบใช่ เธอมาตัดสินฉันแล้วนะ
การแบ่งประเภทคนเป็นเรื่องที่คนชอบเถียงกันว่าดีหรือไม่ดี แต่คุณแอ้มองว่าทุกอย่างมีทั้งด้านบวกและด้านลบ การแบ่งเองก็เช่นกัน อยู่ที่ว่าเราเอาไปใช้ยังไง
เปรียบเทียบกับเสื้อผ้าแล้วเข้าใจตัวเองยังไง
คุณแอ้ยกตัวอย่างเสื้อผ้า ถ้าเราไม่รู้ว่าเสื้อตัวนั้นทำจากผ้าอะไร ควรซักมือหรือซักเครื่อง ควรตากหรืออบ ก็ต้องลองผิดลองถูกเอง ซึ่งใช้เวลานาน
แต่ถ้าเรารู้ว่าเนื้อผ้าแบบนี้ต้องดูแลยังไง เราก็ทะนุถนอมมันได้ถูกวิธี โดยไม่ต้องไปตัดสินว่าเนื้อผ้าแบบไหนดีกว่ากัน
มนุษย์ซับซ้อนกว่าเนื้อผ้ามาก แต่ละศาสตร์ที่มีอยู่ไม่สามารถอธิบายคนได้ครบทั้งหมด จึงเป็นเหตุผลที่มองเป็นจิ๊กซอว์แทน เพราะจิ๊กซอว์ไม่มีรูปแบบตายตัว
ทำไมการยอมรับความจริงถึงเป็นจุดเริ่มต้นของการรักตัวเอง
คุณแอ้เล่าว่าเมื่อก่อนตัวเองเป็นคนที่ยังไม่กล้าอยู่กับความจริง กลัวว่าถ้าพูดความจริงออกไปอีกฝ่ายจะรับไม่ได้ กลัวว่าเราจะไม่มีค่าพอ
แต่พอเริ่มอยู่กับความจริงได้ ก็พบว่าความเจ็บปวดจากความจริงเป็นความเจ็บที่ทำให้ไปต่อได้ ไม่ใช่เจ็บที่วนอยู่กับที่
เธอยังบอกอีกว่า การที่เราคิดไปเองว่าคนอื่นจะรับความจริงของเราไม่ได้ สะท้อนว่าเราไม่ได้เชื่อใจคนที่เราอยู่ด้วยมากพอ
ทำไมเราถึงต้องหยุมหัวตัวเอง
คุณเจนเล่าว่าตัวเองเคยรู้สึกว่าไม่อยากโกรธ ไม่อยากหงุดหงิด แต่สุดท้ายก็ต้องยอมรับว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของตัวเอง
คุณแอ้เสริมว่าบางทีเราอยากหยุมหัวตัวเอง อยากหยุมหัวคนอื่นที่ทำให้เราต้องหยุมหัวตัวเอง แล้วก็อยากหยุมหัวตัวเองที่ไปหยุมหัวคนอื่น มันซ้อนกันไปเรื่อยๆ
แรงต้านกับแรงหนุนต่างกันตรงไหน
คุณแอ้แชร์มุมมองว่าเรื่องที่เข้ามาในชีวิต ถ้าเรามองว่าเป็นแรงต้าน เราจะเหนื่อยทันที เหมือนว่ายน้ำทวนกระแส
แต่ถ้ามองว่าเป็นแรงหนุน ก็เหมือนจักรวาลมอบโอกาสให้เราทิ้งสิ่งที่ไม่จำเป็น วางบางอย่างลง แล้วเลือกหยิบสิ่งใหม่ไปต่อ
ถ้าคิดว่านี่คือแรงหนุนก็เหมือนจักรวาลเขามอบโอกาสให้เราได้ตัวเบา ใจเบาขึ้น
คุณเจนเปรียบเทียบว่าแรงหนุนบางทีก็แรงเกินไป เหมือนพ่อแม่ที่ปรารถนาดีแต่เข้มงวดไปหน่อย
แล้วต้องทำยังไงต่อ
คุณแอ้บอกว่าถ้าแก่นคือการเข้าใจตัวเอง ไม่ว่าเราจะใช้เครื่องมือไหนหรือไม่ใช้เลย ถ้ามันตอบโจทย์การเข้าใจตัวเองได้ ก็ถือว่าใช้ได้
ในซีรีส์นี้จะพูดถึง indicator หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น 5 Love Language หรือศาสตร์ที่ผสมศิลปะ ดนตรี และไพ่เข้ามาช่วย โดยคุณแอ้จะค่อยๆ แนะนำไปทีละวีค
ถ้าดูซีรีส์จบแล้วรู้สึกว่าไม่ช่วยอะไร ก็ไม่เป็นไร คุณแอ้มองว่าการได้ลองแล้วก็ถือว่าชัดเจนแล้ว
บทความนี้เรียบเรียงจากคลิป Intro to Self Love Jigsaw ไม่ใช่การวินิจฉัยทางการแพทย์ หากรู้สึกว่าตัวเองกำลังมีปัญหาเรื่องสุขภาพจิต สามารถโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง
ทีม Alljit
บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย