Alljit Blog
ออลล์จิต

รู้สึกเป็นภาระคนอื่น แก้ยังไง วิธีคิดก่อนตัดสินใจหนีสังคม

บางทีเราอาจไม่ได้เป็นภาระใครจริง แต่สมองตีความเป็นแง่ลบไปเอง ลองแยกให้ออกว่าอันไหนคือข้อเท็จจริง อันไหนคือความกลัว

รู้สึกเป็นภาระคนอื่น แก้ไขยังไง  | โหลต้าวปัญหา EP.2

ความรู้สึกว่าเป็นภาระคนอื่นจนไม่อยากออกไปไหน มักไม่ได้มาจากข้อเท็จจริงเพียงอย่างเดียว แต่มาจากการที่สมองตีความสถานการณ์ในแง่ลบก่อนที่เราจะทันตรวจสอบ วิธีที่พอทำได้คือแยกให้ออกว่าอะไรคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง อะไรคือสิ่งที่เรากำลังคิดไปเอง

ในรายการโหลต้าวปัญหา ทั้ง 4 คนตั้งข้อสังเกตตรงกันว่า คำถามนี้สั้นมากจนไม่รู้ว่าภาระที่รู้สึกอยู่คือภาระเรื่องไหน บางคนหมายถึงเรื่องเงินที่ยังต้องพึ่งครอบครัว บางคนหมายถึงการดูแลกันในบ้าน ซึ่งแต่ละแบบก็แก้ไม่เหมือนกัน

รู้สึกเป็นภาระคนอื่นเพราะคิดไปเองหรือเปล่า

หนึ่งในทีมเสนอว่ามันมีความเป็นไปได้สูงที่เราตีความสถานการณ์ในแง่ลบเกินไป ความรู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่าไม่ได้แปลว่าเราเป็นภาระของใครจริง ๆ มันแค่แปลว่าเรากำลังรู้สึกแบบนั้นอยู่

ถ้ายังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าใครเดือดร้อนเพราะเรา ทางเลือกที่ตรงไปตรงมาที่สุดคือใช้ชีวิตต่อไปก่อน จนกว่าจะมีคนมาบอกกับเราตรง ๆ ว่าเรื่องนี้เป็นปัญหา

ถ้าเราไม่มีทางรู้ เราอ่านใจใครไม่ได้ มันทำได้สองแบบคือใช้ชีวิตต่อไปหรือว่าไปถามเขาให้มันสบายใจขึ้น

ถ้ากลัวเป็นภาระเรื่องเงินควรทำยังไง

ถ้าสิ่งที่กังวลคือเรื่องการเงินที่ยังต้องพึ่งคนที่บ้าน สิ่งที่ทำได้คือตั้งลิมิตกับตัวเองและกับครอบครัวไปพร้อมกัน เช่น กำหนดว่าเราจะขอความช่วยเหลือถึงเมื่อไหร่ และจะคืนอะไรให้บ้าง

การมีกรอบเวลาชัดเจนช่วยลดความรู้สึกว่ากำลังยืดเยื้อโดยไม่รู้จบ แต่ต้องยอมรับว่าการตั้งลิมิตจะได้ผลก็ต่อเมื่ออีกฝ่ายรับรู้และตกลงด้วย ถ้าตั้งคนเดียวแล้วไม่มีใครรู้ มันก็กลายเป็นความกดดันที่เราสร้างให้ตัวเองอยู่ดี

ทำไมพ่อแม่ถึงเอาเรื่องของเราไปเล่าให้ญาติฟัง

มีคำถามจากผู้ฟังที่เล่าว่าญาติรู้ทุกเรื่องผ่านพ่อ แม้แต่เรื่องเล็ก ๆ ในบ้านที่ไม่อยากให้ใครรู้ พอแสดงความต้องการออกไปกลับโดนมองในแง่รบ

ทีมเสนอว่าอย่าเพิ่งโจมตีว่าเขาทำผิด แต่ลองบอกว่าเรื่องนี้หนูรู้สึกไม่ดีที่พ่อเอาไปเล่า อยากเก็บไว้กับตัวเองมากกว่า แล้วเสนอทางออกให้เขาด้วยว่าเรื่องอื่นที่คุยได้ก็มี

อีกมุมที่ควรเข้าใจคือคนอายุมากบางคนมีความเหงาและอยากมีปฏิสัมพันธ์กับญาติ การเล่าเรื่องของลูกอาจเป็นวิธีที่เขาใช้เชื่อมกับคนอื่นโดยไม่รู้ตัวว่าเราอึดอัด

ในมุมมองนี้หนูเข้าใจพ่อนะ แต่พ่อก็คุยเรื่องอื่นได้ไหม

คุยกับพ่อแม่เรื่องนี้ยังไงไม่ให้กลายเป็นเรื่องใหญ่

สิ่งที่ช่วยได้คือแยกให้ชัดว่าเรื่องไหนเราคุมได้ เรื่องไหนเราคุมไม่ได้ เรื่องที่บอกไปแล้วเขายังเล่าอยู่ ก็อาจต้องเลือกเก็บข้อมูลบางส่วนไว้กับตัวเองแทนการพยายามเปลี่ยนเขา

ต้องเผื่อใจไว้ด้วยว่าเขาอาจแก้หรือไม่แก้ก็ได้ เพราะนิสัยที่สั่งสมมาหลายสิบปีไม่ได้เปลี่ยนเพราะบทสนทนาครั้งเดียว ยิ่งเราคาดหวังให้คนอื่นเปลี่ยน เราก็จะยิ่งทุกข์กับเรื่องที่ควบคุมไม่ได้

คนรักขอห่างตอนเราตกงานควรคิดยังไง

มีผู้ฟังเล่าว่าตกงานแล้วแฟนไม่สนใจ ขอห่าง และอยากอยู่คนเดียว ทีมตอบว่าในวันที่เราล้ม สมเหตุสมผลที่เราจะเจ็บปวด เพราะการมีคนอยู่ข้างเวลาล้มเป็นสิ่งที่เราคาดหวังจากการเลือกคบกัน

ถ้าเขาถอยออกไปตอนที่เราต้องการเขาที่สุด นั่นก็เป็นคำตอบบางอย่างเกี่ยวกับความสัมพันธ์นี้อยู่แล้ว การเสียใจเป็นเรื่องที่ปล่อยให้เกิดขึ้นได้ ไม่ต้องรีบกลบ

แต่ถ้ายังคาใจกับคำว่าอยากอยู่คนเดียว ก็ถามเขาได้ว่ามันหมายถึงอะไรกันแน่ เพราะการเดาความหมายแทนกันมักทำให้เราทุกข์มากกว่าการถามตรง ๆ

กลับมาเชื่อใจคนที่เคยโกหกได้ไหม

ไม่มีทางกลับไปเชื่อใจได้ร้อยเปอร์เซ็นต์เหมือนเดิม เพราะแผลที่เกิดขึ้นมันมีอยู่จริง สิ่งที่ทำได้คือเริ่มนับใหม่จากศูนย์ แล้วค่อย ๆ ขยับขึ้นตามการกระทำที่สม่ำเสมอของอีกฝ่าย

คนที่จะพิสูจน์ได้มีแค่คนที่โกหก และเวลาจะเป็นตัวบอกว่าการกระทำของเขาพาเรากลับไปเชื่อใจได้จริงหรือไม่

เราจะจัดการยังไงถ้าเขาโกหกเราเป็นครั้งที่สอง อันนี้มันจะเป็นจุดสำคัญมากกว่า

ถ้าเลือกให้อภัยแล้ว ก็ต้องอยู่กับปัจจุบัน อย่าเอาความผิดเก่ามาขุดซ้ำทุกครั้งที่ทะเลาะ เพราะการทำแบบนั้นจะทำร้ายความสัมพันธ์ปัจจุบันมากกว่าเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว

บทความนี้ไม่ใช่การวินิจฉัย หากความรู้สึกว่าตัวเองเป็นภาระหรือความเจ็บปวดในความสัมพันธ์หนักจนใช้ชีวิตลำบาก สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ให้บริการฟรีตลอด 24 ชั่วโมง

ทีม Alljit

บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย

นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา